ที่สำนักงานเขตสุขภาพที่ 1 จ.เชียงใหม่ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พาสามีของหญิงอายุ 35 ปี ที่ก่อนหน้านี้ได้เข้าร้องเรียนกับมูลนิธิ เนื่องจากติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของภรรยา หลังจากแพทย์ผ่าตัดทำคลอดที่โรงพยาบาลในจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ในที่ประชุม รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ชี้แจงถึงกระบวนการทำคลอดและผลการรักษาอย่างละเอียด โดยระบุว่าเมือวันที่ 9 กรกฎาคม ผู้ป่วยเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลด้วยอาการเจ็บครรภ์และมีเลือดออกทางช่องคลอด โดยแพทย์พบว่ามีประวัติภาวะรกเกาะต่ำ จึงส่งตัวไปที่โรงพยาบาลอีกแห่ง
วันที่ 10 กรกฎาคม สูติแพทย์ตรวจร่างกายไม่พบภาวะรกเกาะต่ำ จึงวางแผนการรักษาให้คลอดทางช่องคลอดได้ พร้อมติดตามอาการของมารดาและทารกอย่างใกล้ชิด ต่อมาพบว่าการคลอดไม่ก้าวหน้า ศรีษะทารกไม่สามารถเคลื่อนผ่านช่องเชิงกรานได้ จึงประเมินว่าควรผ่าตัดคลอด เพื่อความปลอดภัยของมารดาและทารก โดยคลอดทารกเพศชาย แข็งแรงปลอดภัยและได้รับการดูแลจากทีมกุมารแพทย์ทันทีหลังคลอด
อย่างไรก็ตามในกระบวนการผ่าตัดคลอด คณะแพทย์ได้พยายามนำศีรษะทารกออกจากโพรงมดลูก เกิดการฉีกขาดของมดลูกเพิ่มเติมจากแนวแผลผ่าตัดด้านซ้าย ทำให้มีเลือดออกจำนวนมาก ประมาณการสูญเสียเลือดจากการผ่าตัด 2,000 มิลลิลิตร ทีมแพทย์ได้ให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งให้สารน้ำ เลือด ยาห้ามเลือดและยากระตุ้นโลหิต ระหว่างการห้ามเลือดพบมีอาการบาดเจ็บบริเวณผิวด้านนอกของกระเพาะปัสสาวะเพิ่มด้วย จึงประสานศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะเข้าร่วมผ่าตัดทันที
ต่อมาผู้ป่วยมีภาวะช็อกต่อเนื่องจนกระทบต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย และคาดว่ายังมีเลือดดออกในช่องท้อง เกินศักยภาพของทางโรงพยาบาล ในวันที่ 11 กรกฎาคม ทางโรงพยาบาลจึงส่งต่อไปที่โรงพยาบาลใน จ.เชียงใหม่ โดยทีมแพทย์ได้มีการผ่าตัดห้ามเลือดในช่องท้องเพื่อควบคุมการเสียเลือดและได้ทำการฟอกเลือดจากภาวะไตวายฉับพลัน แต่สุดท้ายอาการไม่ดีขึ้น ผู้ป่วยเสียชีวิตวันที่ 19 กรกฎาคม
ด้านรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ทีมแพทย์พยายามทำคลอดและช่วยเหลือทั้งมารดาและทารกอย่างเต็มที่ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่สิ่งผิดพลาด แต่เป็นสิ่งที่เกินความคาดฝันของแพทย์ที่พยายามทำกันอย่างเต็มที่ อยากให้การประชุมในครั้งนี้ให้ความยุติธรรมกับทีมแพทย์ด้วย หลังจากนี้อยากให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดูแลเด็กและทุกคนในครอบครัว ทั้งการศึกษาและสวัสดิภาพชีวิตอย่างเหมาะสม
หลังจากมีการชี้แจง สามีผู้เสียชีวิตบอกว่ารู้สึกสบายใจขึ้นที่ได้รับความเป็นธรรมและขอบคุณทีมแพทย์ที่ให้การรักษาอย่างเต็มที่ หวังว่าหลังจากนี้ทางครอบครัวจะได้รับการช่วยเหลือเพื่อแบ่งเบาภาระในการเลี้ยงดูเด็ก และขอให้เร่งรัดช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน พร้อมกับขอบคุณรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ยื่นมือมาช่วยเหลือด้วยการจัดหานมสำหรับทารกแรกเกิดมาให้และรับปากว่าจะช่วยเหลือเรื่องนมจนเด็กอายุ 1 ขวบ
ขณะที่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน รับปากจะเร่งรัดในเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตตามมาตรา 41 ตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 เป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจ่ายให้แก่ทายาทของผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากความเสียหายในการรักษาพยาบาล โดยไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิด วงเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรอยู่ที่ 240,000 ถึง 400,000 บาท โดยนำเรื่องเข้าที่ประชุม สปสช.เพื่อให้สามารถจ่ายเงินได้ภายในสองสัปดาห์นี้
ส่วนการช่วยเหลืออื่นๆ ทางครอบครัวจะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเดือนละ 600 บาทไปจนถึง 6 ขวบ รวมทั้งเงินช่วยเหลือจากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อีกปีละ 3,000 บาท