มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

หญิงร้องโหนกระแส ถูกตำรวจหลอกลวง ทั้งให้ยืมเงิน ทั้งใช้ชื่อกู้ออกรถให้ ล่าสุดติดต่อไม่ได้


ข่าวโซเชียล
14 มีนาคม 25691,243
หญิงร้องโหนกระแส ถูกตำรวจหลอกลวง ทั้งให้ยืมเงิน ทั้งใช้ชื่อกู้ออกรถให้ ล่าสุดติดต่อไม่ได้

หญิงร้องโหนกระแส ถูกตำรวจหลอกลวง ทั้งให้ยืมเงิน ทั้งใช้ชื่อกู้ออกรถให้ แต่ตำรวจไม่ยอมส่งค่างวดจนโดนทวงถาม ล่าสุดติดต่อไม่ได้ ไม่รู้ว่ารถอยู่ที่ไหน

 

หญิงรายหนึ่งได้ร้องเรียนมายังเพจโหนกระแสว่า ถูกตำรวจรายหนึ่งหลอกลวงจนสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมาก ได้ช่วยเหลือเรื่องเงินเกือบ 600,000 บาท รวมถึงยังใช้ชื่อตนกู้ซื้อรถยนต์ให้ เพราะฝ่ายชายอ้างว่าดำเนินการเองไม่ได้ ปัจจุบันฝ่ายชายค้างชำระค่างวดจนมีหนังสือทวงหนี้ส่งมาหาเธอ อีกทั้งยังขาดการติดต่อ ไม่สามารถติดตามนำรถกลับคืนได้ เมื่อเธอไปแจ้งความตำรวจบอกว่าเป็นคดีแพ่ง ต้องไปทำการฟ้องร้องเอาเอง เธอจึงต้องการร้องเรียนไปยังต้นสังกัด เพื่อขอความเป็นธรรม และให้นำรถคืนมาเพื่อจัดการปัญหาหนี้สิน

 

ผู้ร้องเรียน เล่าว่า รู้จักกับฝ่ายชายผ่านทางน้องชายฝาแฝดของเขาในติ๊กต็อก แต่ไม่เคยเจอตัวจริงมาก่อน จนกระทั่งช่วงสงกรานต์ปี 2566 ฝ่ายชายอาสามาช่วยเคลียร์เรื่องหนี้สินที่ลูกหนี้ติดค้างแม่ตนอยู่ จึงได้เจอกัน

 

ต่อมาในช่วงปีใหม่ปี 2567 ตนได้ไปเที่ยวบ้านฝ่ายชาย ฝ่ายชายพาเข้าเมืองโดยไม่บอกล่วงหน้า และให้ตนไปเคลียร์หนี้แทนเขาหลายเจ้า บางเจ้ามียอดสูงกว่า 1 แสนบาท ซึ่งตนยอมจ่ายเพราะความกลัว เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ของเขาเพียงลำพัง ฝ่ายชายอ้างว่าจะกู้เงินมาคืนให้ หรือรอเงินปันผลสหกรณ์ออกก็จะเคลียร์ให้ทั้งหมด

 

ตนยอมรับว่าเชื่อใจเพราะเขาเป็นข้าราชการ ไม่น่าจะโกหก และเขาเป็นคนพูดจาดี ดูสะอาดสะอ้าน คิดว่าเมื่อคบกันเป็นแฟนกันแล้วก็ไม่น่าจะมาหลอกกัน แต่สุดท้ายก็เกิดเรื่องขึ้นจริง

 

ตนมีสลิปการโอนเงินให้ฝ่ายชายกว่า 300 รายการ ยอดรวมเกือบ 6 แสนบาท โดยข้ออ้างที่ฝ่ายชายมักใช้เวบายืมเงินคือ จะนำเงินไปจ้างเวรให้คนอื่นทำแทน เพื่อให้ตัวเองไม่ต้องไปทำงานและอยู่บ้านเฉย ๆ แต่ยังได้รับเงินเดือน

 

ฝ่ายชายไม่เคยใช้คำหวานหรือบอกรักบอกคิดถึงตนเลย แต่ตนให้เงินเพราะความสงสาร และนอกจากเงินก้อนใหญ่แล้ว เขายังขอยืมเงินค่ากินค่าเล็ก ๆ น้อย ๆ ครั้งละ 100-1,500 บาท อยู่ตลอด ซึ่งต่างจากแฟนคนก่อน ๆ ที่ตนเคยคบมา ฝ่ายชายเคยคืนเงินตนเพียงครั้งเดียว จำนวน 30,000 บาท เมื่อตอนที่เงินปันผลสหกรณ์ออก ซึ่งได้หักลบออกจากยอดรวมสุทธิแล้ว

 

