ทั้งนี้มีข้อมูลที่น่าตกใจว่า ผู้เสียหายทั้งหมดถูกทำร้ายร่างกายทั้งการข่มขู่ การตบตี การทำร้ายร่างกาย ทำให้เกิดบาดแผลตามร่างกาย ซึ่งยังพบรอยแผลอยู่บนร่างกายของเด็กผู้เสียหายบางราย โดยทีมสหวิชาชีพได้ ส่งข้อมูลหลักฐานทั้งหมดนี้ให้กับพนักงานสอบสวน สน.บางชัน เพื่อประกอบการดำเนินคดีแล้ว
นอกจากนี้จากการสอบปากคำผู้ถูกจับกุม ยังพบข้อมูล เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ช่วยเหลือขบวนการค้ามนุษย์นี้ โดยพบหลักฐานในแชตไลน์ของผู้ต้องหารายหนึ่ง ที่เจ้าหน้าที่รัฐบางรายแจ้งวันเวลา ที่จะมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆจะเข้ามาตรวจในย่านข้าวสาร ซึ่งเป็นที่ผู้ต้องหาพาเด็กไปเร่ขายดอกไม้ เพื่อให้ผู้ต้องหาได้พาเด็กหลบออกไป และยังมีหลักฐานการส่งผลการตรวจสอบพิกัด (เช็กเบอร์โทรศัพท์) ของผู้เสียหายที่หนีออกมา ให้กับผู้ต้องหาเพื่อติดตามหาตัวผู้เสียหาย
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีคำสั่งให้ประสานสำนักงาน ปปท. ขยายผลเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนขบวนการค้ามนุษย์ และตรวจสอบความถูกต้องที่มาของเอกสารประจำตัวผู้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วย
ทั้งนี้ มีรายงานว่าเด็กผู้เสียหาย จะถูกนำตัวไปเร่ขายดอกไม้ น้ำส้ม และพวงมาลัย ในย่านที่มีคนพลุกพล่าน เช่น ตามร้านอาหาร และย่านถนนข้าวสาร ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญใน กทม. ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำเรื่อยไปจนกลับมาถึงที่พักในเวลาตี 4 โดยล่าสุด ผู้เสียหายทั้ง 8 ราย ได้อยู่ในความดูแล พักพิง และฟื้นฟู ของทางกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์(พม.) แล้ว
จากการสอบถามเด็กผู้เสียหาย ให้การว่า ถูกขบวนการนำพาเข้ามาจากชายแดนอำเภอแม่สอด โดยจะให้ท่องชื่อเวลาถูกเจ้าหน้าที่ตามด่านตรวจถาม ซึ่งเด็กส่วนใหญ่จะไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ ดังนั้นตัวผู้นำพาจะให้เด็กแกล้งหลับบนรถเพื่อที่เจ้าหน้าที่จะไม่ปลุกขึ้นมาซักถาม พร้อมทั้งได้จัดเตรียมเอกสาร ที่ได้มาโดยมิชอบนั้นแสดงกับเจ้าหน้าที่ตามด่านตรวจ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ขอความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในท้องที่ รวมถึงประชาชน ให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเด็กมาเร่ขายขายของโดยเฉพาะในยามวิกาล มีพฤติกรรมอันน่าสงสัย ขอให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบ หรือหากเป็นประชาชนพบ ขอให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ตรวจสอบ จะได้ช่วยลดปัญหา การค้ามนุษย์ด้านการบังคับใช้แรงงานให้เบาบางลงไป