สภ.ย่อยนาข่า ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านนาคำหลวง ว่ามีเหตุไฟไหม้บ้าน คาดว่าจะคลอกเด็กอายุ 2 ขวบเสียชีวิต จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิง อบต.นาข่า นำรถดับเพลิง 2 คัน อาสากู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรม แพทย์เวร รพ.ศูนย์อุดรธานี รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านจำนวนมากมุงดูเพลิงกำลังลุกไหม้บ้าน 2 ชั้น ไม้ครึ่งปูน ชาวบ้านลากสายยางฉีดน้ำเพื่อดับไฟ แต่เพลิงก็ลุกลามไหม้เสียหายไปทั้งหลัง ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงรีบฉีดน้ำสกัดไม่ให้เพลิงลุกลาม สกัดในอยู่ในวงจำกัด ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เจ้าหน้าที่พบร่างเด็กชาย อายุ 2 ขวบ 1 เดือน ถูกไฟคลอก อยู่ข้างประตูหน้าบ้าน
พ่อ เล่าว่า ตนมีลูก 3 คน ลูกชายที่เสียชีวิตเป็นลูกคนสุดท้อง แต่ตนได้แยกทางกับแม่ของลูกตั้งแต่ลูกชายอายุได้ 9 เดือน แม่ของลูกเดินทางไปทำงานที่ภาคใต้ ส่วนตนเลี้ยงลูกตามลำพัง ต่อมาตนได้แต่งงานใหม่ และย้ายมาอยู่ที่นี่ซึ่งเป็นบ้านภรรยา โดยนำลูกมาอยู่ด้วย ก่อนเกิดเหตุ ตนและภรรยานำข้าวเปลือกไปตากห่างจากบ้านประมาณ 200 เมตร
ช่วงบ่ายตนและภรรยาได้ไปเก็บข้าวเปลือกที่ตากไว้ใส่กระสอบ โดยก่อนมาตนได้นำลูกชายขึ้นไปนอนบนชั้น 2 ขณะกำลังกรอกข้าวใส่กระสอบก็เห็นควันไฟพวยพุ่งมาทางบ้านตน จึงรีบวิ่งกลับบ้าน พบว่าไฟโหมลุกไหม้ทั้งหลังแล้ว ไม่สามารถเข้าไปช่วยได้ คิดว่าลูกชายโดนไฟคลอกเสียชีวิตแน่นอน ส่วนสาเหตุคาดว่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เพราะต้นเพลิงเกิดบริเวณคัตเอาต์ บริเวณบันไดขึ้นชั้นสอง
ส่วนเพื่อนบ้าน เล่าว่า ตอนนั้นตนนอนเล่นในบ้าน แต่ได้ยินเสียงเด็กร้อง คิดว่าเด็กเล่นกัน เพราะบ้านหลังเกิดเหตุจะมีเด็กมาเล่นกันประจำ ตนจึงเดินไปเข้าห้องน้ำ พอเดินออกมาก็ได้ยินเสียงเด็กร้องเหมือนเดิม และได้กลิ่นไหม้ จึงออกมาดู พบว่าไฟไหม้บ้าน จึงรีบวิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อช่วยเด็ก และได้ยินเสียงเด็กร้อง “แม่จ๋า แม่จ๋า” แต่ก็ขึ้นไปช่วยไม่ได้ เพราะไฟไหม้บริเวณบันได และลุกลามขึ้นไปชั้น 2 แล้ว ตนจึงวิ่งออกมาโทรแจ้งดับเพลิง กู้ภัย และบอกชาวบ้านมาช่วยกันดับไฟ แต่ก็ช่วยไม่ได้
ตำรวจสันนิษฐานว่า ขณะที่เด็กชายนอนหลับอยู่บนชั้น 2 คนเดียว ไฟฟ้าได้ลัดวงจร ทำให้ไฟลุกไหม้ อีกทั้งชั้น 2 เป็นไม้ ทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ไฟจึงลุกลามอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครเข้าไปช่วยออกมาได้ทัน หลังจากนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะได้เข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แน่นอนอีกครั้ง