รายการโหนกระแสวันนี้ (26 มิ.ย. 2569) พูดคุยประเด็นที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่มีการแชร์กันอย่างมากในโลกโซเชียล ฝ่ายหนึ่งเป็นนางงามชื่อ ‘คุณโรส’ ผู้เข้าประกวดมิสแกรนด์ระยอง จันทบุรี ตราด และอีกฝ่ายคือ ‘คุณไมค์’ ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีความพยายามจะล่วงละเมิดทางเพศ
คุณโรส เล่าว่า ตนเองเดินสายประกวดนางงามในเวทีต่าง ๆ มาโดยตลอด ซึ่งประกวดมาแล้วถึง 8 เวที และโดยปกติในการประกวดตนจะต้องมีการหาผู้สนับสนุนหรือสปอนเซอร์ เพื่อช่วยซัปพอร์ตค่าใช้จ่ายในการทำงาน และตนจะทำงานตอบแทนให้ด้วยการรีวิว ถ่ายรูป หรือถ่ายวิดีโอเพื่อโปรโมทธุรกิจให้สปอนเซอร์เหล่านั้น ซึ่งตนรู้จักกับคุณไมค์จากการไปร่วมประท้วงเรื่อง พ.ร.บ. กัญชา ที่กระทรวงสาธารณสุข และเห็นว่าเป็นคนระยองเหมือนกันจึงสนิทสนมกันมาตั้งแต่นั้น
เหตุการณ์ที่เป็นประเด็นเกิดขึ้นในช่วงคืนวันพุธที่ 24 มิ.ย. ต่อเนื่องเช้าวันพฤหัสบดีที่ 25 มิ.ย. หลังจากที่ตนประกวดเวทีมิสยูนิเวิร์สตะวันออก (ระยอง จันทบุรี ตราด) เสร็จสิ้น ซึ่งในคืนนั้นตนได้รับตำแหน่งขวัญใจช่างภาพ หลังจากจบการประกวด ตนตั้งใจที่จะไปเดินสายขอบคุณสปอนเซอร์แต่ละที่ให้เสร็จสิ้นในคราวเดียว เนื่องจากวันรุ่งขึ้นมีงานถ่ายภาพต่อและต้องเดินทางไปแข่งมวยที่ จ. นครราชสีมา ตนจึงยังไม่ล้างหน้าเพื่อให้ภาพออกมาสวยงามตอนถ่ายรูปขอบคุณ,
ตนไปขอบคุณสปอนเซอร์ของมิสแกรนด์ระยองก่อน จากนั้นจึงเดินทางไปหาคุณไมค์ที่ฟาร์มทุเรียนและกัญชาใน อ. นิคมพัฒนา ซึ่งเป็นสปอนเซอร์หลัก โดยไปถึงที่นั่นในเวลาเกือบ 22.00 น.
