รายการโหนกระแสวันนี้ (15 ต.ค. 2569) พูดคุยสืบเนื่องจากเทปก่อนหน้าที่มีแขกรับเชิญคือ เวฟ เดินทางมารายการพร้อมกับบุคคลที่ใช้ชื่อแอบอ้างว่า กิจ โดยกิจอ้างว่าเข้ามาช่วยดูแลเวฟเรื่องปัญหาความสัมพันธ์กับแฟนสาวชื่อ ชมพู่ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าคบซ้อน กิจกล่าวอ้างว่ามีหลักฐานภาพถ่ายฝ่ายหญิงอยู่โรงแรมกับชายอื่น และมีภาพจับสัญญาณโทรศัพท์ผ่านดาวเทียม จนกระทั่งจบรายการ จึงได้รับการแจ้งข้อมูลจากเพจต่าง ๆ เช่น เพจจ๊อกจ๊อก เพจ อีป้า 5.0 V2 และเพจเจ้าคุณพระมิกส์ ไทยแท้ ว่า กิจคนนี้คือ ‘โปเต้ นักจะแกง’ รายการในวันนี้จึงจัดขึ้นเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดและคืนความบริสุทธิ์ให้แก่ผู้เสียหาย
ผู้ร่วมรายการในวันนี้ประกอบด้วย เวฟ, อาร์ม น้องชายของเวฟ, แม่ของเวฟ, เอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด และทนายแก้ว ดร. มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล
คุณเอก ระบุว่า ได้รับสายแจ้งเตือนจาก พี่สรปุ๊ก และพี่กบ หลังจบรายการเทปแรก ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเองเข้าใจว่าโปเต้เป็นเพื่อนของเวฟ เพราะเวฟพามาพบที่สายไหมต้องรอด และต่อมา พี่เม่น ทีมงานรายการโหนกระแสก็ได้โทรมาแจ้งว่าถูกต้มจนคาบ้านกันทั้งหมด
ขณะที่ ทนายแก้ว ระบุว่า ในเทปแรกไม่ได้เฉลียวใจเพราะโปเต้พูดจาไหลลื่น เหมือนมาช่วยเพื่อน มีเพียงข้อสังเกตเล็กน้อยว่าไม่ได้เป็นทนายความ แต่กล้าโทรไปเรียกร้องสิทธิ์กับฝ่ายหญิง
ด้าน เวฟ ชี้แจงว่า โปเต้อ้างในรายการวันแรกว่ารู้จักกันมา 4-5 เดือน แต่ความจริงเพิ่งรู้จักกันได้ประมาณ 2 เดือนกว่าเท่านั้น ไม่ถึง 3 เดือน โดยเวฟรับรู้ความจริงว่าโปเต้เป็นมิจฉาชีพขณะกำลังขับรถเดินทางกลับ จ. ร้อยเอ็ด แล้วเห็นไลฟ์ใน TikTok แฉพฤติกรรมของโปเต้ จึงจอดรถดูและรู้ว่าโดนหลอกซ้ำซ้อน ที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ขอดูรูปภาพหรือหลักฐานที่โปเต้อ้างว่าชมพู่ไปอยู่กับคนอื่น โปเต้จะปฏิเสธไม่ให้ดูเสมอ โดยอ้างว่าส่งให้ทนายความเก็บไว้หมดแล้ว
เวฟ ได้ลำดับจุดเริ่มต้นการรู้จักกับโปเต้ว่า เริ่มมาจาก เกม ซึ่งเป็นทหารในค่ายเดียวกัน ได้ไลฟ์ TikTok ช่วงเวลาพักเที่ยง แล้วโปเต้เข้ามาส่งของขวัญดอกไม้และหัวใจให้ ก่อนจะขอ Instagram เพื่อพูดคุยติดต่อ จากนั้นโปเต้ได้สร้างโปรไฟล์หลอกลวงเกม โดยอ้างว่ามียศร้อยโท เป็นแพทย์ในวังหรือแพทย์หลวง สาเหตุที่เกมเชื่อเนื่องจากโปเต้ส่งภาพถ่ายแต่งกายชุดขาว นั่งบนเก้าอี้ในวัง มีคนหมอบกราบ และอ้างชื่อและยศว่า หม่อมหลวงศุภกฤต (ยุคล) ปภาดาอนันต์กุล ณ อยุธยา
