วานนี้ ( 24 ต.ค.69 ) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาแก จ.นครพนม ได้นำตัวชาย อายุ 62 ปี ผู้ก่อเหตุฆาตกรรมภรรยา ส่งฝากขังศาลจังหวัดนครพนม ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา สืบเนื่องจากวันที่ 23 ต.ค. เวลาประมาณ 03.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาแก ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ ว่า มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มเอง บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ที่ 6 บ้านน้ำบ่อ ต.นาคู่ จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงพบหญิง อายุ 48 ปี นอนเสียชีวิตอยู่หน้าบ้านหลังดังกล่าว โดยพบบาดแผลบริเวณศีรษะและตามร่างกายหลายแห่ง ซึ่งแพทย์ยืนยันว่าเกิดจากการถูกทำร้าย ไม่ใช่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำตามที่ได้รับแจ้งในเบื้องต้น พร้อมตรวจบริเวณที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่พบหลักฐานสำคัญที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ จึงขออายัดศพเพื่อส่งพิสูจน์อย่างละเอียด
ต่อมาช่วงเช้าจึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบรอบบ้านหลังดังกล่าวอีกครั้ง ก็ไปเจอขวานมีคราบเลือดแห้งกรังอยู่ในทุ่งนา ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 50 เมตร จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดนครพนม ตรวจสอบรอยนิ้วมือที่ด้ามขวาน เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับลายนิ้วมือของสามีของผู้เสียชีวิต ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้ต้องสงสัยมากที่สุด ปรากฏว่าเป็นรอยเดียวกัน จึงใช้เป็นหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดนครพนม
หลังหมายจับออกแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาแก ได้ทำทีเชิญสามีของผู้เสียชีวิตมาให้ปากคำเพิ่มเติมที่ห้องสืบสวน สภ.นาแก ก่อนจะแสดงหมายจับเพื่อควบคุมตัวในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา เบื้องต้นสามีของผู้เสียชีวิตปฏิเสธเสียงแข็ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหลักฐานแสดงให้ดู สามีของผู้เสียชีวิตถึงหน้าถอดสีจึงยอมจำนนต่อหลักฐาน รับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆาตกรรมภรรยาตัวเอง
สามีของผู้เสียชีวิต (ผู้ก่อเหตุ) เล่าว่าตนเป็นพ่อหม้ายได้มาพบรักใหม่กับผู้เสียชีวิต ก่อนจะตกลงปลงใจอยู่กินฉันสามีภรรยา โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส และได้เข้ามาอยู่บ้านของผู้เสียชีวิตที่อยู่กับลูกชายคนเล็กวัย 13 ปี เป็นเวลาประมาณ 2 ปีแล้ว แต่ด้วยผู้เสียชีวิตมีหน้าตาสวย ยอมรับว่ามีความหึงหวง ไม่อยากให้ผู้เสียชีวิตไปพูดคุยกับผู้ชายคนไหน จึงมักมีปากเสียงเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ประจำ
วันเกิดเหตุ ตนได้ไปดื่มเหล้ากับเพื่อน ก่อนจะกลับเข้าบ้านตอนเวลาประมาณเที่ยงคืน ก็ไม่เห็นภรรยานอนอยู่ในห้อง โทรศัพท์ก็ไม่รับสาย กระทั่งเวลาประมาณตีหนึ่ง ภรรยาก็กลับมาในสภาพเมาเหล้า สอบถามจึงรู้ว่าไปดื่มเหล้ากับเพื่อนในหมู่บ้าน ตนจึงคิดไปเองว่าต้องไปดื่มกับพวกผู้ชาย ทำให้มีปากเสียงทะเลาะกัน ตนจึงบันดาลโทสะคว้าขวานที่วางอยู่ใกล้มือทำร้ายภรรยาจนวิ่งออกไปนอกบ้าน ตนวิ่งไล่ฟันจนภรรยาจนล้มลงเสียชีวิต พอได้สติก็นำขวานไปโยนทิ้งที่ทุ่งนา และอ้างว่าภรรยาเสียชีวิตจากการขี่รถจักรยานยนต์ล้มไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่จะไปเจอขวานของกลางที่ตนโยนไว้
ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ก่อเหตุไปฝากขัง ผู้ก่อเหตุไม่ยอมพูดหรือกล่าวคำขอโทษต่อญาติผู้เสียชีวิตแม้แต่คำเดียว
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของผู้เสียชีวิต ทราบว่าศพได้ฌาปนกิจไปแล้วเมื่อตอนช่วงเช้าที่ป่าช้าบ้านน้ำบ่อหมู่ที่ 6 ต.นาคู่ โดยมีผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 เป็นผู้พาไปดูตรงจุดที่เกิดเหตุ ยอมรับว่าผู้ก่อเหตุแม้เป็นคนจากหมู่บ้านอื่นมาอาศัยอยู่ แต่ก็ช่วยงานส่วนรวมได้เป็นอย่างดี มีข้อเสียตรงที่ชอบดื่มเหล้าและหึงหวง คงเป็นเพราะผู้ก่อเหตุอายุมากแล้วแต่ได้ภรรยาอายุอ่อนกว่าถึง 14 ปี จึงมีเรื่องทะเลาะกันประจำ
ด้าน ลูกสาวของผู้เสียชีวิต เล่าว่าแม่มีลูกทั้งหมด 3 คน ตนเป็นคนโตอยู่กับแม่พร้อมกับน้องชายคนเล็ก ส่วนคนกลางพ่อเอาไปเลี้ยง ภายหลังตนมีครอบครัวไปอยู่บ้านสามีที่อีกหมู่บ้านหนึ่ง ทราบข่าวการเสียชีวิตตอนเช้าวันที่ 23 ต.ค.69 ตนก็ต้องรับหน้าที่แทนแม่ โดยปกติตอนมีชีวิตแม่จะดูแลญาติพี่น้องทุกคน สาเหตุคงเกิดจากพ่อเลี้ยงหึงหวง