ที่ฟาร์มของคุณไมค์มีการสร้างคอมมูนิตี้ในเฟซบุ๊ก ตนจึงได้แจ้งลงในกลุ่มที่มีสมาชิกประมาณร้อยคนว่าได้รางวัลมา และชวนมามีตติงกัน ซึ่งในตอนที่ตนไปถึงมีสมาชิกมาร่วมอยู่ประมาณ 3 คน รวมคุณไมค์และตนเป็น 5 คน โดยเป็นการนั่งสังสรรค์กันอย่างเปิดเผย ไม่ได้อยู่กันสองต่อสอง เพราะภรรยาและลูกของคุณไมค์ก็นอนอยู่ในบ้าน ตนกับลูกสาวคุณไมค์เพราะอายุไล่เลี่ยกันและทำงานเป็นครูเหมือนกัน ตนจึงนับถือคุณไมค์เหมือนเป็นพ่อของเพื่อนและไว้ใจมาก
สำหรับการสนับสนุนครั้งนี้ คุณโรสระบุว่า คุณไมค์ซัปพอร์ตเงินรวม 3,000 บาท โดยโอนมาให้ก่อน 1,000 บาท และเมื่อตนเดินทางไปขอบคุณหลังจบงาน คุณไมค์ก็ได้ให้เงินสดเพิ่มอีก 2,000 บาท
จนกระทั่งเวลาประมาณ 02.00-03.00 น. เมื่อสมาชิกคนอื่นเดินทางกลับไปหมดแล้ว และเหลือเพียงคุณไมค์กับตนที่ยังนั่งดื่มกันอยู่ ตนรู้สึกง่วงและไม่ไหวแล้ว ประกอบกับบ้านตนอยู่ที่บ้านฉางซึ่งห่างออกไป 30 กิโลเมตร จึงบอกกับคุณไมค์ว่าขอค่าห้องพักและค่ารถเพื่อจะไปเปิดโรงแรมนอนแถวนี้
ในจังหวะที่จะเดินทางออกจากสวน คุณโรสได้เรียกรถมารับและยกสัมภาระ คุณไมค์บอกว่าจะขี่ จยย. ตามไป ตนก็ไม่ได้ขัดข้องเพราะเห็นว่าเป็นสปอนเซอร์และไว้ใจ ตอนแรกรถจะพาไปที่โรงแรมหนึ่งแต่ห้องเต็ม จึงต้องเปลี่ยนไปอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นรีสอร์ทห้องละ 500 บาท ซึ่งตนได้ส่งพิกัด GPS ไปให้คุณไมค์ เพราะกลังว่าเขาจะตามไปผิดที่
เมื่อไปถึงรีสอร์ท คุณไมค์ก็ตามมาถึงในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยมีคนขับรถ พนักงานรีสอร์ท และคุณไมค์ ช่วยกันขนของเข้าไปในห้องพัก หลังจากยกของเสร็จและพนักงานแยกย้ายไปแล้ว คุณไมค์บอกว่าอยากดื่มต่อ ตนจึงออกไปหาเครื่องดื่มมาให้ แล้วตัวคุณโรสเองก็เริ่มจัดการเช็ดหน้าล้างเครื่องสำอางเพื่อจะพักผ่อน
คุณโรส เผยว่า ที่ไม่ปฏิเสธไม่ให้เขาตามมาตั้งแต่แรก มันเป็นเรื่องความผิดที่ไว้ใจ เพราะสนิทใจกันมากจนไม่ได้คิดอะไรในแง่ร้าย ขณะที่ฝั่งคุณไมค์โต้ว่า เรื่องราวที่ฝ่ายหญิงเล่ามานั้น ไม่เป็นความจริง

ทางคุณไมค์ระบุว่า ตนเองอายุ 42 ปี ประกอบอาชีพทำสวนทุเรียน และปลูกกัญชาเอาไว้สูบเองบ้าง โดยปกติแล้วตนไม่ได้สปอนเซอร์นางงาม แต่กรณีของน้องโรสนั้นเห็นว่าน้องเขาสวย ก็เคยบอกตรง ๆ ว่าชอบ และเคยให้เงิน 1,000 บาทโดยทางน้องช่วยรีวิวฟาร์มทุเรียนและสวนกัญชาให้