แต่จากการตรวจสอบพบว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพของสมาชิกในราชนิกุลสายบุญนาค ที่ถูกโปเต้นำมาตัดต่อดัดแปลงใส่ชื่อราชสกุลยุคลและใส่โลโก้ชื่อตนเอง ซึ่งทนายแก้วระบุว่า การนำภาพบุคคลอื่นมาตัดต่อดัดแปลงเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มาตรา 16 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 60,000 บาท ต่อ 1 รูป
คุณเอก เล่าว่า ตนได้รับการติดต่อจากพี่สรปุ๊กและพี่กบผ่านการประชุมสายโทรศัพท์ เพื่อเล่าถึงพฤติกรรมความแสบของโปเต้ที่มีคนตามหาตัวกันทั้งประเทศ ทำให้ตกใจอย่างมาก เพราะโปเต้เพิ่งมานั่งพูดคุยกลางรายการโหนกระแสเป็นช่องเป็นฉาก เกี่ยวกับระบบดาวเทียมราวกับเป็นผู้รู้ ก่อนหน้านี้ตอนไปที่สายไหมต้องรอด เวฟเป็นคนพาโปเต้มาโดยบอกว่าเป็นเพื่อน แต่ตนไม่ได้คุยอะไรด้วยเพราะคุยกับเวฟเป็นหลัก จนกระทั่งเห็นโปเต้มานั่งในรายการก็รู้สึกแปลกใจ
นอกจากนี้มีข้อมูลแจ้งมาว่า โปเต้นำชื่อของเอก สายไหมต้องรอด ไปอ้างกับทนายความว่ามีความสนิทสนมกัน เพื่อขอให้ทนายความมาช่วยทำคดี
หนุ่ม กรรชัย เล่าถึงเหตุการณ์วันอัดรายการวันแรก โปเต้ได้เดินทางมาพร้อมกับเวฟและแม่ โดยนั่งรออยู่ที่ห้องรับรอง ซึ่งเดิมทีทีมงานตั้งใจจะให้เฉพาะเวฟและแม่ขึ้นรายการเพียง 2 คน โปเต้ไม่ยอมขึ้น หรือหากจะขึ้นก็ขอไปนั่งข้างนอกฉาก โดยขอให้ได้ยินแค่เสียงและไม่เปิดเผยตัว แต่ทีมงานก็บอกว่าให้ขึ้นมาเถอะ เพราะโปเต้รู้เรื่องราวของครอบครัวนี้มากกว่าคนอื่น โปเต้จึงยอมขึ้นรายการและเล่าเรื่องบรรยายเป็นขั้นเป็นตอนอย่างไหลลื่น
สำหรับจุดเริ่มต้นที่ทำให้เวฟรู้จักกับโปเต้นั้น เกิดขึ้นผ่าน เกม ซึ่งเป็นทหารในค่ายเดียวกัน โดยเกมได้ไลฟ์ TikTok ช่วงพักเที่ยง จากนั้นโปเต้ได้เข้ามาดูและคอมเมนต์ เกมจึงเข้าไปดูโปรไฟล์แล้วเห็นข้อความเขียนระบุยศว่าร้อยโท จึงพากันเรียกว่าผู้หมวดเต้ ต่อมาโปเต้ได้ทักสอบถามพลทหารเกมด้วยความห่วงใย พร้อมทั้งขอเลขบัญชีแล้วโอนเงินให้ 100 บาท เพื่อให้นำไปซื้อเสบียงเลี้ยงเพื่อน
จากนั้นโปเต้ได้ขอ Instagram ของเกมและวิดีโอคอลหา ในขณะนั้นเกมกำลังนั่งกินมาม่าอยู่กับเวฟ ซึ่งเรียกว่าพี่หมู่ เมื่อกล้องหันไปเห็นเวฟ โปเต้ก็เริ่มเอ่ยชมว่าพี่หมู่หล่อจัง และเมื่อเกมพูดหยอกว่าเวฟกำลังเศร้าเรื่องปัญหาส่วนตัวเรื่องแฟนลบรูปและหนีไป โปเต้จึงอาสาเข้ามาช่วยสืบเรื่องแฟนของเวฟ แล้วกลับมาบอกเวฟว่าแฟนสาวคบซ้อน พร้อมนำภาพที่อ้างว่าเป็นภาพจากดาวเทียมมาเปิดให้ดู โดยโปเต้อ้างว่าแฟนสาวของตนเป็นชาวเกาหลีที่ทำบริษัทเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ ได้ช่วยเช็กพิกัดจากเบอร์โทรศัพท์
