ผู้สื่อรายงานว่า มีชาวบ้านร้องเรียนมายังเพจเฮียเปี๊ยกช่วยด้วยว่า ภรรยารองผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน เปิดรักษาคนป่วยอ้างใช้พลังจิตควอนตัมในการรักษา มีชาวบ้านในหลายจังหวัดแห่ไปรักษากันจำนวนมาก และภรรยารองผู้ว่าฯ ท่านนี้เคยบุก โรงพยาบาลขอเอาผู้ป่วยไปรักษาด้วย แต่ทางโรงพยาบาลไม่ยอมให้ แถมยังให้ส่วนราชการหางบประมาณสร้างสำนักให้เพื่อทำการรักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ เรื่องนี้กลัวจะบานปลายจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบตามคำร้องเรียนของชาวบ้าน ก็พบภรรยารองผู้ว่าฯ คนดังกล่าว พร้อมคณะอาจารย์หมอที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ กำลังรักษาคนป่วยอยู่ โดยผู้ป่วยแห่มารักษาจำนวนมากจนเต็มห้องประชุม มีผู้ป่วยหลากหลายทั้งป่วยเดินไม่ได้ เบาหวานเท้าเปื่อย แขนขาอ่อนแรง ตามองไม่เห็นและป่วยอีกสารพัดโรค
โดยทางภรรยารองผู้ว่าฯ บอกว่า เป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยโดยใช้พลังจิตควอนตัมและจุดกำยานเป็นวิธีโบราณ เพราะกำยานมีพลังงานเหนือธรรมชาติ สังเกตดีๆ กำยานจะมีน้ำสีเหลืองสีดำ นั่นแปลว่ามีสิ่งไม่ดีออกจากร่างกายแล้ว ทุกคนมีพลังงานพอของไม่ดีออกไปแล้วอาการป่วยต่างๆ ก็ดีขึ้น พร้อมชี้ไปยังคุณยายท่านหนึ่ง บอกว่า อย่างยายคนนี้เดินไม่ได้พอมาร่วมอบรมก็เดินได้ยกแขนได้
หญิงอายุ 74 ปี บอกว่า แต่ก่อนตนเดินไม่ได้แต่พอมาร่วมอบรมกับภรรยารองผู้ว่าฯ ตนก็เดินได้อย่างน่าทึ่ง แต่ก่อนนั่งรถเข็นตลอดเดินแทบไม่ได้ เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ อีกคนลูกชายพาแม่มารักษาา บอกว่า แม่ป่วยเป็นสโตรกแล้วเกิดล้มทำให้เดินไม่ได้เป็นอัมพฤกษ์มา 4 ปีแล้ว ต้องลาออกจากงานมาดูแลแม่ แม่ขยับไม่ได้เลย แต่ตอนนี้หลังร่วมอบรมในครั้งนี้ก็ปรากฏว่าแม่ลุกได้ ยกแขนซ้ายขวาได้ เหลือเชื่อมาก มาที่นี่ไม่ใช่การรักษา แต่เหมือนการให้กำลังใจและคำแนะนำจากอาจารย์หมอว่าต้องทำได้ ตนเชื่อว่ากำลังใจมีส่วนมากเหมือนเราไปทำบุญ เหมือนมีพลังความสุขจนทำให้แม่ขยับตัวได้
จากนั้นภรรยารองผู้ว่าฯ พาผู้สื่อข่าวไปดูกำยานที่จุดไฟ บอกว่า กำยานแต่ละแท่งจะมีสีเหลืองสีดำนั่นคือสั่งไม่ดีออกมาจากร่างกายแล้ว เป็นการรักษาแบบธรรมชาติปรับสมดุล พร้อมกับบอกว่าที่ทำตอนนี้ไม่ใช่การรักษาแต่เป็นการอบรมเท่านั้น เป็นการปรับสมดุลร่างกายและเป็นวิทยาศาสตร์สนามแม่เหล็กรวมกับการขยายจิต ซึ่งต้องเอาไปวิจัยก่อน วันนี้ก็มีนักวิจัยมาด้วย เพื่อมาเก็บข้อมูลไปทำเป็นรายงาน