สาเหตุที่คุณไมค์เข้าใจไปในทางชู้สาว อ้างว่าเป็นเพราะโรสเคยเข้าโรงแรมกับตนมาก่อนหน้านี้แล้วครั้งหนึ่ง ที่โรงแรมใกล้บ้านคุณไมค์ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรเพราะฝ่ายหญิงอ้างว่าเป็นประจำเดือน ก็ไม่ได้มีการฝืนอะไร
ในประเด็นเรื่องการเป็นสปอนเซอร์ล่าสุด คุณไมค์เล่าว่า คุณโรสแจ้งว่าจะมาประกวดที่ระยองและขอค่าแต่งหน้า โดยส่ง QR Code มาให้ในกลุ่ม คุณไมค์อ้างว่า คำว่าสปอนเซอร์ในความเข้าใจระหว่างตนกับโรสนั้นรู้กันสองคนว่าหมายถึงอะไร โดยตนตกลงจะจ่าย 3,000 บาท คุณไมค์ย้ำว่าตนไม่เคยเป็นสปอนเซอร์ให้ใครมาก่อน และในการประกวดครั้งนี้โรสก็ไม่ได้มาทำงานรีวิวอะไรให้ตนเลย
วันที่ 23 โรสได้ขอค่าสปอนเซอร์สำหรับการประกวดครั้งล่าสุด หลังจบการประกวดโรสได้ถามคุณไมค์ว่า “พี่อยากเจอหนูไหม” คุณไมค์จึงโอนเงินให้ก่อน 1,000 บาท และมีแชตที่โรสพิมพ์บอกว่า “ถึงเวลาขอบคุณสปอนเซอร์”
ทางด้านคุณโรสได้เล่าเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุหลังจากย้ายโรงแรมว่า เมื่อไปถึงรีสอร์ทแห่งใหม่ ตนได้ส่งพิกัดให้คุณไมค์และคุณไมค์ก็ขี่ จยย. ตามไป เมื่อเข้าไปในห้องพัก คุณไมค์ขอนั่งดื่มต่อ ซึ่งโรสก็ไม่ได้ปฏิเสธเพราะนับถือและไว้ใจเนื่องจากรู้จักกันมานานและเจอกันบ่อย ห้องพักเป็นลักษณะห้องสตูดิโอห้องเดี่ยว โรสจึงเริ่มจัดการล้างเครื่องสำอางและแปรงฟันโดยที่ยังไม่ได้ถอดเสื้อผ้ าเพื่อเตรียมตัวพักผ่อน หลังจากจัดการธุระเสร็จ โรสปิดประตูห้องน้ำเพื่อจะอาบน้ำแต่ไม่มั่นใจว่าได้ล็อกประตูหรือไม่
ในขณะที่โรสกำลังจะถอดเสื้อผ้าเพื่ออาบน้ำ คุณไมค์ได้บุกรุกเข้าไปในห้องน้ำในสภาพที่ถอดเสื้อผ้า โรสระบุว่าตกใจมากแต่พยายามคุมสติและบอกคุณไมค์ว่าทำแบบนี้ไม่ได้ โรสจึงพยายามผลักไสแต่สู้แรงผู้ชายไม่ได้ ในจังหวะนั้นโรสจึงตัดสินใจป้องกันตัวด้วยการใช้เข่าแทงไปที่จุดยุทธศาสตร์ของคุณไมค์อย่างจัง และใช้หมัดที่เรียกว่า หมัดเขวี้ยงควาย ล็อกคอแล้วดันคุณไมค์ลงกับพื้น เนื่องจากคุณไมค์ตัวสูงและห้องน้ำแคบ ทำให้ศีรษะและหลังของคุณไมค์ไปกระแทกกับผนังห้องน้ำอย่างแรง ตอนนั้นกลัวคุณไมค์จะถึงแก่ชีวิต จึงเข้าไปประคองดูว่าหัวแตกหรือไม่ เมื่อเห็นว่าไม่มีเลือดจึงเบาใจลง แต่ในขณะนั้นอารมณ์ของคุณไมค์เปลี่ยนจากความต้องการทางเพศกลายเป็นความโกรธแค้น และพยายามจะทำร้ายร่างกายโรสแทน
