รายการโหนกระแสวันนี้ (16 ต.ค. 2569) พูดคุยต่อเนื่องกับจักรวาล ‘โปเต้ นักจะแกง’ ที่อ้างตัวช่วยเหลือผู้เสียหายคือ ‘เวฟ’ ที่มีปัญหาความรักกับคู่หมั้น ซึ่งโปเต้อ้างว่าได้สืบเสาะและติดตามจนทราบว่าฝ่ายหญิงคบซ้อน ทำให้เวฟต้องการเงินหมั้น 4 แสนบาทคืน รวมถึงเงินที่ฝ่ายหญิงและแม่ยืมอีกประมาณ 2 แสน
ในขณะเดียวกัน ก็มีเพจต่าง ๆ และชาวเน็ต ออกมาแฉว่าโปเต้คนนี้มีพฤติกรรมแอบอ้างและหลอกลวง วันนี้ โปเต้จึงจะมานั่งชี้แจงข้อกล่าวหาต่าง ๆ รวมถึงชมพู่เองก็มาชี้แจงเช่นกัน โดยยืนยันว่าไม่ได้คบซ้อน ไม่ได้มีใคร
ชมพู่อ้างว่า หลังหมั้นได้ราว 2 เดือน เวฟเป็นฝ่ายที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น หงุดหงิดง่าย พูดน้อยลง ไม่ค่อยกลับบ้าน เวลาไปกินข้าวต้องแยกรถกันขับ ไปอยู่แต่ที่ทำงาน และแยกฟูกไปนอนอีกห้องหนึ่งโดยอ้างว่าเครียดเรื่องงาน
ส่วนที่เวฟระบุว่าจะขอเงินหมั้นคืนนั้น คุณชมพู่และแม่ตอบหนักแน่นตรงกันว่า “ไม่คืน” พร้อมอธิบายว่า ตนเองไม่เคยเอ่ยปากหรือมีความคิดที่อยากจะเลิกรากับเวฟเลยแม้แต่น้อย ในช่วงเวลาดังกล่าวยังเป็นเพียงช่วงที่ทั้งคู่มีความเห็นไม่ตรงกัน และอยู่ในระหว่างปัญหาระหองระแหงกันเท่านั้น แต่เป็นฝั่งของเวฟเองที่เข้ามาเอ่ยปากขอจบความสัมพันธ์ก่อน โดยเวฟได้พาครอบครัวและญาติพี่น้องนั่งรถกระบะมาถึง 2 คัน เดินทางมาหาคุณแม่ แล้วเข้ามาพูดจายื่นคำขาดขอเลิกรา พร้อมทั้งเรียกร้องขอเงินหมั้นคืนทั้งหมดในทันที อีกทั้งยังอ้างเหตุผลการเลิกราโดยกล่าวหาว่าชมพู่เป็นฝ่ายหนีหายหรือไปมีชายอื่น
คุณแม่ได้ระบุว่า พิธีหมั้นได้จัดขึ้นอย่างถูกต้องตามประเพณีแล้ว แต่ฝ่ายชายกลับเป็นฝ่ายบุกมาขอเลิกเองถึงที่บ้าน ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่ลูกสาว ทั้งในเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดงาน พิธีการ ค่าน้ำนมในการเลี้ยงดู รวมไปถึงเกียรติและศักดิ์ศรีของผู้หญิงที่สูญเสียไป
ทางชมพู่ยืนยันว่า เธอพร้อมที่จะแต่งงานและจดทะเบียนสมรส และไม่เคยปฏิเสธการแต่งงานตามที่เวฟกล่าวอ้าง ดังนั้น เมื่อฝ่ายชายเป็นฝ่ายเข้ามาขอยกเลิกสัญญาหมั้นเองและขู่ว่าจะฟ้องร้องเอาเงินคืน ชมพู่และคุณแม่จึงเห็นตรงกันว่าไม่มีความจำเป็นต้องคืนเงินหมั้นจำนวนนี้ให้ และพร้อมที่จะนำพยานหลักฐานทั้งหมดไปพิสูจน์ความจริง เพื่อสู้คดีกันตามกระบวนการทางกฎหมายในชั้นศาล ให้ศาลเป็นผู้พิจารณาตัดสิน
ประเด็นที่เวฟติดใจและกล่าวหาว่าชมพู่พยายามปิดบังที่อยู่ ไม่ยอมบอกว่าพักอาศัยอยู่ที่ไหนในกรุงเทพฯ นั้น ชมพู่และคุณแม่ได้อธิบายเหตุผลว่า เกิดจากความหวาดกลัวในเรื่องพฤติกรรมและความอารมณ์ร้อนของเวฟ เนื่องจากเวฟอารมณ์ร้อน ค่อนข้างเอาแต่ใจ และหากต้องการสิ่งใดก็จะต้องเอาให้ได้ดั่งใจทันที อีกทั้งยังมีพฤติกรรมชอบใช้กำลังและมีเรื่องชกต่อยกับผู้อื่น เช่น เหตุการณ์ที่ไปดูคอนเสิร์ตแล้วมีเรื่องชกต่อย หรือการไปมีเรื่องชกต่อยกับญาติในงานแต่งงาน
คุณแม่ยอมรับว่า ชมพู่ได้กำชับไว้ว่าอย่าเพิ่งบอกที่อยู่แก่เวฟ เนื่องจากเกรงว่าหากเวฟรู้ที่อยู่แล้วจะมาคถกคาม เพราะยังไม่รู้ว่าจะกลับไปคืนดีกันหรือเปล่า หากคืนดีกันทีหลังก็ต้องบอกอยู่แล้ว แค่ตอนนั้นยังไม่ได้บอก
ชมพู่ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า ในวันที่เวฟเดินทางมาตามหาที่กรุงเทพฯ เธอเองก็เพิ่งเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ เพื่อสัมภาษณ์งาน เมื่อสัมภาษณ์งานเสร็จในช่วงเช้าและตรวจร่างกายเสร็จในช่วงบ่าย เธอกับครอบครัวต้องเร่งรีบออกหาห้องพักชั่วคราวเพราะยังไม่มีที่นอนในคืนนั้น โดยยังคงแชตคุยกับเวฟ ไม่ได้ขาดการติดต่อตามที่ถูกกล่าวอ้าง
ชมพู่จึงรู้สึกงงและน้อยใจว่า ในช่วงที่เธอเคยชวนเวฟมาหากันที่บ้าน เวฟกลับไม่เคยมา แต่พอเธอเดินทางมาจัดการเรื่องงานที่กรุงเทพฯ เวฟกลับคะยั้นคะยอจะขอเจอให้ได้ทันที เมื่อประกอบกับความกังวลเรื่องอารมณ์ของเวฟ และการที่เวฟเดินทางไปกดดันขู่เอาเงินหมั้นคืนถึงบ้านที่ร้อยเอ็ด จึงทำให้เธอเกิดความรู้สึกเสียใจและตัดสินใจลบรูปภาพงานหมั้นออก