จากกรณี ว่าที่ ร้อยโทชิตพงศ์ หรือ หมวดนัท ชายที่แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ในเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน พร้อมนำหลักฐานเสื้อเกราะที่สวมใส่ในคืนเกิดเหตุ มามอบให้ตำรวจด้วย แต่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ก่อนจะเข้าห้องสอบสวนทันที
พันตำรวจเอกสราวุธ บุตรดี ผู้กำกับการกลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า "หมวดนัท" ประสานเข้ามอบตัวกับตำรวจเอง เบื้องต้นจะสอบสวนและแจ้ง 3 ข้อหา ได้แก่ แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน และกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน ทั้งที่ตนเองไม่ได้เป็น , ใช้วิทยุสื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากชัดเจนว่าเจ้าตัวไม่มีใบอนุญาตใช้วิทยุสื่อสาร ประกอบกับตัวเครื่องวิทยุก็ผิดกฎหมาย , และข้อหาไขข่าวทำให้ประชาชนตื่นตกใจ จากกรณีให้ข้อมูลในที่เกิดเหตุ ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ส่วนกรณีเสื้อเกราะ ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าที่เจ้าตัวใส่นั้นเข้าข่ายยุทธภัณธ์หรือไม่ หากเข้าข่ายเป็นเสื้อเกราะยุทธภัณฑ์ ก็จะต้องแจ้งข้อหาเพิ่มด้วย
ต่อมา นายเต้ มงคลกิตติ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เดินทางไปยังห้องพนักงานสอบสวน เพื่อเข้าติดตามสถานการณ์การสอบสวน พร้อมยืนยันอย่างหนักแน่นว่า หมวดนัท อยู่ในฐานะทีมงานของตน และพฤติกรรมในวันเกิดเหตุนั้นเป็นการทำหน้าที่ในฐานะ "พลเมืองดี" ซึ่งหากมีสิ่งใดที่เกิดความผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปบ้าง ก็อยากให้สังคมและเจ้าหน้าที่หยิบยื่นความเห็นอกเห็นใจและหยวน ๆ ให้บ้าง
นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมถึงเหตุการณ์ในวันดังกล่าวว่า ทางทีมงานและหมวดนัทได้มีการรายงานความคืบหน้าให้ตนทราบอยู่ตลอดเวลา ว่าในคืนเกิดเหตุนั้นตนได้ทานยานอนหลับไปก่อน จึงทำให้ไม่ได้ลงพื้นที่ไประงับเหตุด้วยตนเอง ซึ่งหากในวันนั้นตนเองไม่ได้ทานยา และสามารถเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุได้ เชื่อแน่ว่าสถานการณ์ต่าง ๆ คงจะไม่บานปลายขนาดนี้
ด้าน หมวดนัท กล่าวว่า ขอกราบขออภัย และน้อมรับความผิดทุกอย่างที่ทำให้เป็นเรื่องวุ่นวาย ครั้งนี้จะทำให้ถูกต้องตามครรลองครองธรรม ขอโอกาสให้พี่น้องประชาชนเชื่อใจ ยืนยันเจตนาดีแน่นอน ไม่ท้อใจ จะเดินหน้าทำความดีต่อไป สโลแกนของตน "เห็นคนอื่นมีความสุข นั่นคือความสุขของผม"