โรสเริ่มกรีดร้องขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีใครมาช่วย คุณไมค์ซึ่งอยู่ในอาการโมโหจึงเปลี่ยนใจมาทวงเงินสดจำนวน 2,000 บาท ที่เพิ่งให้ไปคืน โรสจึงรีบคว้าผ้าเช็ดตัวมานุ่งกระโจมอก และวิ่งออกไปกอดกระเป๋าของตนไว้ เพื่อไม่ให้คุณไมค์ค้นของหรือเอาเงินคืนไป โรสยืนยันว่าไม่ให้เงินคืนเพราะถือว่าตนเองทำงานให้แล้วและมีค่าใช้จ่ายทั้งค่าโรงแรม 500 บาทและค่ารถอีกกว่า 300 บาท ซึ่งเงินที่เหลือก็ยังไม่คุ้มกับค่าชุดราตรีที่ใส่ประกวดด้วยซ้ำ
ในขณะที่ทางคุณไมค์โต้แย้งว่า โรสยังไม่ได้ทำงานรีวิวอะไรให้เลย โดยโรสพยายามอ้างว่าเคยรีวิวกัญชาให้แล้ว แต่คุณไมค์ก็ยังตั้งคำถามถึงช่วงเวลาที่ทำและการทำงานในครั้งล่าสุดนี้ โรสยังเสริมอีกว่าด้วยฐานะผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส การจะให้รีวิวกัญชานั้นอาจไม่เหมาะสม และควรให้รีวิวอย่างอื่นเช่นทุเรียนแทน
คุณไมค์ได้เปิดภาพจากวงจรปิดที่บ้าน เล่าเหตุการณ์ในคืนนั้นว่า ภาพที่เห็นคือน้องโรสนั่งอยู่กับตน มีการสูบกัญชาด้วยกันและมีการดื่มด้วยกัน ในประเด็นเรื่องเงินและการเป็นสปอนเซอร์ หลังจากโอนไปก่อนแล้ว 1,000 บาท คุณไมค์ได้ให้เงินสดเพิ่มไปอีก 2,000 บาท โดยลูบมือพร้อมถามว่า “3,000 อาบน้ำให้พี่ได้มั้ย?” จากนั้น น้องโรสก็บอกว่าอยากอาบน้ำมากเลย คุณไมค์จึงเสนอให้ไปอาบน้ำที่บ้านของตนก่อน แต่น้องโรสปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าที่บ้านคุณไมค์ไม่มีฝักบัวและเมียของคุณไมค์ก็อยู่ที่บ้านด้วย ก่อนจะบอกว่าไปอาบที่อื่นดีกว่า แล้วจากนั้นก็ไปรีสอร์ท
เงินจำนวน 3,000 บาท ซึ่งคุณไมค์ระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นค่าตัว ในขณะที่น้องโรสโต้แย้งทันทีว่าในความเข้าใจของเธอคือ ค่าสปอนเซอร์ หรือเงินสนับสนุนกิจกรรมการประกวดนางงาม
ซึ่งคุณไมค์ก้ได้ตั้งคำถามว่า น้องโรสได้ทำอะไรให้เขาบ้างจากการขอเงินครั้งล่าสุด ซึ่งน้องโรสอ้างว่าได้ถ่ายคลิปรีวิวขนม แต่คุณไมค์แย้งว่านั่นเป็นขนมของใคร ใช่ของเขาหรือไม่ โรสตอบว่าเป็นของกองประกวด คุณไมค์เลยถามต่อทันทีว่า แล้วเขาได้ผลประโยชน์อะไร น้องโรสชี้แจงต่อว่า เธอได้ถามคุณไมค์แล้วว่าต้องการให้ทำอะไร ซึ่งคุณไมค์บอกเพียงว่าให้มานั่งสังสรรค์กัน และเขาก็ได้ถ่ายรูปส่วนตัวในโทรศัพท์ของเขาไปแล้ว

