อดีตลูกศิษย์กลุ่มหนึ่งออกมาเปิดเผยพฤติกรรมของคริสตจักรแห่งหนึ่งในภาคกลาง ซึ่งอ้างคำสอนจากพระคัมภีร์ไบเบิลในการทำพิธี “ไล่วิญญาณชั่วร้ายด้วยไฟ” โดยผู้นำประกาศว่าตนได้รับพลัง “ไฟพระวิญญาณบริสุทธิ์” จากพระเจ้า สามารถขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกจากร่างสาวกได้ ผ่านการวางมือบนศีรษะแล้วกล่าวคำว่า “Fire” จนผู้ถูกทำพิธีมีอาการกรีดร้อง ก่อนสงบนิ่ง เชื่อว่าเป็นสัญญาณของการปลดปล่อย
อดีตลูกศิษย์รายหนึ่งเผยว่า ตนเคยอยู่ในกลุ่มนี้นานกว่า 3 ปี พบว่าผู้นำเน้นคำสอนให้ “กลัวและเชื่อฟัง” โดยห้ามตั้งคำถามหรือสงสัย ห้ามพูดคุยกับคนนอกเพราะจะนำวิญญาณร้ายกลับมา อีกทั้งยังสอนให้บริจาคเงินมาก ๆ เพื่อรับพรจากพระเจ้า ยิ่งบริจาคมากยิ่งได้รับพรตอบแทนมาก
ต่อมาคริสตจักรได้ตั้งโครงการสร้างโรงเรียน โดยอ้างว่าเป็นหลักสูตรนานาชาติจากอเมริกา เพื่อให้บุตรหลานของสาวกได้เรียนฟรี แต่ภายหลังพบว่ามีการเรียกเก็บค่าเทอมเดือนละ 15,000 บาท โรงเรียนไม่ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ เด็กที่เรียนจบได้เพียงวุฒิ กศน. ทำให้ไม่สามารถใช้สมัครเรียนต่อได้ บางครอบครัวยอมให้ลูกลาออกจากโรงเรียนนานาชาติกลางเทอมเพื่อมาเรียนที่นี่
อดีตลูกศิษย์คนเดิมเล่าว่า สิ่งที่น่าห่วงที่สุดคือ เด็กนักเรียนและผู้ปกครองบางรายที่เริ่ม “ตาสว่าง” อยากพาลูกออกจากคริสตจักร แต่กลับถูกต่อต้านจากลูกตัวเอง เพราะเด็กถูกปลูกฝังจนเชื่อว่าพ่อแม่ “ถูกผีครอบงำ” ไม่ยอมกลับบ้านและยิ่งห่างเหินจากครอบครัวมากขึ้นเรื่อย ๆ
นอกจากนี้ยังมีอดีตกรรมการของคริสตจักรออกมาเปิดเผยว่า ตนเคยบริจาคเงินกว่า 20 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการสร้างโบสถ์และโรงเรียนตามที่ประกาศไว้ แต่ผ่านมาเกือบ 2 ปียังไม่มีการก่อสร้างใด ๆ และไม่มีการชี้แจงรายรับรายจ่ายอย่างชัดเจน ยิ่งสร้างความคลางแคลงใจให้กับผู้ศรัทธาหลายคนที่เคยร่วมบริจาค
ผู้ให้ข้อมูลทั้งหมดเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบทั้งแนวคำสอนที่อาจบิดเบือนหลักศาสนา การดำเนินงานของโรงเรียนที่ไม่ได้รับการรับรอง รวมถึงความโปร่งใสทางการเงิน เพื่อปกป้องเด็กและผู้ปกครองที่อาจยังหลงเชื่อ
#คริสตจักร #ไฟพระวิญญาณ #ไล่ผี #โหนกระแส