แม้โปเต้จะสวมหมวกปิดบังใบหน้า แต่ชาวเน็ตและเพจต่าง ๆ เช่น เพจเจ้าคุณพระมิกส์ ก็จำได้ทันที โดย หนุ่ม กรรชัย ได้ตั้งฉายาให้โปเต้ว่าเป็นจอมโจรพันหน้า เนื่องจากมีภาพสวมชุดหมอกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และมีข้อมูลว่าเคยถูกตำรวจจับคาชุดกาวน์ที่เชียงใหม่ รวมถึงที่อ้างว่าเป็นอัยการ เป็นทนายความ รวมถึงแต่งชุดอ้างเป็นราชสกุลยุคล
เวฟ เล่าว่า โปเต้เคยอ้างว่ามีเงินถึง 50 ล้านบาท พร้อมเปิดรูปภาพรถหรูหลายคันทั้ง Mercedes-Benz, Porsche และ BMW อ้างว่าเป็นรถของตนและชวนเวฟไปนั่ง อีกทั้งยังเปิดหน้าจอแอปพลิเคชันให้ดู อ้างว่าโอนเงินจากเกาหลีมาไทย และกดโอนเงินโชว์จำนวน 2 ล้านบาท แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นแอปอะไร เวฟยอมรับว่าเมื่อพบกันครั้งแรก ตัวจริงไม่ตรงปกกับในรูปเลยแม้แต่น้อย
จากนั้นทางรายการได้ติดต่อหาเกม คุณเอกได้สอบถามเกมถึงการติดต่อกับโปเต้ ซึ่งเกมระบุว่า โปเต้ไม่ได้โทรศัพท์มาหาบ่อย นาน ๆ จะโทรมาทีแ ละบางครั้งตนก็ไม่ได้รับสาย โปเต้เคยกล่าวอ้างว่าเรียนจบแพทย์และทำงานเป็นแพทย์อยู่ในวัง ไม่เคยพบตัวจริง โปเต้เคยพิมพ์ข้อความบอกว่าจะเดินทางมาหา แต่เกมก็ได้ปฏิเสธไป ในช่วงแรกเกมหลงเชื่อและไม่ได้เอะใจ เนื่องจากเห็นภาพถ่ายของโปเต้แต่งกายคล้ายอยู่ในวัง นอกจากนี้ โปเต้ยังเคยส่งภาพอวดทรัพย์สินเป็นบัตรเครดิตของธนาคารต่างประเทศเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ หลังจากพูดคุยกันได้ประมาณเดือนครึ่ง เกมก็เริ่มไม่ตอบข้อความและเลิกติดต่อกับโปเต้ไปในที่สุด
อาร์มได้เล่าถึงตอนพบกับโปเต้ตัวจริงครั้งแรกที่สายไหมต้องรอด ขณะไปยื่นเรื่องร้องเรียน โปเต้อ้างกับอาร์มว่ามีเงินมากถึง 50 ล้านบาท มีรถยนต์หรูหลายคัน ทำธุรกิจเทรดหุ้น และฝากเงินไว้ที่ประเทศเกาหลีซึ่งสามารถแลกเป็นเงินไทยได้ พร้อมทั้งทำทีโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันโชว์หน้าจอเป็นจำนวน 2 ล้านบาทให้อาร์มดู โปเต้ยังเอ่ยชวนอาร์มไปนั่งรถที่บ้าน และมีพฤติกรรมถึงเนื้อถึงตัวโดยการขอจับมือพร้อมสอบถามว่าอยากกินอะไร แต่อาร์มได้ปฏิเสธไป