การโต้เถียงขยายไปถึงที่มาของการนัดพบ คุณไมค์อ้างว่าน้องโรสเป็นฝ่ายโทรศัพท์มาหาเพื่อขอค่าแต่งหน้า และถามว่าอยากเจอเขาไหม แต่น้องโรสปฏิเสธว่าไม่เคยพูดเช่นนั้น และไม่เคยโทร ข้อมูลในแชตก็ไม่มีเรื่องนี้
ส่วนเหตุการณ์ในห้องพัก คุณไมค์เล่าว่าน้องโรสต้องการดื่มเพิ่มและพยายามให้เขาไปซื้อที่เซเว่น แต่เขาบอกไปว่าที่นี่ก็คงมีมั้ง แต่น้องโรสชี้แจงว่าเธอเพียงแค่อยากดื่มนมเปรี้ยว
คุณไมค์เล่าต่อว่า เมื่อเปิดห้องเสร็จ น้องโรสเป็นฝ่ายชวนดื่มและขอดูดกัญชา ซึ่งขาก็ได้จัดเตรียมให้ และยังมีการถ่ายรูปเล่นกับสายสะพายกันอยู่ เรื่องการอาบน้ำก็มีการตกลงกันตั้งแต่ที่บ้านแล้ว ว่าน้องโรสจะอาบน้ำให้เขา
ในเรื่องการเดินทางไปยังที่พัก น้องโรสยอมรับว่า เธอส่งโลเคชันให้คุณไมค์จริง เพราะเห็นคุณไมค์ไปรออยู่ที่พักเดิมที่เต็ม และคิดว่าเขามีน้ำใจจะมาช่วยแบกของเข้าห้อง เธอไม่คิดเรื่องชู้สาวเพราะเธอรู้จักทั้งลูกและภรรยาของคุณไมค์
อย่างไรก็ตาม คุณไมค์ยืนยันว่าเขาถามน้องโรสไปตรง ๆ ว่าเงิน 3,000 บาทนี้ “พี่อาบน้ำด้วยได้ไหม” ซึ่งน้องโรสยอมรับว่าเขาพูดจริง แต่เธอก็ตอบปฏิเสธไปแล้วว่าทำอย่างนี้ไม่ได้
ส่วนเหตุการณ์ในห้องน้ำ ทั้งสองก็เล่าต่างกัน คุณไมค์อ้างว่าเขาตามน้องโรสเข้าไปในห้องน้ำเพราะเธอไม่ปิดประตู และตกลงกันแล้วว่าเธอจะอาบน้ำให้เขา แต่แล้วน้องโรสกลับบอกว่าหากต้องการมากกว่านี้ต้องจ่ายเพิ่ม 10,000 บาท คุณไมค์ก็ไม่พอใจว่าตกลงกันไปแล้ว ที่ผ่านมาขอเงินก็ให้ ทำไมจึงเรียกถึง 10,000 จึงปฏิเสธและขอเงิน 2,000 คืน
ในขณะที่น้องโรสยืนยันว่า ไม่เคยพูดเรื่องเงิน 10,000 บาท แต่คุณไมค์พยายามจะละเมิดเธอ จนเธอต้องต่อสู้เอาตัวรอดด้วยการใช้เข่ากระทุ้งและต่อยคุณไมค์ ขณะที่คุณไมค์บอกว่าไม่ได้โดนเข่าหรือต่อย
ส่วนบาดแผลที่เท้าของโรสนั้น คุณไมค์อ้างว่าเธอวิ่งไปหยิบกระเป๋าแล้วลื่นล้มเอง แต่น้องโรสแย้งว่าแผลเกิดจากการยื้อแย่งกระเป๋าจนเธอล้มลงไปเหยียบขวดที่แตก

พนักงานของรีสอร์ทได้ให้ข้อมูลผ่านทางโทรศัพท์ว่า พนักงานไม่ได้เพิกเฉย เป็นคนตามกู้ภัยให้ และเล่าว่าในช่วงเช้าน้องโรสโวยวายไม่ยอมออกจากห้องพักจนถึงบ่ายสามโมง ทั้งยังพยายามขอเงินค่าห้อง 500 บาทคืน โดยอ้างว่าโรงแรมไม่ปลอดภัย ตอนนั้นน้องโรสคุยไม่ค่อยรู้เรื่อง เหมือนคนสติหลุด โวยวายใส่ตำรวจจนต้องเรียกกำลังเสริม 5 นายมาควบคุมตัว และน้องโรสยังกระโดดลงจากรถตำรวจจนต้องถูกใส่กุญแจมือ ทั้งยังตั้งข้อสังเหตว่า ทำไมจึงไม่รีบแจ้งความตั้งแต่หลังเกิดเหตุใหม่ ๆ
