โหนกระแสวันนี้ (25 มิ.ย. 2569) เรื่องราวเริ่มต้นจากการที่เพจ ซ้อเปา - เรื่องนี้ต้องใส่ใจ ได้นำเสนอเกี่ยวกับความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเต็นท์รถลุงเจ้ย ภูเก็ต ซึ่งมีผู้เสียหายจำนวนมากเข้าไปประมูลรถยนต์แต่กลับไม่ได้รับรถและเล่มทะเบียนตามที่ตกลงไว้
แต่เรื่องนี้มีความซับซ้อนในแง่ของข้อกฎหมายและกระบวนการประมูล ซึ่งมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นจากการประเมินคร่าว ๆ มีตั้งแต่หลักหลายสิบล้าน ไปจนถึงแตะ 100 ล้านบาทเลยทีเดียว
ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ได้ตั้งข้อสังเกตเบื้องต้นว่า ความซับซ้อนของเรื่องนี้อยู่ที่การโอนเงินของผู้เสียหาย ซึ่งไม่ได้โอนเข้าบัญชีชื่อลุงเจ้ยโดยตรง แต่เป็นการโอนเข้าบัญชีบริษัทแห่งหนึ่ง ประกอบกับการที่ลุงเจ้ยเสียชีวิตลงในเวลาต่อมาทำให้เรื่องราวดูยุ่งยากมากขึ้นไปอีก
คุณกุ๊ก อดีตผู้จัดการเต็นท์รถลุงเจ้ย ได้ให้รายละเอียดว่า เธอทำงานกับลุงเจ้ยมานาน 5-6 ปี ตั้งแต่ก่อนช่วงโควิด โดยเพิ่งกลับเข้ามาดูแลที่สาขาภูเก็ตได้ประมาณ 7 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่มีการทำคลิปวิดีโอขายรถที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย
คุณกุ๊กอธิบายถึงรูปแบบการทำธุรกิจของลุงเจ้ยว่า เป็นการขายรถตามสภาพ ซื้อมาขายไปโดยไม่มีการเก็บงานหรือซ่อมแซมใด ๆ ซึ่งสาเหตุที่ราคาถูกกว่าท้องตลาดมากเป็นเพราะขายตามสภาพที่ซื้อมาจากลูกค้าเลย บางคันที่เป็นรถน้ำท่วมก็นำมาถ่ายคลิปเพื่อขายเป็นอะไหล่แยกชิ้นส่วน
สำหรับกระบวนการประมูลนั้น ผู้เสียหายอธิบายว่า ทางเพจจะโพสต์รูปภาพและรายละเอียดรถลงในเพจ พร้อมกำหนดราคาเริ่มต้นและเวลาปิดประมูล เช่น ปิดตอน 16.00 น. ใครสนใจก็เข้าไปพิมพ์ราคาสู้กันใต้ภาพ ซึ่งทุกคนจะเห็นราคาของกันและกันทั้งหมด
ขั้นตอนหลังจากชนะการประมูล แอดมินเพจจะทักมาขอสำเนาบัตรประชาชน เพื่อทำสัญญาและให้โอนเงินทันที เข้าบัญชีบริษัท ไม่ใช่ชื่อลุงเจ้ย และยังทราบว่าลุงเจ้ยใช้ชื่อนอมินีเป็นกรรมการบริษัท ชื่อ ปรารถนา
ที่มีปัญหาคือ ลุงเจ้ยเกิดไม่สบาย เข้าโรงพยาบาล จนกระทั่งวันที่ 15 พ.ค. แอดมินแจ้งว่าลุงเจ้ยเสียชีวิตแล้ว และไม่สามารถเอารถออกมาได้เพราะลุงเจ้ยเป็นคนตัดสินใจเพียงคนเดียว โดยทีมงานบอกให้รอจัดงานศพให้เรียบร้อยก่อน แต่สุดท้ายจนถึงตอนนี้ผู้เสียหายก็ยังไม่ได้รถ ไม่ได้เล่มทะเบียน ตอนนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารถอยู่ไหน
ขณะที่ หนุ่ม กรรชัย เผยว่า มีคนที่อ้างว่ารู้ว่ารถอยู่ที่ไหน คน ๆ นั้นก็คือ ‘ใหญ่ V10’ บอกว่ารู้ว่ารถอยู่กับนายทุนที่ไหน และอยากจะช่วยเหลือผู้เสียหาย
ใหญ่ V10 พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ระบุว่า เรื่องแบบนี้มีมานานแล้ว คือรถ 1 คัน ถูกขายให้กับหลายคน ในมุมมองของตนตนคิดว่า กรรมสิทธิ์รถควรต้องเป็นผู้ที่มีสัญญาซื้อขาย หากบริษัทไปทำสัญญาซื้อมา แล้วมีลูกค้ามาซื้อต่อ บริษัทก็ต้องเอารถมาให้ลูกค้า ส่วนนายทุนที่ถือเล่มทะเบียน เชื่อว่าไม่ได้เป็นผู้ทำสัญญากับเจ้าของรถเดิม เพียงลงทุนให้เงินบริษัทไปซื้อ
กรณีนี้ ตนขอแนะนำให้ลูกค้านำหลักฐานไปแจ้งความ ขออายัดรถไว้ก่อน ตนไม่รู้ว่ารถอยู่กับนายทุนคนไหน แต่เชื่อว่าเมื่ออายัดแล้วนายทุนต้องโผล่ออกมาแน่นอน
เมื่อถามว่าที่่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง ทำไมไม่มาโหนกระแส ใหญ่ตอบว่าสบายดี และเรื่องราวต่าง ๆ ตนก็ได้อธิบายทั้งหมดไว้ในเพจแล้ว ไม่ไปโหนกระแสเพราะยังทำใจไม่ได้
ที่ออกมาพูดวันนี้เพราะอยากช่วยผู้เสียหาย โดยจากนี้ตนจะขอวางมือจากการซ่อมรถแล้ว อยากจะนำความรู้ที่มีไปช่วยเหลือคน และจะขอฝากตัวเป็นน้องของพี่หนุ่ม กรรชัย อยากช่วยเหลือคนแบบพี่หนุ่ม