รายการโหนกระแสวันนี้ 20 ตุลาคม 2568 พูดคุยกรณี คุณดิว ผู้เสียหายที่ถูกผู้หญิงชื่อพลอยซึ่งรู้จักกันผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ หลอกลวงจนสูญเสียเงินและกลายเป็นหนี้สินจำนวนมาก
คุณดิว เล่าว่า ได้รู้จักกับผู้หญิงชื่อพลอยผ่านช่องทางออนไลน์ โดยในโปรไฟล์ของพลอยเป็นรูปสาวสวยหน้าตาดี หุ่นดี หลังจากพูดคุยกันก็ได้ตกลงคบหากันในสถานะคนรัก แม้ว่าจะไม่เคยเจอหน้ากันเลยตลอดระยะเวลาร่วมหนึ่งปีที่คบหากัน ความสัมพันธ์ส่วนใหญ่เป็นการพูดคุยผ่านแชทและโทรศัพท์เท่านั้น
ในช่วงที่คบหากัน ฝ่ายหญิงมักจะส่งรูปภาพสวยๆ เซ็กซี่ หรือรูปในชุดบิกินี่มาให้ดูอยู่เสมอ เพื่อเป็นการยืนยันตัวตน คุณดิวเคยลองพิสูจน์ด้วยการขอให้ส่งรูปภาพตามสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อฝ่ายหญิงอ้างว่าไปเที่ยวทะเล ก็จะส่งรูปในชุดบิกินี่ริมทะเลกลับมาให้ดู ทำให้คุณดิวเชื่อใจว่าเป็นบุคคลเดียวกับในรูปโปรไฟล์จริง แต่มีจุดน่าสังเกตคือ ทุกครั้งที่คุณดิวขอวิดีโอคอลเพื่อพูดคุยแบบเห็นหน้า ฝ่ายหญิงจะบ่ายเบี่ยงและปฏิเสธเสมอ โดยอ้างว่าไม่ชอบการเปิดกล้อง หรืออยากรอให้ถึงเวลาที่จะได้เจอกันจริงๆ ก่อน
ระหว่างที่คบหากัน ฝ่ายหญิงมักจะพูดจาโน้มน้าว ขอยืมเงินคุณดิวโดยอ้างความเดือดร้อนต่างๆ นานา ต่อมาได้ชักชวนให้ร่วมลงทุนทำธุรกิจเพื่อสร้างอนาคตและครอบครัวร่วมกัน ด้วยความรักและหลงเชื่อ คุณดิวจึงโอนเงินไปให้เป็นจำนวนหลายแสนบาท จนกระทั่งเงินเก็บเริ่มหมดไป ฝ่ายหญิงก็ยังขอให้คุณดิวไปกู้ยืมเงินจากคนอื่นมาให้เพิ่มเติม ทำให้คุณดิวต้องนำเงินไปหมุนจนเป็นหนี้สินมากมาย ถึงขั้นค้างชำระค่างวดบ้านและรถ
ช่วงท้ายๆ ก่อนที่จะได้เจอหน้ากัน คุณดิวตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพื่อนำเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจำนวน 1.9 แสนบาท ออกมาใช้หนี้ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการถูกหลอกลวง ทำให้กลายเป็นคนตกงานและไม่มีเงินเหลือ เพราะถูกหลอกไปจนหมด และตั้งใจจะเดินทางไปหาพลอยที่จังหวัดศรีสะเกษเพื่อเริ่มต้นใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน แต่เมื่อเดินทางไปถึง คุณดิวก็ต้องตกใจอย่างหนัก เมื่อพบว่าผู้หญิงที่เจอตัวจริงนั้น มีหน้าตาไม่ตรงกับรูปภาพที่เคยส่งให้ดูเลยแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายหญิงยังคงยืนยันว่าเป็นคนเดียวกันกับในรูป ก่อนจะบีบบังคับให้คุณดิวไปร่วมหลับนอนด้วย โดยข่มขู่ว่าหากไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์ด้วย จะไม่คืนเงินที่เคยยืมไปทั้งหมดให้ คุณดิวพยายามขัดขืนและยืนยันว่าไม่มีอารมณ์ทางเพศด้วย จนอวัยวะเพศไม่แข็งตัว แม้ฝ่ายหญิงจะพยายามเล้าโลม แต่ก็ถูกข่มขู่ว่าถ้าไม่ยอมมีสัมพันธ์ ไม่แข็งตัว และไม่สอดใส่ จะถือว่ายังไม่ได้ "ผิดผี" กัน และจะไม่ยอมให้เข้าไปพบผู้ใหญ่บ้านที่จะมาช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องหนี้สินให้ ด้วยความกดดัน คุณดิวจึงต้องหลับตาแล้วจินตนาการถึงผู้หญิงในรูปโปรไฟล์ที่พลอยนำมาแอบอ้าง เพื่อทำให้อวัยวะเพศของตนเองแข็งตัวและสามารถสอดใส่ได้