เมื่อถามว่าที่เห็นตรงนี้เป็นการรักษาใช่หรือไม่ ภรรยารองผู้ว่าฯ ย้ำว่า อย่าเรียกว่าการรักษาเป็นการอบรมเท่านั้น เป็นการปรับสมดุลร่างกาย ส่วนที่มีการจุดกำยานใส่พลังจิตลงไปด้วย ถือว่าเป็นสนามแม่เหล็กเหนือกว่าพลังจิต สิ่งที่เกิดขึ้นจะช่วยให้จิตมีกำลัง โดยการทดสอบจากแสงเทียนหรือกำยาน
ด้านว่าที่ร้อยตรีวิทยา คำพวง นายกเทศบาลตำบลโพนสา กล่าวว่า กรณีที่ภรรยารองผู้ว่าฯ มาใช้สถานที่มาอบรม ขอชี้แจงว่า ทางสมาคมพลังบำบัดไทย ได้ประสานมายังเทศบาลมาจะใช้สถานที่ในการอบรมรักษาและวิจัยกับผู้ป่วยทั้งอัมพฤกษ์ อัมพาต กระดูกทับเส้นและอาการป่วยต่างๆ ด้วยสนามแม่เหล็กควอนตัม ส่วนการไปพบกับผู้ป่วยทางสมาคมฯ ไปพบเองโดยผ่าน อสม. ทางเทศบาลไม่ทราบเรื่องนี้ ทางสมาคมฯ ขอใช้สถานที่เราก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็มีคนสนใจรักษาบำบัดสนามแม่เหล็กควอนตัม เรื่องนี้เป็นเรื่องเปราะบาง เราก็ไม่ได้ขัดในการใช้สถานที่ ก็ให้เปิดอบรมไป
ตนในฐานะจบวิศวะมาเหมือนกัน สนามแม่เหล็กวัดค่าได้ พิสูจน์ทราบทางวิทยาศาสตร์ ส่วนการรักษาด้านการแพทย์ตนไม่มีข้อมูลเชิงลึกในเรื่องนี้ แต่ทางสมาคมฯ โดยภรรยารองผู้ว่าฯ จะทำการวิจัยโดยใช้ผู้ป่วยในพื้นที่ตำบลโพนสา ตนก็ไม่ได้ขัด และคนที่มารักษาเป็นเรื่องความเชื่อ แต่เรื่องวิทยาศาสตร์เป็นการทดลอง ปีที่แล้วภรรยารองผู้ว่าฯพาคณะมาแล้วมีผู้ป่วยมาอบรม ตนมีโอกาสได้ไปดูก็มีการออกคำสั่งเป็นเสียงว่า ให้มีกำลังใจนะ อาการดีขึ้นนะ เช่น ยกขา ยกแขน ผู้ป่วยมีบริบทตามนั้น เหมือนอุปทานหมู่เชื่อว่าหายจริง แต่ตัวเครื่องมือพลังสนามแม่เหล็กตนยังไม่เห็นเครื่องมือ
ส่วนที่มีชาวบ้านในพื้นที่มาอบรมรักษาพลังสนามแม่เหล็กกับคณะภรรยารองผู้ว่าฯ ถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เราก็ห้ามไม่ได้ แต่ทางเทศบาลให้ความสำคัญกำลังเฝ้าดูอยู่ ซึ่งจริงๆ การรักษาดังกล่าวหากเป็นการพิสูจน์ทราบไม่ได้และเป็นการวิจัยที่ยังไม่ตกผลึก ตรงนี้จะทำให้เกิดข้อขัดแย้งในเชิงวิชาการทางด้านการแพทย์ เพราะการพิสูจน์ทราบและการวิจัยต้องตอบได้ ในเรื่องนี้ตนมองว่า การใช้พลังจิตรักษาเป็นความเชื่อส่วนบุคคล หากมองมุมหนึ่งถ้ายังไม่พิสูจน์ทราบชัดเจนก็มีผลกระทบต่อบทบาทหน้าที่ขอหมอพยาบาลแน่นอน เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างมาก