นอกจากนี้ ตนยังได้ใช้ชื่อตนออกรถให้ฝ่ายชาย เพราะเขาออกเองไม่ได้ โดยตกลงกันว่าฝ่ายชายจะขายรถคันเก่าแล้วนำเงินมาจ่ายคันนี้ แต่ตนก็ไม่เคยรู้รายละเอียดเรื่องการขายรถคันเก่าเลยว่าได้เงินเท่าไหร่และเงินอยู่ที่ไหน สุดท้ายตนต้องจ่ายค่างวดรถเองมาโดยตลอด จนปัจจุบันค้างจ่าย 3 งวด และมีหนังสือทวงถามส่งมา ล่าสุดฝ่ายชายอ้างว่ากำลังจะขายที่ดินในราคา 750,000 บาท เพื่อนำเงินมาเคลียร์หนี้และเคลียร์เรื่องรถ โดยส่งรูปการถมที่มาให้ดู แต่ตนก็ไม่แน่ใจว่าเป็นที่ดินของใคร หรือจะเป็นการโกหกอีกหรือไม่ ปัจจุบันตนไม่สามารถติดต่อฝ่ายชายได้เลย

 

ฝ่ายชายได้ให้ตนใช้ชื่อเป็นผู้กู้ซื้อรถยนต์มือสอง ราคาประมาณ 3-4 แสนบาท โดยฝ่ายชายอ้างว่าตัวเขาเองไม่สามารถกู้ซื้อได้ ตนเป็นทั้งคนกู้และมีชื่อเป็นเจ้าของรถ ผ่อนงวดละ 7,000 กว่าบาท ฝ่ายชายรับปากว่าจะผ่อนเอง แต่กลับผ่อนไปได้เพียงงวดเดียว จากนั้นก็หยุดผ่อนจนค้างชำระมา 3 เดือน ทำให้มีเจ้าหน้าที่โทรมาทวงถาม

 

ต่อมามีผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาหาตนเรื่องประนอมหนี้รถ ยอดผ่อนลดลงเหลือ 4,000 กว่าบาท โดยตกลงจะเริ่มจ่ายตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการจ่าย จนค้างมาอีก 3 เดือน และมีหนังสือแจ้งหนี้ส่งมาถึงตนแล้ว

 

เมื่อตนพยายามโทรไปสอบถามเรื่องรถกับผู้หญิงคนนั้น ตอนแรกเขาบอกให้ไปหาทะเบียนรถมาให้ได้ก่อน แต่พอตนได้ทะเบียนรถมาแล้ว โทรไปอีกครั้งกลับพบว่ามีการตั้งโอนสายทิ้งไว้ ทำให้ตนกังวลว่ารถจะถูกส่งข้ามชายแดนไปแล้ว เนื่องจากฝ่ายชายมีเส้นสายและเพื่อนฝูงเยอะในทุกจังหวัดทางภาคเหนือ ปัจจุบันตนต่อฝ่ายชายไม่ได้เลย และไม่รู้ว่ารถอยู่ที่ไหน

 

ตนได้เดินทางไปพบตำรวจที่โรงพัก เล่ารายละเอียดให้ฟัง แต่ตำรวจบอกว่าเป็นคดีแพ่ง เป็นเรื่องการผิดสัญญา และไม่รับแจ้งความ แนะนำให้ไปหาทนายความแทน แม้ตนจะพยายามแสดงสัญญากู้ยืมเงินที่มีอยู่ แต่ตำรวจก็ยังยืนยันว่าเป็นคดีแพ่ง เขาไม่มองว่าเป็นคดีอาญาฐานยักยอก

 

ตนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องรับผิดชอบทุกอย่างและหาเงินคนเดียว ตอนนี้ตนต้องการเพียงแค่เงินและรถคืน โดยตนยินดีจะผ่อนรถต่อเองหากได้รถกลับมา

 

ก่อนหน้านี้ตนเคยคุยกับญาติของฝ่ายชายผ่านทางเฟซบุ๊ก เพื่อให้ช่วยติดตามรถคืน แต่ญาติบอกว่าเขาก็ไม่อยากคุยกับหลานตัวเองเช่นกัน เพราะรู้พฤติกรรมดีว่าติดหนี้ไปทั่ว ไปยืมเงินคนอื่นแล้วไม่จ่าย

 

ตนต้องการให้หน่วยงานต้นสังกัดรับรู้ถึงพฤติกรรมของลูกน้องคนนี้ และหวังว่าหากเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ผู้บังคับบัญชาจะช่วยตามให้ฝ่ายชายมาคืนเงิน เพื่อไม่ให้เสื่อเสียชื่อเสียงขององค์กร

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#ตำรวจ#ยืมเงิน#หนี้สิน#โหนร้องทุกข์