เวฟ ระบุว่า แม้จะสังเกตเห็นว่าโปเต้เป็น LGBTQ+ แต่ในขณะนั้นยังไม่ได้สงสัยว่าเป็นมิจฉาชีพ เพราะเห็นว่าโปเต้ทำทีคอยช่วยเหลือทุกอย่าง แต่ที่แปลกคือเมื่อเอ่ยปากสอบถามเพื่อขอดูข้อมูลหรือหลักฐาน โปเต้กลับบ่ายเบี่ยงเสมอว่าได้ส่งให้ทนายความไปหมดแล้ว ทำให้ไม่เคยได้เห็นหลักฐานจริงเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ก่อนหน้านี้โปเต้ประสานงานกับเวฟผ่านทางโทรศัพท์เท่านั้น เมื่อเวฟและอาร์มได้พบตัวจริงของโปเต้ครั้งแรกที่สายไหมต้องรอด ทั้งคู่รู้สึกตกใจเพราะตัวจริงไม่ตรงปกกับรูปภาพที่เคยเห็นใน Instagram ซึ่งในรูปโปรไฟล์ Instagram ที่ใช้ชื่อแนวเกาหลี มีผู้ติดตามกว่า 7,000 คน และมีภาพแต่งกายชุดข้าราชการสีขาวดูดี อย่างไรก็ตาม ขณะดำเนินรายการ เมื่อพยายามเข้าไปตรวจสอบโปรไฟล์ Instagram และ TikTok ของโปเต้ พบว่าบัญชีถูกตั้งค่าเป็นส่วนตัวและเริ่มมีการลบรูปภาพออก โดยในโปรไฟล์เดิมนั้น โปเต้ได้ลงภาพสร้างสไตล์ชีวิตหรูหรา เช่น ภาพแต่งชุดนิสิตจุฬาลงทะเบียนเรียน ภาพยิงปืน ถือแก้วแชมเปญ และภาพซื้อโทรศัพท์มือถือ iPhone เครื่องใหม่ นอกจากนี้ โปเต้ยังเคยอ้างกับเวฟว่าตนเองมีคลินิกส่วนตัว และทำอาชีพรับถ่ายรูปถ่ายวิดีโอลงสื่อโซเชียล
หนุ่ม กรรชัย และทนายแก้ว ได้ร่วมกันวิเคราะห์พฤติกรรมของโปเต้ในเรื่องการแต่งกายเลียนแบบข้าราชการ การใช้เครื่องหมายราชการ และการนำภาพตัดต่อมาแอบอ้าง ทนายแก้วชี้ว่าพฤติการณ์ของโปเต้เข้าข่ายความผิดหลายกรรมเชื่อมโยงกัน โดยโปเต้ได้แอบอ้างว่าตนเองเป็นหลานของพระองค์ชายกลาง (พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร) ซึ่งเป็นการอ้างว่าตนเองมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับ คุณชายอดัม (หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล)
ทางรายการได้ติดต่อหา คุณหมี จากเพจจ๊อกจ๊อก ซึ่งร่วมติดตามพฤติกรรมของโปเต้มาพร้อมกับเพจเจ้าคุณพระมิกส์ คุณหมี เล่าว่า จุดเริ่มต้นวีรกรรมของโปเต้เริ่มเปิดเผยตัวตนมาตั้งแต่ปี 2017 จากการไปปรากฏตัวในงานรับรางวัลเวที Boys and Girls 2017 โดยโปเต้สวมชุดสูทสีขาวแล้วแอบเนียนเดินพรมแดงขึ้นไปรับรางวัล ทั้งยังกล่าวอ้างว่าเวทีล็อกรางวัลไว้ให้ ทั้งที่เมื่อสอบถามเจ้าของเวทีกลับระบุว่าไม่เคยรู้จักหรือรู้เรื่องมาก่อน หลังจากนั้น โปเต้เริ่มนำภาพตัวเองไปตัดต่อใส่ในแคมเพนโฆษณาต่าง ๆ พร้อมกับสร้างประวัติเท็จว่าตนเองเรียนคณะนิติศาสตร์ สาขาอัยการ ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ทั้งที่ในความเป็นจริงสาขาดังกล่าวไม่มีอยู่จริง