(8 ก.ค.69) ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า นพ.เทียนชัย เมธานพคุณ ผอ.รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า พร้อมด้วย นพ.สิทธิ ประภาสวัสดิ์ รอง ผอ.รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า และคุณณัฐสุดา วงษ์สุวรรณ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสงคราม ตลอดจนคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ได้เป็นผู้แทนจากศูนย์รับบริจาคอวัยวะและศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย พร้อมด้วยเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสงคราม และโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ได้ร่วมกันมอบพวงหรีดให้กับครอบครัวเทียนทับทิม ที่ได้ตัดสินใจทำบุญใหญ่ด้วยการบริจาคอวัยวะและเนื้อเยื่อของ นายเสนีย์ เทียนทับทิม อายุ 49 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจนอยู่ในภาวะสมองตาย
โดยทางครอบครัวได้บริจาค ไต 2 ข้าง ดวงตา 2 ดวง และกระดูก ซึ่งอวัยวะเหล่านี้สามารถนำไปช่วยเหลือ และส่งต่อลมหายใจให้กับผู้ป่วยที่รอคอยความหวังได้อย่างน้อยถึง 6 ชีวิต พร้อมกันนี้ทางสภากาชาดไทยยังได้มอบประกาศเกียรติคุณให้กับ นายเสนีย์ ผู้ที่ได้บริจาคอวัยวะและดวงตา เพื่อแสดงความอาลัยแก่ผู้วายชนม์ และเป็นการขอบคุณครอบครัวผู้บริจาคที่ได้ร่วมสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้
นายแพทย์เทียนชัย เมธานพคุณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า กล่าวว่า ในวันนี้ทางโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าได้รับบริจาคอวัยวะจากผู้เสียชีวิต โดยได้ทั้งดวงตา กระดูก และไต ซึ่งอวัยวะที่ได้รับบริจาคสามารถนำไปต่อชีวิตให้กับผู้ป่วยท่านอื่นได้มากกว่า 6 ท่าน นับเป็นบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก โดยนับเป็นผู้บริจาคอวัยวะรายที่ 8 ของปีงบประมาณ 2569 ของทางจังหวัดสมุทรสงคราม
ทางด้านคุณณัฐสุดา วงษ์สุวรรณ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสงคราม ได้มีการออกหน่วยรับบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในการออกหน่วยจะมีการตั้งโต๊ะเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถมาร่วมแสดงความจำนงในการบริจาคดวงตาและอวัยวะได้ นอกจากนี้ประชาชนยังสามารถติดต่อโดยตรงที่สำนักงานเหล่ากาชาดเพื่อกรอกรายละเอียดความจำนงได้เช่นเดียวกัน
ขณะที่ ส.ต.ท.สินพงศ์ เทียนทับทิม ลูกชายของผู้วายชนม์ ได้เปิดเผยถึงความรู้สึกในการบริจาคอวัยวะของคุณพ่อว่า ปกติแล้วคุณพ่อเป็นคนที่ชอบทำบุญอยู่แล้ว จึงคิดว่าท่านก็น่าจะอยากให้เป็นแบบนี้ เพราะเมื่อเสียชีวิตไปแล้วร่างกายก็ไม่สามารถนำไปทำอะไรได้ อย่างน้อยการตัดสินใจบริจาคอวัยวะในครั้งนี้ก็ยังได้ช่วยเหลือต่อชีวิตให้คนอื่นได้ อย่างน้อย 6 ชีวิต ถือเป็นบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งบุญใหญ่แบบนี้ไม่รู้จะหาได้จากที่ไหน เมื่อทางครอบครัวคิดได้แบบนี้ ความรู้สึกเสียใจจากความสูญเสียก็เบาบางลง และรู้สึกดีใจที่ได้ร่วมทำบุญใหญ่ให้กับคุณพ่อเป็นครั้งสุดท้าย

