จากกรณีที่พลทหารรัฐภูมิ ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงประชาชนบาดเจ็บ 2 ราย และปลิดชีพตัวเองเมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ได้ไปเข้าฝันพลทหารด้วยกันว่า ถ้ามีการรบรอบที่ 2 เกิดขึ้นระหว่างไทย-กัมพูชา ให้หัวหน้าชุดเขียนชื่อนามสกุลของพลทหารรัฐภูมิใส่ในกระเป๋าเสื้อไปด้วย “ผมจะไปช่วยรบ”
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับครอบครัวของพลทหารรัฐภูมิ ได้พูดคุยกับพ่อ น้องสาว และเด็กชาย อายุ 10 ขวบ น้องชายสุดท้อง เล่าว่า เมื่อคืนตนเห็นพี่เข้ามาในบ้าน แต่ไม่พูดอะไร และมานอนอยู่ตรงพื้นบ้านตรงนี้ ซึ่งพี่ใส่ชุดทหาร จากนั้นน้องก็เอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด
ด้านน้องสาว เล่าว่า จากกรณีที่พี่ชายได้ไปเข้าฝันเพื่อนทหารด้วยกันว่า ให้เขียนชื่อใส่ในกระดาษแล้วเอาไว้ที่กระเป๋าเสื้อนั้น ตนเชื่อว่าพี่ชายอาจจะอยากช่วยรบ และช่วยปกป้องเพื่อนทหารด้วยกันให้แคล้วคลาดปลอดภัย จะได้ปลดประจำการด้วยกันในปีหน้า และยังเชื่อว่าพี่ชายไม่ไปไหน ยังอยู่ตรงนั้น เพราะไม่มีการมาเข้าฝันหรือมาให้เห็นแต่อย่างใด
พี่ชายมีความรักชาติ ความใฝ่ฝันของเขาอยากเป็นทหาร จะได้นำเงินมาส่งน้องเรียนหนังสือและดูแลครอบครัว ตนอยากบอกพี่ชายว่า ขอให้พี่ชายช่วยดูแลปกปักรักษาให้แคล้วคลาดปลอดภัย จะได้ปลดประจำการไปด้วยกันเร็วๆ นี้ พี่ชายมีสิ่งที่รักคือต้นมะละกอ ตอนที่ยังไม่เสีย เวลามาบ้านก็จะชอบรดน้ำใส่ปุ๋ย ซึ่งตอนนั้นต้นมะละกอสวยงาม พอพี่เสียต้นมะละกอก็เหี่ยวเฉาตาม
ด้านพ่อ เล่าว่า ตนเองเชื่อว่าลูกชายยังอยู่ตรงนั้น และลูกชายอยากช่วยเพื่อนเพื่อนรบ เพราะลูกชายมีความรักชาติ ส่วนในกรณีที่มีชาวบ้านหลายคนเข้าใจผิดว่า ตนเองได้เงินเยียวยา 10 ล้าน ไม่เป็นความจริง บางคนบอกว่าได้เงิน 10 ล้านแล้วลืมหน้าลืมหลัง บ้างก็พูดแซวว่าลูกชายตายได้เงิน 10 ล้านแล้วสุขสบาย เรื่องทุกอย่างไม่ใช่ความจริง ซึ่งตนเองก็ไม่ได้คาดหวังเงินเยียวยา 10 ล้าน แต่ถ้าหน่วยงานภาครัฐอยากจะช่วยดูแลเยียวยาครอบครัว ตนก็ยินดี เพราะตอนนี้เสียเสาหลักไปแล้ว ครอบครัวต้องอยู่ด้วยความยากลำบาก