มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

'ปวีณา' พาสามีหญิงเสียชีวิตหลังผ่าคลอดร้องขอความเป็นธรรม สธ.แม่ฮ่องสอนแจงเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง


ภูมิภาค
6 สิงหาคม 2569174
'ปวีณา' พาสามีหญิงเสียชีวิตหลังผ่าคลอดร้องขอความเป็นธรรม สธ.แม่ฮ่องสอนแจงเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

ที่สำนักงานเขตสุขภาพที่ 1 จ.เชียงใหม่ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พาสามีของหญิงอายุ 35 ปี ที่ก่อนหน้านี้ได้เข้าร้องเรียนกับมูลนิธิ เนื่องจากติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของภรรยา หลังจากแพทย์ผ่าตัดทำคลอดที่โรงพยาบาลในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

 

ในที่ประชุม รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ชี้แจงถึงกระบวนการทำคลอดและผลการรักษาอย่างละเอียด โดยระบุว่าเมือวันที่ 9 กรกฎาคม ผู้ป่วยเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลด้วยอาการเจ็บครรภ์และมีเลือดออกทางช่องคลอด โดยแพทย์พบว่ามีประวัติภาวะรกเกาะต่ำ จึงส่งตัวไปที่โรงพยาบาลอีกแห่ง

 

วันที่ 10 กรกฎาคม สูติแพทย์ตรวจร่างกายไม่พบภาวะรกเกาะต่ำ จึงวางแผนการรักษาให้คลอดทางช่องคลอดได้ พร้อมติดตามอาการของมารดาและทารกอย่างใกล้ชิด ต่อมาพบว่าการคลอดไม่ก้าวหน้า ศรีษะทารกไม่สามารถเคลื่อนผ่านช่องเชิงกรานได้ จึงประเมินว่าควรผ่าตัดคลอด เพื่อความปลอดภัยของมารดาและทารก โดยคลอดทารกเพศชาย แข็งแรงปลอดภัยและได้รับการดูแลจากทีมกุมารแพทย์ทันทีหลังคลอด

 

อย่างไรก็ตามในกระบวนการผ่าตัดคลอด คณะแพทย์ได้พยายามนำศีรษะทารกออกจากโพรงมดลูก เกิดการฉีกขาดของมดลูกเพิ่มเติมจากแนวแผลผ่าตัดด้านซ้าย ทำให้มีเลือดออกจำนวนมาก ประมาณการสูญเสียเลือดจากการผ่าตัด 2,000 มิลลิลิตร ทีมแพทย์ได้ให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งให้สารน้ำ เลือด ยาห้ามเลือดและยากระตุ้นโลหิต ระหว่างการห้ามเลือดพบมีอาการบาดเจ็บบริเวณผิวด้านนอกของกระเพาะปัสสาวะเพิ่มด้วย จึงประสานศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะเข้าร่วมผ่าตัดทันที

 

ต่อมาผู้ป่วยมีภาวะช็อกต่อเนื่องจนกระทบต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย และคาดว่ายังมีเลือดดออกในช่องท้อง เกินศักยภาพของทางโรงพยาบาล ในวันที่ 11 กรกฎาคม ทางโรงพยาบาลจึงส่งต่อไปที่โรงพยาบาลใน จ.เชียงใหม่ โดยทีมแพทย์ได้มีการผ่าตัดห้ามเลือดในช่องท้องเพื่อควบคุมการเสียเลือดและได้ทำการฟอกเลือดจากภาวะไตวายฉับพลัน แต่สุดท้ายอาการไม่ดีขึ้น ผู้ป่วยเสียชีวิตวันที่ 19 กรกฎาคม

 

ด้านรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ทีมแพทย์พยายามทำคลอดและช่วยเหลือทั้งมารดาและทารกอย่างเต็มที่ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่สิ่งผิดพลาด แต่เป็นสิ่งที่เกินความคาดฝันของแพทย์ที่พยายามทำกันอย่างเต็มที่ อยากให้การประชุมในครั้งนี้ให้ความยุติธรรมกับทีมแพทย์ด้วย หลังจากนี้อยากให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดูแลเด็กและทุกคนในครอบครัว ทั้งการศึกษาและสวัสดิภาพชีวิตอย่างเหมาะสม

 

หลังจากมีการชี้แจง สามีผู้เสียชีวิตบอกว่ารู้สึกสบายใจขึ้นที่ได้รับความเป็นธรรมและขอบคุณทีมแพทย์ที่ให้การรักษาอย่างเต็มที่ หวังว่าหลังจากนี้ทางครอบครัวจะได้รับการช่วยเหลือเพื่อแบ่งเบาภาระในการเลี้ยงดูเด็ก และขอให้เร่งรัดช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน พร้อมกับขอบคุณรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ยื่นมือมาช่วยเหลือด้วยการจัดหานมสำหรับทารกแรกเกิดมาให้และรับปากว่าจะช่วยเหลือเรื่องนมจนเด็กอายุ 1 ขวบ

 

ขณะที่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน รับปากจะเร่งรัดในเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตตามมาตรา 41 ตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 เป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจ่ายให้แก่ทายาทของผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากความเสียหายในการรักษาพยาบาล โดยไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิด วงเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรอยู่ที่ 240,000 ถึง 400,000 บาท โดยนำเรื่องเข้าที่ประชุม สปสช.เพื่อให้สามารถจ่ายเงินได้ภายในสองสัปดาห์นี้

 

ส่วนการช่วยเหลืออื่นๆ ทางครอบครัวจะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเดือนละ 600 บาทไปจนถึง 6 ขวบ รวมทั้งเงินช่วยเหลือจากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อีกปีละ 3,000 บาท


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#ผ่าคลอด#คลอดลูก#แม่เสียชีวิต#โหนกระแส
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  สิ้นพระชนม์
facebook