สภ.เมืองฉะเชิงเทรา รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทภายในครอบครัว มีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกแทง ภายในห้องเช่า อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทราเข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบกลุ่มคนจำนวนมากกำลังให้การช่วยเหลือชาย อายุ 36 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บถูกอาวุธมีดแทงบริเวณแขนขวา และมีบาดแผลเล็กน้อยบริเวณลำคอ เจ้าหน้าที่กู้ภัยปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล
สอบถามผู้บาดเจ็บเปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุคือชาย อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นพี่ชายของตน โดยก่อนเกิดเหตุพี่ชายกำลังมีปากเสียงกับอดีตภรรยา ตนจึงเข้าไปห้าม แต่พี่ชายอยู่ในอาการมึนเมา ด่าทอก่อนจะมีปากเสียง ใช้มีดแทงตน และยังพยายามขับรถพุ่งชนตนอีกด้วย
ด้านผู้ก่อเหตุเผยว่า ตนพาภรรยาใหม่เข้ามาพบอดีตภรรยา หลังมีเรื่องพูดคุยกันเกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์ ระหว่างที่กำลังทะเลาะกับภรรยาเก่า น้องชายใช้ไม้ฟาดบริเวณต้นคอ ตนจึงใช้มีดแทงกลับไป จากนั้นขณะถอยรถออก เพื่อนข้างห้องได้ใช้มีดและไม้ทุบกระจกรถตน และใช้มีดฟันรถของตน
ขณะที่ภรรยาใหม่ของผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุอดีตภรรยาได้ติดต่อตนเองผ่านติ๊กต็อก และบอกว่าสามีตนยังเข้ามาตอแยและต้องการขอคืนดี จึงนัดให้ตนเดินทางมาพบ เพื่อฟังเสียงหลักฐาน ซึ่งเป็นคลิปที่อดีตภรรยาบันทึกไว้ แต่เมื่อเดินทางมาถึงกลับเกิดเหตุชุลมุนขึ้น โดยอ้างว่าสามีถูกอดีตภรรยา น้องชาย และคนข้างห้องทำร้าย จึงใช้มีดเพื่อป้องกันตัว
ส่วนอดีตภรรยา เปิดเผยว่า ตนเองเลิกรากับสามีมาประมาณ 2-3 เดือนแล้ว และไม่ต้องการกลับไปคบกันอีก แต่ยังถูกอดีตสามีตามตอแย โดยเวลาที่ตนไปตลาด อดีตสามีมักเข้ามาจับก้น หอมแก้ม ถึงเนื้อต้องตัว และบางครั้งยังโทรศัพท์มาก่อกวน ตนจึงติดต่อภรรยาใหม่ของอดีตสามี เพื่อให้รับทราบเรื่องราว พร้อมบันทึกคลิปเสียงไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนัดให้เข้ามาพูดคุยกัน
เมื่อดีตสามีและภรรยาใหม่เดินทางมาถึง ภรรยาใหมเดินเข้ามาคนเดียว ส่วนอดีตสามีจอดรถรถด้านนอก เมื่อาฟังคลิปเสียงจบแล้วได้เดินออกไปหาอดีตสามี จากนั้นอดีตสามีได้เดินกลับเข้ามาด่าทอและมีปากเสียงกับตน ตนจึงใช้ไม้ตีไปหนึ่งครั้ง ก่อนที่น้องชายอดีตสามีและเพื่อนข้างห้องจะเข้ามาห้าม แต่กลับถูกอดีตสามีด่าทอและท้าต่อย จนกระทั่งอดีตสามีหยิบมีดออกมาแทงน้องชาย ทำให้เหตุการณ์บานปลายในที่สุด
เบื้องต้นตำรวจเชิญคู่กรณีทั้งหมดไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เพื่อพูดคุยและเจรจาตกลงกัน หากไม่สามารถตกลงกันได้ และแต่ละฝ่ายยืนยันดำเนินคดี เจ้าหน้าที่จะส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป