ยาย อายุ 85 ปี ชาวอำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี และเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งปอด ต้องตกอยู่ในสภาพสิ้นเนื้อประดาตัวและจิตใจแตกสลาย หลังถูกลูกบุญธรรมที่ขอมาเลี้ยงตั้งแต่อายุเพียง 1 ขวบ 2 เดือน และส่งเสียเลี้ยงดูอย่างดีจนจบการศึกษาชั้นปริญญาโท ก่อเหตุขโมยทรัพย์สิน เอกสารสำคัญ และแอบนำโฉนดที่ดินไปขายฝากจนหมดสิ้น
คุณยายเปิดเผยน้ำตาว่า ตนเองไม่มีบุตรเพราะต้องผ่าตัดมดลูกตั้งแต่อายุ 37 ปี ขณะนั้นตนเองอยู่ที่กรุงเทพฯ ได้พบกับเด็กหญิงลูกสาวของคนงานก่อสร้าง นั่งเล่นตากแดด ตนจึงเกิดความสงสาร ได้แนะนำแม่ของเด็กหญิงให้ไปทำงานที่บ้านของเพื่อน และขอรับเด็กหญิงดังกล่าวมาเป็นลูก และมีการจดทะเบียนรับเป็นลูกบุญธรรม เลี้ยงดูด้วยความรักเหมือนไข่ในหินนานกว่า 50 ปี หวังฝากผีฝากไข้ในยามแก่ชรา
แต่สุดท้ายกลับถูกหักหลัง ลูกบุญธรรมอาศัยช่วงที่ตนเองนอนซมด้วยอาการป่วยโรคมะเร็งปอดและตาเป็นต้อกระจก มองไม่ชัด หลอกให้เซ็นชื่อในหนังสือมอบอำนาจ อ้างว่าจะนำไปดำเนินการรับเงินช่วยเหลือเกษตรกร ไร่ละ 1,000 บาท ก่อนจะแอบขโมยโฉนดที่ดิน เอกสารการจดทะเบียนบุตรบุญธรรม ทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชนไปทั้งหมด รวมถึงแอบนำที่ดินอีกหลายแปลงไปขายฝากจนหลุดจำนอง ไม่เว้นแม้กระทั่งที่ดิน 5 ไร่ตรงร้านขายทุเรียนที่เคยหลอกยายมาตลอด 3 ปีว่ามีคนมาเช่า แต่ความจริงคือแอบขายขาดให้ผู้อื่นไปนานแล้ว
นอกจากนี้ยังกวาดเงินสดในบ้านจำนวน 60,000 บาทที่ยายเก็บไว้ซื้อยามะเร็ง นำรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ไปขาย และยังใช้วิธีโกหก หลอกเอาเงินยายไปซ่อมรถอีกหลายครั้ง จนกระทั่งมีกลุ่มนายทุนนอกระบบบุกมาทวงหนี้ถึงหน้าบ้าน ด้วยความกลัว ยายจึงได้หนีออกไปอยู่กับหลานสาวในตัวเมืองอุบลราชธานี
แต่เมื่อกลับมาที่บ้านพักของตนเองอีกครั้ง กลับพบว่าถูกเปลี่ยนกุญแจรั้ว จึงต้องจ้างช่างมาตัดกุญแจเพื่อเข้าไป แต่กลับถูกลูกบุญธรรมและนายทุนร่วมกันไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในข้อหาบุกรุกบ้าน ทำให้ตำรวจต้องมาเชิญตัวยายไปโรงพัก ตกเป็นผู้ต้องหา ส่งตัวไปอัยการในกระบวนการยุติธรรม ทั้งที่ยายไม่เคยทำผิดกฎหมายมาก่อน
ปัจจุบันยายต้องอาศัยอยู่ตัวคนเดียวในบ้านพัก ไร้เงินซื้อยามะเร็งพุ่งเป้าประทังชีวิต ต้องนำข้าวของเครื่องใช้ในบ้านออกมาวางขาย เพื่อหาเงินประทังชีวิต โดยได้รับความช่วยเหลือด้านอาหารจากคนรู้จักและหลานๆ ขณะที่ลูกบุญธรรมได้หลบหนีไป
โดยคุณยาย เผยว่า หัวใจของแม่มันแตกสลายไปหมดแล้ว ชาตินี้ถือว่าทำดีที่สุดแล้ว ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ การถูกคนที่เรารักและเลี้ยงมาตั้งครึ่งชีวิตทำร้าย มันเจ็บปวดที่สุดในชีวิต เปรียบเหมือนถูกฆ่าให้ตายทั้งเป็น
นอกจากนี้ ยายยังได้ตัดพ้อถึงพฤติกรรมของลูกบุญธรรม มีการศึกษาสูงกลับไร้ซึ่งจิตสำนึกและความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ พร้อมตั้งจิตปฏิญาณว่า ในภพชาติหน้าจะไม่ขอรับเลี้ยงดูบุตรของผู้อื่นที่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันอีกต่อไป
ตอนนี้ตนเองไม่เหลืออะไรแล้ว อยากให้สื่อหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยเรื่องคดี ทวงความเป็นธรรมให้ด้วย ยายจะไม่ยอมย้ายหรือออกจากบ้านเด็ดขาด หากจะต้องออกจากบ้านคุณยายก็พร้อมจะเผาบ้านตายไปพร้อมกัน