ซึ่งน้องโรสชี้แจงว่า ที่เธอไม่ออกจากห้องเพราะต้องรอให้ตำรวจมาถ่ายรูปจุดเกิดเหตุ ขอเงินคืนเพราะคุยกับเจ้าของแล้ว เธอยังไม่ได้แจ้งความทันทีเพราะต้องไปเย็บแผล บวกกับเธอยังไม่ได้พักผ่อนเลย เธอจึงต้องการนอนก่อน เธอมองว่าทางที่พักจัดการเหตุการณ์ได้ไม่ดี มีความล่าช้า ส่วนตำรวจมาจับเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นอีกเหตุ พอรู้ว่าเธอคือคนที่โทรแจ้งก็ได้ยกมือไหว้ขอโทษเธอ
คุณไมค์ ยืนยันที่จะฟ้องคุณโรส เนื่องจากเสียชื่อเสียง โดยระบุว่าภรรยาของเขารู้เรื่องนี้แล้ว
ขณะที่น้องโรสระบุว่า เธอมาเพื่อยืนหยัดต่อสู้ในฐานะลูกผู้หญิงที่โดนกระทำ และคุณไมค์นั้นเป็นอาหวังไร้คุณภาพ หากเธอจะทำแบบที่คุณไมค์กล่าวหาจริง เธอจะเรียกค่าตัว 200,000 บาท ไม่ใช่แค่ 3,000
ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ได้พยายามวิเคราะห์และให้มุมมองทางกฎหมายว่า ในฐานะทนาย หากเขาต้องรับเรื่องนี้ สิ่งที่จำเป็นต้องถามคือเหตุผลที่น้องโรสไว้ใจให้ผู้ชายเข้ามาในห้องในยามวิกาล ซึ่งทนายตุ๋ยย้ำว่า ไม่ได้เป็นการดูถูก แต่เป็นการตั้งคำถามที่ต้องเจอแน่นอนหากเรื่องนี้ไปถึงชั้นศาล เพราะพฤติการณ์ดังกล่าวจะส่งผลต่อน้ำหนักและความน่าเชื่อถือของคำให้การ
การที่ตำรวจเรียกคุณไมค์ไปสอบปากคำในฐานะพยานก่อนนั้นเป็นเรื่องปกติ เพื่อรวบรวมหลักฐานว่า ข้อเท็จจริงที่น้องโรสไปร้องทุกข์นั้นมีมูลพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหาได้หรือไม่ ซึ่งข้อหาหลักที่อาจเกิดขึ้นได้คือ พยายามข่มขืนกระทำชำเรา และ "กักขังหน่วงเหนี่ยว
ทนายตุ๋ยยังได้ให้คำแนะนำกับน้องโรสว่า การพูดสลับไปสลับมา หรือการโต้แย้งในลักษณะที่เหมือนการแก้ตัวเมื่อเห็นพยานหลักฐานใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ อาจทำให้คำพูดของเธอดูไม่มีน้ำหนัก และคนอาจมองว่าเป็นการแก้ตัว
ด้านน้องโรสระบุว่า เธอนอนน้อยเพราะช่วงที่ผ่านมาต้องเดินสายประกวดถึง 2 เวที และตอนเกิดเหตุก็สติหลุด เหตุการณ์มันเพิ่งเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ แต่ความจริงก็คือความจริง
ทนายตุ๋ยก็บอกว่าื เข้าใจ จากนี้ก็ขอให้น้องโรสเตรียมรายละเอียดทั้งหมดไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนและในชั้นศาล