ภายหลังจากที่มีอะไรกันแล้ว ฝ่ายหญิงก็ยังไม่ยอมคืนเงินให้ และยังพยายามจะล่อลวงให้มีเพศสัมพันธ์ด้วยอีก คุณดิวจึงตระหนักได้ว่าตนเองน่าจะถูกหลอกแล้ว จึงตัดสินใจเข้าร้องขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอดในที่สุด
ทางด้านทนายแก้วได้ให้ความเห็นทางข้อกฎหมายว่า กรณีนี้สามารถเข้าข่ายความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 ซึ่งระบุว่า "ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้...ต้องระวางโทษ..." โดยกฎหมายปัจจุบันให้ความคุ้มครองกับ "ผู้อื่น" ซึ่งหมายความรวมถึงบุคคลทุกเพศ ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย หากถูกบังคับข่มขู่ให้มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ยินยอมพร้อมใจ ผู้กระทำย่อมมีความผิดฐานข่มขืน
ทนายแก้วชี้ว่า การที่คุณดิวยืนยันว่าอวัยวะเพศไม่แข็งตัวในตอนแรก เป็นข้อบ่งชี้สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการไม่ยินยอม และการที่ถูกข่มขู่จนต้องยอมมีเพศสัมพันธ์ในภายหลังนั้น ถือเป็นการกระทำที่เข้าองค์ประกอบความผิดฐานข่มขืนแล้ว โดยความผิดจะสำเร็จเมื่อมีการใช้อวัยวะเพศล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของอีกฝ่าย ดังนั้น การให้การว่าอวัยวะเพศแข็งตัวหรือไม่แข็งตัวจึงสามารถใช้เป็นหลักฐานเพื่อพิสูจน์ได้ว่า คุณดิวซึ่งเป็นฝ่ายชาย ถูกฝ่ายหญิงข่มขืนกระทำชำเราจริง
ขณะที่ พลอย หญิงสาวที่ถูกพาดพิง ได้โฟนอินเข้ามาชี้แจงว่า ได้มีการขอเงินจากคุณดิวจริง โดยยอมรับว่ารูปที่นำมาใช้ในโปรไฟล์เป็นรูปของบุคคลอื่นชื่อ "โฟม" พลอยอ้างว่าหลังเกิดเรื่องได้ทักไปขอโทษโฟมแล้ว และโฟมบอกว่า "ไม่เป็นไรจ้า เข้าใจอยู่" และไม่ได้คิดจะเอาเรื่องอะไร พลอยยอมรับว่าขอยืมเงินจากคุณดิวอยู่เรื่อยๆ จริง แต่จำจำนวนที่แน่นอนไม่ได้ โดยนำเงินมาใช้จ่ายในบ้านและเลี้ยงดูหลาน พลอยให้เหตุผลว่าตนคบหากับคุณดิวในฐานะคนรักกัน เมื่อตนเดือดร้อน ฝ่ายชายก็ควรจะต้องช่วยเหลือ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนรักกัน นอกจากนี้ พลอยยังอ้างว่าในช่วงที่คบหากันผ่านทางออนไลน์ คุณดิวเป็นฝ่ายขอให้มี "เซ็กซ์โฟน" และยังส่งรูปอวัยวะเพศของตนเองมาให้ทุกวัน สำหรับเรื่องหนี้สิน พลอยกล่าวว่าเมื่อเกิดเรื่องขึ้น ก็จะพยายามทยอยหาเงินมาคืนให้ ไม่คิดจะหลบหนี แต่ก็ไม่สามารถรับปากได้ว่าจะหาเงินมาจากไหน เพราะตนเองไม่ได้ทำงาน
ต่อมา คุณโฟม เจ้าของภาพตัวจริง ได้โฟนอินเข้ามาในรายการและชี้แจงว่า ตนไม่เคยรู้จักพลอย ไม่เคยเจอ และไม่เคยมีความเกี่ยวข้องใดๆ กันมาก่อนเลย ยืนยันว่าไม่เคยอนุญาตให้นำรูปภาพไปใช้ ซึ่งรูปดังกล่าวถูกนำไปจากเฟซบุ๊กส่วนตัวของคุณโฟมเอง คุณโฟมยังเปิดเผยอีกว่า หลังจากเรื่องราวกลายเป็นข่าว แม่ของพลอยได้ทักมาหาเพื่อขอโทษ และขอร้องว่าอย่าแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของพลอยที่ว่าคุณโฟมเข้าใจและไม่เอาเรื่อง
จากประเด็นนี้ ทนายแก้วได้ให้คำแนะนำว่า คุณโฟมควรจะต้องไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากคำกล่าวอ้างของพลอยที่ว่าคุณโฟมรับรู้และยินยอมนั้น อาจทำให้คุณโฟมถูกมองว่ามีส่วนรู้เห็นหรือสมรู้ร่วมคิดในการกระทำความผิดไปด้วย การแจ้งความจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อปกป้องตนเองจากการถูกพาดพิงในทางที่เสียหาย