เด็กหญิง อายุ 15 ปี เดินทางเข้าขอความช่วยเหลือจากนายรพี ชำนาญเรือ หลังถูกชายที่อ้างตัวว่าเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เบี้ยวเงินค่าขายที่ดิน ซึ่งพ่อของเด็กหญิงได้ซื้อทิ้งไว้ให้เป็นมรดก ก่อนพ่อจะเสียชีวิต
โดยเด็กหญิงให้ข้อมูลว่า เมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2566 พ่อของตนได้ตกลงทำสัญญาซื้อขายที่ดินจำนวน 1 ไร่ 1 งาน 20 ตารางวา ในพื้นที่ตำบลทุ่งลูกนก อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม จากชายรายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าของที่ดิน โดยตกลงซื้อขายกันในราคา 2.5 ล้านบาท และมีการทำสัญญาซื้อขายที่ดินกันโดยเขียนด้วยลายมือ ระบุเนื้อที่ของที่ดินแปลงดังกล่าว พร้อมวางเงื่อนไขในการซื้อขายที่ดิน โดยกำหนดให้นายสมนึก
วางเงินมัดจำจำนวน 500,000 บาท และดำเนินการผ่อนจ่ายเงินที่เหลืออีก 2 ล้านบาทเป็นงวดๆ กระทั่งเมื่อถึงเดือนธันวาคม 2567 พ่อประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ส่วนที่ดินแปลงดังกล่าวก็ได้ดำเนินการผ่อนจ่ายไปแล้วรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2 ล้านบาท
ทางครอบครัวจึงได้เข้าไปพูดคุยกับชายรายดังกล่าว เพื่อหารือถึงจำนวนเงินที่นายสมนึกยังค้างจ่ายอยู่อีก 500,000 บาท ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันว่า ชายรายนี้จะหาผู้ซื้อรายใหม่ เข้ามาซื้อที่ดินแปลงดังกล่าว แต่แบ่งซื้อเพียง 1 ไร่ ในจำนวนเงิน 2,200,000 บาท ซึ่งทางครอบครัวก็ได้ยินยอมแต่โดยดี และได้มีการแบ่งขายที่ดิน 1 ไร่ให้กับผู้ซื้อรายใหม่ โดยทางผู้ซื้อได้วางเงินมัดจำ 500,000 บาท จ่ายให้กับชายรายนี้ เพื่อเป็นการชำระหนี้คงค้าง จำนวน 500,000 บาทที่พ่อค้างไว้ก่อนจะเสียชีวิต พร้อมกันนี้ยังได้นัดจ่ายเงินส่วนที่เหลืออีก 1.7 ล้านบาทให้กับชายรายดังกล่าวไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569
แต่ปรากฏว่า หลังจากชายรายดังกล่าวได้รับเงินทั้งหมด กลับไม่นำเอาเงินส่วนที่เหลือ หลังหักหนี้เดิมของพ่อจำนวน 500,000 บาทมาให้กับครอบครัว ทำให้ทางครอบครัวต้องเดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรกำแพงแสน จนนำไปสู่การนัดไกล่เกลี่ย ซึ่งชายรายดังกล่าว ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นที่ปรึกษาของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นัดหมายที่จะนำเงินมาจ่ายให้กับครอบครัวในวันที่ 15 ตุลาคม 2569 แต่สุดท้ายเมื่อถึงวันนัดหมาย กลับไม่นำเงินมาจ่ายให้ตามที่นัด
โดยอ้างเหตุผลว่าครอบครัวของตนยังไม่ย้ายออกจากที่ดินทั้งหมด ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ทางครอบครัวยินยอมทำตามข้อเรียกร้องทุกอย่าง มีการขนของออกจากที่ดินรวมถึงทุบทำลาย บ้านที่เคยอยู่อาศัยจนเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วย แต่ก็ยังไม่ได้รับเงินตามที่สัญญากันไว้
อีกทั้ง ชายรายดังกล่าวยังได้แสดงพฤติการณ์ข่มขู่ คุกคามครอบครัวในหลายๆ ประการ ทำให้เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากคู่กรณีเป็นคนมีอำนาจและรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่หลายคน จึงตัดสินใจเดินทางมาขอความช่วยเหลือจากนายรพี ชำนาญเรือในวันนี้
โดยหลังจากได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมด นายรพี ได้พาเด็กหญิงที่หอบรูปหน้าศพของพ่อ เดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ให้ช่วยดูแลติดตามความคืบหน้าของคดีนี้ และคืนความเป็นธรรมให้กับครอบครัว
นายรพี ยังได้กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบพฤติกรรม การทำสัญญาซื้อขาย ที่ดินแปลงดังกล่าวมีการทำสัญญาซื้อขายที่ดินกันโดยใช้วิธีเขียนด้วยลายมือ มีการระบุ เงื่อนไข การผ่อนชำระเอาไว้อย่างละเอียด แต่ก็มีความผิดปกติหลายอย่าง ซึ่งจากที่ตนได้ตรวจสอบดู พบว่า ครอบครัวของเด็กหญิงไม่ได้เป็นผู้เสียหายเพียงรายเดียวที่เคยถูกก่อเหตุในลักษณะนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา มีผู้ที่เคยถูกชักชวนให้ซื้อที่ดินโดยลักษณะการวางเงินมัดจำ และผ่อนซื้อที่ดินในลักษณะนี้มาแล้ว ก่อนจะเกิดปัญหาและนำไปสู่การยกเลิกสัญญาซื้อขาย
และทางตัวของคู่กรณีได้ยึดเงิน มัดจำหรือเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ ทำให้ทางคู่กรณีต้องเสียเงินไปเป็นจำนวนมากและก็ไม่ใช่ที่ดินไปครอบครอง เพียงแต่ที่ผ่านมาผู้เสียหายหลายราย ไม่กล้าออกมาร้องเรียน เนื่องจากเกรงกลัวและเห็นว่าเป็นคนมีอำนาจรู้จักคนใหญ่คนโตมากมาย จึงเลือกที่จะเงียบไว้ไม่ออกมาร้องเรียนขอความเป็นธรรม ซึ่งหลังจากนี้ ตนจะได้เดินหน้าตรวจสอบพฤติกรรมของคู่กรณีที่เกิดขึ้นกับที่ดินแปลงนี้
ขณะเดียวกัน ทางผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปหาคู่กรณี และได้มีการพูดคุยทางโทรศัพท์กัน โดยระบุว่า ในวันที่ 24 ตุลาคม 2569 จะมอบหมายให้ทนายความ ไปดำเนินการโอนเงินจำนวน 1 ล้านบาทให้กับเด็กหญิง ก่อนจะจ่ายเงินที่เหลือให้ในภายหลัง ยืนยันว่าจะดำเนินการชำระให้ตามที่สัญญาอย่างแน่นอน