ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นที่วัดบ้านตาเมาะ ต.ลำดวน อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ หลังครอบครัวและญาติพี่น้องของหญิง อายุ 46 ปี ชาวบ้านตาเมาะ ซึ่งเสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือด และรอรับร่างจาก จ.ระยอง เพื่อนำกลับมาประกอบพิธีทางศาสนา
เมื่อเปิดโลงศพกลับพบว่า ร่างที่อยู่ภายในเป็นชายอายุประมาณ 50 ปี ไม่ใช่ร่างของผู้เสียชีวิตที่ครอบครัวรอรับ ขณะเดียวกันเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กจนมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่กู้ชีพผู้ลำเลียงศพจาก จ.ระยอง เปิดเผยว่า ในขั้นตอนการรับศพได้ดำเนินการตามเอกสารของโรงพยาบาล โดยมีญาติผู้เสียชีวิตร่วมรับศพด้วย ขณะนั้นร่างถูกห่อด้วยถุงซิป ญาติจึงสอบถามถึงเหตุผลและขอเปิดดูใบหน้า แต่ได้รับแจ้งว่าเป็นศพติดเชื้อและไม่อนุญาตให้เปิด พร้อมยืนยันว่าศพที่นำออกมาถูกต้องแน่นอน
แม้ญาติจะทักท้วงว่าผู้เสียชีวิตมีรูปร่างอ้วนท้วม แต่ร่างที่เห็นกลับมีขนาดเล็กกว่า อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงยืนยันว่าเป็นศพที่ถูกต้อง กระทั่งนำร่างมาถึงวัดและเตรียมประกอบพิธี จึงเปิดถุงออกและพบว่าเป็นร่างผู้ชาย ทำให้ทราบว่าเกิดการส่งศพผิด ภายหลังจึงประสานโรงพยาบาลเพื่อเร่งนำศพมาเปลี่ยนคืน โดยเจ้าหน้าที่กำลังเดินทางกลับไปดำเนินการ และนัดหมายแลกเปลี่ยนศพกันระหว่างทาง
ต่อมา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังวัดบ้านตาเมาะ พบว่าบรรยากาศภายในวัดเงียบเหงา มีเพียงโต๊ะและเก้าอี้ที่จัดเตรียมไว้สำหรับรับแขก เนื่องจากญาติและชาวบ้านต่างเดินทางกลับไปรอการนำร่างผู้เสียชีวิตที่ถูกต้องกลับมาประกอบพิธีทางศาสนา
ผู้ใหญ่บ้านตาเมาะ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อร่างมาถึงวัด ชาวบ้านและอาจารย์พราหมณ์ได้เปิดโลงและแกะถุงซิปเพื่อเตรียมเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ผู้เสียชีวิต แต่กลับพบว่าเป็นร่างผู้ชาย ทำให้ทุกคนตกใจและแตกตื่น เพราะไม่เคยพบเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน
พร้อมฝากให้เป็นอุทาหรณ์ว่า การดำเนินการเกี่ยวกับศพต้องตรวจสอบรายละเอียดให้รอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด โดยครอบครัวผู้เสียชีวิตไม่ได้ติดใจอะไรมาก เพียงต้องการให้ร่างของผู้เสียชีวิตที่แท้จริงกลับมาถึงครอบครัว จึงฝากถึงโรงพยาบาลให้กำชับและอบรมเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างแม่นยำก่อนส่งมอบศพ