ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีหญิง อายุ 41 ปี ร้องว่าสามีซึ่งเป็นทหารยศจ่าสิบเอกมีความสัมพันธ์กับรองผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นญาติกัน โดยเล่าว่า ตนแต่งงานและใช้ชีวิตคู่กับสามีมานานประมาณ 14 ปี ก่อนเริ่มสงสัยพฤติกรรมของสามีในช่วงปี 2568 หลังไปปฏิบัติราชการในพื้นที่ จ.สุรินทร์ โดยพบว่ามีการตั้งรหัสโทรศัพท์และมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป จึงตัดสินใจติดอุปกรณ์ GPS ไว้ที่รถของสามี
กระทั่งวันที่ 21 ต.ค.พบสัญญาณรถไปปรากฏที่โรงแรมแห่งหนึ่ง จึงเดินทางไปพร้อมน้องสาวและเพื่อน พร้อมบันทึกคลิปไว้เป็นหลักฐาน โดยอ้างว่าพบสามีอยู่ในห้องพักกับรองผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังกล่าวเพียงสองคน
ล่าสุด หญิงผู้ร้องยืนยันจะให้สภาทนายความจังหวัดกาญจนบุรี ช่วยดำเนินคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายจากบุคคลที่กล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์กับสามี พร้อมเตรียมร้องเรียนทางวินัยทั้งสามีและรองผู้อำนวยการโรงเรียน โดยยืนยันจะดำเนินการให้ถึงที่สุดและไม่ประสงค์เจรจายอมความ
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามแม่ของรองผู้อำนวยการโรงเรียนที่ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า ลูกสาวกับจ่าสิบเอกเป็นญาติกันและเกิดปีเดียวกัน หลังทราบกระแสข่าวว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน ส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้น
เท่าที่ทราบ ภรรยาของหลานชายได้ให้ทนายความดำเนินการฟ้องร้องลูกสาวของตนและหลานชาย จนมีการเรียกทั้งคู่เข้าพบผู้บังคับบัญชา อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าไม่ทราบรายละเอียดเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวของทั้งสองคน
ขณะที่แม่ของจ่าสิบเอก เปิดเผยว่า ทั้งสองคนเป็นญาติพี่น้องที่เติบโตมาด้วยกัน โดยส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะมีความสัมพันธ์ในลักษณะชู้สาวตามที่เป็นข่าว
ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวยังเป็นข้อกล่าวอ้างจากฝ่ายภรรยา ขณะที่ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายให้ข้อมูลว่าไม่เชื่อว่าลูกหลานจะมีความสัมพันธ์ดังกล่าว โดยข้อเท็จจริงและความผิดทางกฎหมายต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานและกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง