มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

หนุ่มสายเปย์ช้ำรัก เปย์สาว NV หมดเป็นล้าน หวังสร้างครอบครัว สุดท้ายฝันสลายจับได้คาเตียงซุกกิ๊ก แฉซ้ำฝ่ายหญิงนัดผู้ชายไม่พักแม้รับปากเลิกอาชีพ


ข่าวด่วน
16 มกราคม 25697,424
หนุ่มสายเปย์ช้ำรัก เปย์สาว NV หมดเป็นล้าน หวังสร้างครอบครัว สุดท้ายฝันสลายจับได้คาเตียงซุกกิ๊ก แฉซ้ำฝ่ายหญิงนัดผู้ชายไม่พักแม้รับปากเลิกอาชีพ

รายการโหนกระแสวันนี้ พูดคยกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่ไปหลงรักผู้หญิงที่ทำงานบริการ ทั้งที่มักจะมีกฎเหล็กในวงการว่าลูกค้าห้ามรักเด็กเอ็น และเด็กเอ็นก็ห้ามรักลูกค้า แต่กรณีนี้เป็นการฝืนกฎดังกล่าวจนเกิดเป็นประเด็นความขัดแย้งขึ้น เมื่อชายหนุ่มผู้เสียหายรู้สึกว่าตนเองถูกหักหลังหลังจากทุ่มเงินไปนับล้านบาทเพื่อหวังฉุดรั้งฝ่ายหญิงขึ้นมาจากวงจรการทำงานบริการ เพื่อให้มาสร้างครอบครัวด้วยกัน แต่สุดท้ายความปรารถนาดีกลับกลายเป็นสิ่งที่ย้อนกลับมาทำร้ายตนเอง 

แขกรับเชิญในวันนี้คือ คุณต้า อายุ 31 ปี ประกอบอาชีพค้าขาย ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าเรื่องราวที่จะเล่าทั้งหมดเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตนเองและมีพยานยืนยัน ไม่ใช่นิยายหรือละคร โดยคุณต้าเปิดเผยว่าในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ธุรกิจค้าขายของตนสร้างรายได้ดี อยู่ที่หลักแสนบาทต่อเดือน เรื่องราวความสัมพันธ์เริ่มต้นขึ้นในช่วงประมาณเดือนมีนาคมปีที่แล้ว เมื่อคุณต้าได้ติดต่อหาโมเดลลิ่งเพื่อจัดหาเด็กเอ็นวี (En-V) ผ่านทางไลน์ เนื่องจากคืนนั้นทำงานเลิกดึกและรู้สึกเหงา ทางโมเดลลิ่งได้แนะนำและคะยั้นคะยอให้ต้าเลือกน้องคนหนึ่ง โดยอ้างว่าน้องคนนี้จำเป็นต้องใช้เงินและอยากให้ต้าช่วยเหลือ ซึ่งต้าก็ตกลงยอมไปเจอ โดยนัดพบกันที่จังหวัดนครปฐม เนื่องจากต้าต้องเดินทางไปทำงานที่สมุทรสาครและจะตีรถกลับกรุงเทพฯ 

เมื่อไปถึงจุดนัดพบ แม้ต้าจะรู้สึกเหนื่อยและอยากยกเลิกนัด แต่ทางโมเดลลิ่งแจ้งว่าน้องได้เปิดห้องรอแล้ว ต้าจึงจำยอมต้องเข้าไปพบ ซึ่งความประทับใจแรกพบนั้น ต้ายอมรับว่าฝ่ายหญิงไม่ได้สวยตรงตามรูปที่เห็น แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะรับรู้ว่าน้องต้องการใช้เงิน ในขณะนั้นคุณต้ายอมรับกลางรายการว่าตนเองยังมีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสอยู่ แต่ชีวิตคู่กำลังมีปัญหาระหองระแหงและได้พูดคุยกับภรรยาเรื่องการเลิกรากันมาสักพักแล้ว การเจอกันครั้งแรกจบลงด้วยการใช้บริการตามปกติ โดยมีค่าบริการอยู่ที่ 15,000 บาท หลังจากเสร็จธุระประมาณตี 2 ต้าได้สอบถามฝ่ายหญิงว่าจะให้ไปส่งที่ไหน ซึ่งฝ่ายหญิงขอติดรถกลับเข้ากรุงเทพฯ ด้วย ระหว่างทางทั้งคู่ได้พูดคุยกันถึงไลฟ์สไตล์และความชอบส่วนตัว ฝ่ายหญิงบอกว่าชอบผู้ชายสไตล์ตี๋ขาวแบบต้า และเป็นคนอยู่ง่ายกินง่าย 

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นบนรถในคืนนั้น เมื่อฝ่ายหญิงซึ่งในรายการใช้นามสมมติว่า "วาย" ได้ยื่นข้อเสนอให้กับต้าว่า หากต้าดูแลเธอเป็นรายเดือน เธอจะยอมเลิกรับงานบริการทั้งหมดและจะอยู่กับต้าเพียงคนเดียว จะรักแค่ต้าคนเดียว ซึ่งต้ายังไม่ได้ตอบรับในทันที โดยขอเวลาศึกษานิสัยใจคอกันอีกสัก 2-3 ครั้งก่อน สิ่งที่ทำให้ต้ารู้สึกเชื่อใจวาย คือการที่วายไม่ได้เรียกร้องเงินก้อนใหญ่เป็นแสนในทันที แต่ใช้วิธีแจกแจงค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวันให้ฟัง เช่น ค่าเช่าคอนโด ค่าใช้จ่ายส่วนตัว และเงินที่ต้องส่งให้แม่ ซึ่งทำให้ต้ารู้สึกถึงความจำเป็นและความน่าสงสารของฝ่ายหญิง นอกจากนี้ วายยังเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟังว่าเพิ่งย้ายโมเดลลิ่งหนีมาจากคนดูแลเก่าที่เป็นหมอ เพราะถูกจับได้ว่าไปเต้นติ๊กต็อกกับเพื่อนชายที่เป็น LGBTQ แต่หมอเข้าใจผิดว่าเป็นแฟน จึงทวงเงินคืน ทำให้วายต้องหาเงินใช้คืนและย้ายสังกัด ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ทำให้ต้ารู้สึกเห็นใจ 

หลังจากนั้นประมาณ 10 วัน ต้าทักไลน์ไปหาไวยอีกครั้งด้วยความคิดถึง และนัดเจอกันเป็นครั้งที่ 2 โดยนัดในช่วงเวลาตี 5 เพื่อเป็นการพิสูจน์ดูว่าฝ่ายหญิงมีพันธะหรือติดค้างอยู่กับใครหรือไม่ ซึ่งวายก็มาตามนัดและใช้เวลาอยู่ด้วยกันทั้งวันอย่างมีความสุขโดยไม่งอแง ต่อมาในช่วงกลางเดือนเมษายน ต้าได้นัดวายไปเที่ยวพัทยากับกลุ่มเพื่อนเพื่อทดสอบความสัมพันธ์อีกครั้ง โดยต้าใช้วิธีวางนาฬิกา Apple Watch กดบันทึกเสียงทิ้งไว้ในห้องพักตอนที่ตนเองไม่อยู่ประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อเช็กว่าวายแอบคุยกับใครหรือไม่ ซึ่งผลปรากฏว่าไม่มีเสียงคุยกับใคร ทำให้ต้าเกิดความมั่นใจและเชื่อใจวายมากยิ่งขึ้น 

เมื่อผ่านบทพิสูจน์ต่างๆ ต้าจึงตกลงรับเลี้ยงดูวายอย่างเป็นทางการ โดยให้เงินเดือนเดือนละ 80,000 บาท ซึ่งคำนวณจากค่าเช่าคอนโดประมาณ 15,000-16,000 บาท เงินให้แม่ประมาณ 20,000 บาท และค่ากินอยู่อีกประมาณ 45,000 บาท หนุ่ม กรรชัย ได้ตั้งข้อสังเกตว่า หากวายรับงานปกติครั้งละ 15,000 บาท เพียงแค่ 10 ครั้งต่อเดือนก็จะได้เงินถึง 150,000 บาท ซึ่งมากกว่าที่ต้าให้ แต่ต้าอธิบายว่าวายให้เหตุผลว่าจะได้ช่วยประหยัดเงินให้ต้าด้วย ทำให้ต้าเชื่อสนิทใจว่าวายรักตนจริง นอกจากเงินรายเดือนแล้ว ในช่วงเดือนพฤษภาคม วายยังมาขอเงินต้าเพิ่มอีก 400,000 บาท โดยอ้างว่าที่บ้านมีหนี้สิน หากต้าช่วยปลดหนี้ก้อนนี้ วายจะไม่ต้องกลับไปทำงานบริการอีกตลอดชีวิต ซึ่งต้าก็ทยอยโอนเงินให้จนครบจำนวน 400,000 บาท เพื่อไถ่ถอนหนี้ให้แม่ของวายตามที่ถูกกล่าวอ้าง 

ความสัมพันธ์ดำเนินไปจนถึงเดือนตุลาคม ต้าได้หย่าขาดจากภรรยาเก่าอย่างเด็ดขาด และวายเป็นฝ่ายเอ่ยปากชวนให้ต้าเก็บข้าวของย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันที่คอนโดของเธอ เพื่อสร้างครอบครัวจริงจัง ช่วงแรกที่อยู่ด้วยกัน ความรักดูเหมือนจะราบรื่น วายดูแลต้าเป็นอย่างดี แต่จุดเปลี่ยนเริ่มเกิดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม เมื่อวายต้องไปฝึกงานและเริ่มกลับบ้านดึกผิดปกติ จากเดิมที่เคยกลับ 2 ทุ่ม กลายเป็น 5 ทุ่ม เที่ยงคืน หรือตี 2 โดยอ้างว่าอยากอยู่กับเพื่อนและมีความสุขกับการอยู่กับเพื่อน ต้าพยายามตักเตือนและขอให้แบ่งเวลา แต่ก็ไม่เป็นผล จนต้าเริ่มเอะใจและขอย้ายออกจากคอนโด แต่วายก็รั้งไว้และขอให้อยู่ต่อ 

ในช่วงเดือนธันวาคมที่เริ่มมีปัญหาระหองระแหง ต้าเริ่มบังคับให้วายต้องกลับมาตามเวลาที่กำหนด เพื่อให้ได้เจอกันบ้าง จนกระทั่งเหตุการณ์มาถึงจุดแตกหักในช่วงปีใหม่ ต้าวางแผนว่าจะพาวายไปที่บ้านในวันที่ 31 ธันวาคม และกลับมาส่งที่พัทยาวันที่ 1 มกราคม จากนั้นวันที่ 5 มกราคม ต้าจะกลับบ้านต่างจังหวัด ในวันที่ 5 มกราคม วายกลับมาถึงคอนโดเร็วกว่าปกติคือ 5 โมงเย็น โดยบอกว่าเลิกงานเร็ว และแจ้งว่าจะให้เพื่อนที่เป็น LGBTQ มานอนเป็นเพื่อนที่ห้อง โดยให้นอนเตียงเดียวกับเธอ ส่วนต้าต้องกลับบ้าน ก่อนที่ต้าจะออกจากห้อง ต้าได้ขอมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับวาย แต่วายปฏิเสธโดยอ้างว่าไม่มีอารมณ์ ทำให้ต้าต้องจำใจขับรถออกจากคอนโดไป 

อย่างไรก็ตาม ต้าไม่ได้กลับบ้านจริง แต่ไปดูหนังรอเวลา และสังเกตความผิดปกติผ่านหุ่นยนต์แมวที่มีกล้องวิดีโอซึ่งตั้งไว้ในห้องพัก พบว่าห้องเงียบผิดปกติ ทั้งที่วายบอกว่าจะมีเพื่อนมาสังสรรค์ ด้วยความสงสัย ต้าจึงตัดสินใจย้อนกลับไปที่คอนโดในเวลาประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง และใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเข้าไป ทันทีที่เสียงคีย์การ์ดดังขึ้น ต้าได้ยินเสียงล็อคประตูห้องนอนจากด้านในทันที เมื่อมองไปที่ตู้เย็นก็พบว่ารูปคู่โพลารอยด์ที่เคยติดไว้ถูกดึงออกจนหมด เหลือเพียงรูปเดี่ยวของวาย และที่หน้าห้องนอนมีรองเท้าผู้ชายไซส์ใหญ่วางอยู่ พร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าผู้ชาย 

ต้าตัดสินใจใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายวิดีโอและเคาะประตูเรียก เมื่อวายเปิดประตูออกมา ต้าพยายามจะพังประตูเข้าไปแต่ฝ่ายหญิงยอมเปิดก่อน ภาพที่เห็นคือมีผู้ชายอีกคนอยู่ในห้อง ซึ่งผู้ชายคนนั้นอ้างว่าเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนชื่อ "มอส" และเพิ่งเจอกับวายเป็นครั้งแรก โดยไม่รู้ว่าวายมีแฟนแล้ว ในคลิปวิดีโอที่เปิดในรายการเผยให้เห็นบทสนทนาที่ต้าตวาดถามด้วยความโกรธแค้น ขณะที่วายร้องไห้และพยายามปฏิเสธว่ายังไม่ได้ทำอะไรกัน มอสเองก็ยืนยันกับต้าว่าเพิ่งมาถึงและยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ความจริงที่เปิดเผยในภายหลังคือทั้งคู่มีนัดหมายกันมานอนค้างคืนที่ห้องนี้ โดยวายอ้างกับต้าว่าเป็นช่วงที่มีประจำเดือนจึงมีสัมพันธ์กับมอสไม่ได้ 

สิ่งที่น่าตกใจคือ หลังจากเหตุการณ์จับได้คาหนังคาเขา ต้ากลับเลือกที่จะให้อภัยวายในคืนนั้นทันที โดยขอให้เรื่องจบลงและห้ามนำเรื่องนี้ไปพูดต่อเพราะกลัวฝ่ายหญิงจะเสียหาย วายได้รับปากและเกี่ยวก้อยสัญญาว่าจะไม่ทำพฤติกรรมแบบนี้อีก โดยยืนยันว่ามอสเป็นคนเดียวที่เข้ามาและเธอเพิ่งเคยทำแบบนี้เป็นครั้งแรก ต้ายังได้ขอไลน์ติดต่อของมอสไว้เพื่อสอบถามความจริงภายหลัง ซึ่งมอสก็ยอมรับว่าเข้าใจผิดคิดว่าวายโสดและได้เคลียร์กันจบแล้วก่อนจะกลับไป 

หลังจากคืนวันเกิดเหตุ ความสัมพันธ์ดูเหมือนจะดีขึ้นชั่วคราว วายกลับบ้านเร็วขึ้นและยอมมีสัมพันธ์กับต้าอีกครั้ง แต่เพียง 2 วันถัดมา ในวันที่ 7 มกราคม สถานการณ์กลับแย่ลงอีก วายเริ่มตอบแชทต้าน้อยลงและถามคำตอบคำ เมื่อต้าลองนำแชทที่วายคุยกับตนไปเทียบกับแชทที่วายคุยกับมอส ก็พบความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง โดยวายคุยกับมอสด้วยถ้อยคำหวานซึ้งและใส่ใจมากกว่า ด้วยความน้อยใจและระแวง ต้าจึงขอเช็กโทรศัพท์มือถือของวายในคืนนั้น แต่วายบ่ายเบี่ยงและไม่ยอมให้ดู จนกระทั่งต้าพยายามเลื่อนดูประวัติการโทร (Line Out) วายจึงเกิดอาการสติแตก บอกว่าอึดอัดและทนไม่ไหว ก่อนจะวิ่งหนีออกจากคอนโดไปทั้งชุดนอน 

ตาวิ่งตามไปจนเจอวายอยู่ใต้สะพานลอยในสภาพตื่นตระหนก ตัวสั่นเหมือนคนเป็นแพนิค ต้าพยายามเกลี้ยกล่อมให้พูดความจริงและสัญญาว่าจะให้อภัยหากสารภาพหมด แต่วายก็ไม่ยอมพูดอะไร สุดท้ายต้าจึงตัดสินใจแยกตัวออกมาและกลับไปนอนที่บ้านต่างจังหวัด โดยนำแมวของวายไปด้วยเพราะเป็นห่วงว่าจะไม่มีคนดูแล ซึ่งเรื่องแมวนี้กลายเป็นประเด็นที่ทำให้ต้ากลับมาที่คอนโดอีกครั้งในวันที่ 8 มกราคม และได้ค้นพบความจริงที่เจ็บปวดที่สุดจากคอมพิวเตอร์ที่วายอนุญาตให้ใช้ร่วมกัน 

ข้อมูลในคอมพิวเตอร์เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่คบหากันและต้าส่งเสียเลี้ยงดู วายไม่เคยหยุดรับงานและไม่เคยมีต้าเพียงคนเดียว มีหลักฐานแชทในอินสตาแกรมที่แสดงให้เห็นว่าวายยังคงคุยกับผู้ชายหลายคน และมีการนัดแนะให้ผู้ชายอื่นมาหาที่คอนโด ซึ่งไม่ใช่แค่มอส แต่ยังมีผู้ชายอักษรย่อ "พี" ที่เคยขึ้นมาบนห้องตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมและปลายเดือนธันวาคม นอกจากนี้ ต้ายังพบว่าวายมีวิธีการหลอกล่อผู้ชายโดยการส่งรูปแมวไปให้ดูและชวนมาเล่นแมวที่ห้อง ซึ่งมอสเองก็ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับทีมงานยืนยันว่าตนเองตกเป็นเหยื่อเช่นกัน 

ทางรายการได้เปิดเสียงสัมภาษณ์ของ "มอส" ที่ยืนยันว่ารู้จักวายในฐานะรุ่นน้องและเข้าใจว่าวายโสดเพราะวายบอกว่าเลิกกับแฟนได้ 1 เดือนแล้ว มอสเล่าว่าวายส่งรูปแมวมาให้ดูบ่อยๆ และชวนไปเล่นแมวที่ห้อง ซึ่งตนก็ไปหาด้วยความบริสุทธิ์ใจผสมกับความชอบพอในตัวฝ่ายหญิง เมื่อไปถึงห้อง มอสสังเกตเห็นรองเท้าผู้ชายไซส์ใหญ่ แต่วายอ้างว่าเป็นของแฟนเก่าที่ลืมไว้ มอสยอมรับว่าได้มีสัมพันธ์ลึกซึ้งนัวเนียกับวาย โดยวายบอกว่าได้ตรวจเลือดแล้วปลอดภัยและให้มอสใช้ถุงยางอนามัย แต่ยังไม่ทันได้มีอะไรกันลึกซึ้งถึงขั้นสุดท้าย แฟนตัวจริงคือต้าก็ไขกุญแจเข้ามาเสียก่อน ซึ่งมอสยืนยันหนักแน่นว่าไม่รู้มาก่อนเลยว่าวายมีเจ้าของแล้ว และวายยังโกหกมอสหน้าตาเฉยว่าต้าเป็นพี่ชายฝั่งพ่อ 

ในช่วงท้ายของรายการ ต้าได้สรุปความต้องการของตนเองว่ามีธงอยู่ 2 อย่าง คือ หนึ่ง หากวายยอมกลับมาคบกันและปรับปรุงตัวใหม่ ต้าก็พร้อมจะให้อภัยและเริ่มต้นใหม่ เพราะตนเองก็เคยเป็นคนไม่ดีมาก่อนและได้รับโอกาสจึงอยากให้โอกาสคนอื่นบ้าง แต่หากวายไม่ยอมกลับมา ต้าขอเรียกร้องเงินคืนจำนวน 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ทุ่มเทให้ไปทั้งหมด ทนายตุ๋ย ทนายความที่มาร่วมรายการ ได้ให้ความรู้ทางกฎหมายว่ากรณีนี้อาจเข้าข่าย "การถอนคืนการให้เพราะเหตุประพฤติเนรคุณ" ซึ่งสามารถฟ้องร้องเรียกทรัพย์สินคืนได้หากพิสูจน์ได้ว่าผู้รับการให้ประพฤติตนเนรคุณหรือหมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง 

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ทางฝั่งครอบครัวของวายขู่จะแจ้งความต้าในข้อหาลักทรัพย์ (แมว) และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งต้าชี้แจงว่าไม่ได้ขโมยแมว แต่เอาไปดูแลเพราะวายหายตัวไปไม่กลับห้องมา 8 วัน และกลัวแมวอดตาย หนุ่ม กรรชัย ได้พยายามเตือนสติคุณต้าอย่างตรงไปตรงมาว่า การที่ต้าพยายามเรียกร้องเงิน 1 ล้านบาทนั้น ลึกๆ แล้วอาจเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อดึงรั้งฝ่ายหญิงให้กลับมาเจรจาและกลับมาคบหากัน เพราะต้ายังตัดใจไม่ได้ แต่หนุ่ม กรรชัย มองว่าต่อให้วายกลับมา ความสัมพันธ์ก็คงไม่ยั่งยืนและวายก็จะกลับไปทำพฤติกรรมเดิมอีก เพราะธรรมชาติของคนเปลี่ยนยาก พร้อมทั้งแนะนำให้ต้าหยุดหลอกตัวเอง รักตัวเองให้มาก และเดินหน้าต่อไปโดยไม่ต้องรอการกลับมาของผู้หญิงคนนี้ 

รายการจบลงด้วยข้อคิดที่ฝากไว้ให้ผู้ชมเห็นถึงอุทาหรณ์ของความรักที่เกิดขึ้นบนพื้นฐานของผลประโยชน์และการหลอกลวง ซึ่งแม้ฝ่ายชายจะทุ่มเททั้งเงินทองและความรู้สึก แต่หากอีกฝ่ายไม่ได้มีความจริงใจให้ตั้งแต่ต้น จุดจบก็มักจะเป็นความเจ็บปวดเช่นนี้เสมอ

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#เด็กเอน#เอ็นเตอร์เทน