มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

ไม่มียั้ง! ทนายเดือดรัวหมัด-ซีอิ๊วฟาดใส่เพื่อนบ้าน อ้างเหตุทับกล่องโฟม


ข่าวโซเชียล
15 กันยายน 2569567
ไม่มียั้ง! ทนายเดือดรัวหมัด-ซีอิ๊วฟาดใส่เพื่อนบ้าน อ้างเหตุทับกล่องโฟม

รายการโหนกระแสวันนี้ (15 ก.ย. 2569) พูดคุยกรณีที่หญิงรายหนึ่งร้องขอความเป็นธรรมกับเพจสายไหมต้องรอด ระบุว่าถูกเพื่อนบ้านชาย มีอาชีพทนายความ ทำร้ายร่างกายต่อหน้าลูกชายวัย 5 ขวบ ขณะกำลังถอยรถเข้าจอดหน้าบ้าน

 

โดยผู้ร่วมรายการประกอบด้วย คุณแนน ผู้บาดเจ็บ, คุณเอ เพื่อนบ้าน, คุณเล็ก เพื่อนบ้าน, อาม่า เพื่อนบ้าน, คุณสมชาย นิติบุคคลหมู่บ้าน, คุณเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด, ทนายแก้ว ดร. มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล และทนายตุ๋ยพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ที่แม้จะได้นั่งร่วมโต๊ะ แต่มาร่วมรับฟังด้วย

 

คุณแนน เล่ารายละเอียดในวันเกิดเหตุ วันที่ 11 ก.ย. เวลาประมาณ 16.40 น. คุณแนนเพิ่งไปรับลูกชายวัย 5 ขวบกลับจากโรงเรียน กำลังถอยรถเข้าจอดหน้าบ้าน ซึ่งมีลักษณะเป็นทาวน์โฮม แต่ขณะกำลังตั้งลำถอยจอด พบว่ารถของทนายคู่กรณีจอดอยู่ก่อนแล้ว และเห็นทนายเดินมาเปิดท้ายรถ คุณแนนจึงขยับรถตั้งลำและถอยมาครึ่งบ้าน เพื่อรอให้ทนายเดินไปก่อนแล้วค่อยถอยเข้าชิดตามปกติ เมื่อถอยจอด ทนายกลับเดินมาโวยวายว่าถอยรถทับของของเขา พร้อมทั้งเรียก รปภ. มา คุณแนนได้ลดกระจกฟัง เมื่อเห็นว่ามี รปภ. อยู่ด้วย จึงยอมเปิดประตูลงมาจากรถเพื่อตรวจสอบว่าทับสิ่งใด

 

ทันทีที่คุณแนนก้าวลงมาจากรถ ทนายได้ตวาดใส่ด้วยคำด่าว่า “มึงทับของกูทำไม” คุณแนนจึงย้อนถามกลับว่านำของมาโยนไว้หน้าบ้านคนอื่นทำไม ทนายซึ่งมือซ้ายถือถุงและมือขวาถือขวดซีอิ๊ว ได้ใช้ขวดซีอิ๊วฟาดเข้าที่ศีรษะของคุณแนนอย่างรุนแรง จนขวดหลุดมือและน้ำซีอิ๊วกระจายเปรอะเปื้อนเต็มตัวและบริเวณรอบรถ คุณแนนพยายามจะหลบหลีกแต่ทำไม่ได้ เนื่องจากกังวลความปลอดภัยของลูกชายวัย 5 ขวบที่นั่งอยู่เบาะหลัง จึงใช้มือผลักทนายออกไป

 

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ลูกชายวัย 5 ขวบเกิดอาการตกใจอย่างหนัก ส่งเสียงกรีดร้อง ช็อก และทุบตีตัวเอง ด้านทนายคู่กรณีไม่ได้หยุดการกระทำ แต่ได้รัวชกหน้า ค้ำคอ บีบคอ และกระหน่ำทำร้ายร่างกายคุณแนนไม่ยั้ง จนคุณแนนเริ่มหมดแรง ตาเริ่มพร่า มองไม่เห็น มึนงง ทรงตัวไม่อยู่ จึงคว้าเสื้อทนายไว้และส่งเสียงตะโกนขอความช่วยเหลือ คุณแนนทรุดตัวลงไปที่เบาะรถ โดยทนายยังตามเข้าไปบีบคอ จนกระทั่งได้ยินเสียงวิทยุสื่อสารของ รปภ. เรียกคนมาช่วยว่ามีการจะฆ่ากัน คุณแนนระบุว่าตอนนั้นเธอรู้สึกมึนมาก มองไม่เห็น จนคิดว่าตนเองกำลังจะตาย

 

จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดที่นำมาเปิดในรายการ พบว่า บ้านของคุณแนนอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่คุณแนนได้เช่าบ้านอีกหลังไว้ ซึ่งอยู่ติดกับบ้านของทนายคู่กรณี โดยใช้กำแพงและรั้วร่วมกัน ในวันเกิดเหตุ รถของทนายจอดล้ำเข้ามายังบริเวณหน้าบ้านเช่า เมื่อเห็นคุณแนนกำลังถอยรถ ทนายได้นำกล่องโฟมมาวางไว้ และใช้เท้าเขี่ยกล่องโฟมเข้าไปใกล้รถของคุณแนน ทำให้คุณแนนซึ่งมองไม่เห็นด้านล่างถอยรถไปโดนกล่องโฟม หลังจากนั้น ทนายได้เดินถือขวดซีอิ๊วเข้ามาโวยวาย และเมื่อคุณแนนลงมาถามพร้อมผลักออก ทนายจึงใช้ขวดซีอิ๊วฟาดหัว ค้ำคอ ชกเข้าที่ใบหน้ารัวมากกว่า 30 หมัด ใช้เข่าและเท้ากระทืบทำร้ายร่างกายคุณแนนอย่างรุนแรง

 

ภาพจากกล้องวงจรปิดอีกมุมหนึ่งยังแสดงให้เห็นว่า ทนายทำทีจะเดินเข้าบ้าน แต่เดินกลับออกมาพร้อมขวดในมือ โดยวางกล่องโฟมทิ้งไว้ข้างนอก ในระหว่างเกิดเหตุ รปภ. ยืนอยู่ในเหตุการณ์ แต่ไม่ได้เข้าห้ามปรามทันที ทำเพียงใช้วิทยุสื่อสารแจ้งเหตุเท่านั้น คุณแนนกล่าวเพิ่มเติมว่า หาก รปภ. และนิติบุคคลไม่เข้ามา ทนายความคนดังกล่าวก็คงจะไม่ยอมปล่อยมือที่บีบคอเธออยู่อย่างแน่นอน

 

ภายหลังเกิดเหตุ นิติบุคคลได้ช่วยเหลือนำตัวคุณแนนส่งโรงพยาบาล จากนั้นคุณแนนได้เดินทางไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนที่ สภ. บางศรีเมือง ระหว่างนั้น คุณแนนได้ขอเพื่อนบ้านให้ช่วยดูแลลูกชายวัย 5 ขวบ แต่แม้จะมีเพื่อนบ้านช่วยดูแล ลูกชายก็อยู่ในภาวะหวาดระแวงอย่างหนัก ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ ร้องไห้ไม่หยุด และยังคงทุบตัวเองตลอดเวลา แม้จะเป็นเพื่อนบ้านที่คุ้นเคยกันดีก็ตาม

 

หนุ่ม กรรชัย สอบถามถึงชนวนเหตุความขัดแย้งในอดีต คุณแนนอธิบายว่าตนเองมาเช่าบ้านหลังดังกล่าวเพื่อใช้พื้นที่ โดยมีบ้านอีกหลังอยู่ในซอยเดียวกัน ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2566 เมื่อทนายจอดรถล้ำมาหน้าบ้านที่คุณแนนเช่าไว้ เมื่อสามีของคุณแนนเปิดประตูรั้วบ้าน ทนายได้กล่าวหาว่าประตูรั้วเหล็กเปิดไปโดนรถของเขา คลิปเหตุการณ์ในวันดังกล่าวแสดงให้เห็นสามีของคุณแนนออกมากดกริ่งเรียกทนายเพื่อให้ช่วยเลื่อนรถเนื่องจากเอารถออกไม่ได้

 

แต่ตัวทนายอ้าว่าคุณแนนเปิดประตูรั้วล้างบ้านแล้วไปตีโดนรถเขา จะเห็นภาพว่าเคยมาถีบประตูบ้านของคุณแนนด้วย แต่คุณแนนยืนยันว่า ประตูรั้วบ้านเปิดกางได้เพียง 90 องศา และมีการนำกรวยมากั้นไว้ จึงไม่มีทางเปิดไปชนรถของทนายได้ ในวันนั้น ทนายปฏิเสธที่จะเลื่อนรถ และพูดใส่สามีคุณแนนว่าให้เอาหมาไปเก็บ ซึ่งหมายถึงคุณแนน เมื่อคุณแนนตอบโต้ว่าใครกันแน่ที่เป็นหมา ทนายได้เดินเข้ามาใช้หน้าอกกระแทกใส่ คุณแนนจึงใช้เท้าดันป้องไว้เพื่อป้องกันตัว

 

ทนายแก้ว ได้ให้ความเห็นทางกฎหมายเบื้องต้นว่า ถนนในหมู่บ้านเป็นทรัพย์สินของนิติบุคคล ไม่ใช่ถนนส่วนตัว การที่ทนายคู่กรณีต่อเติมบ้านจนไม่สามารถนำรถเข้าไปจอดในบ้านได้ แล้วนำรถมาจอดขวางถนนข้างนอกถือเป็นฝ่ายก่อภัย

 

หนุ่ม กรรชัย ถามย้ำเรื่องลักษณะการจอดรถ ซึ่งคุณแนนยืนยันว่า คู่กรณีไม่ยอมถอยรถเข้าไปจอดในฝั่งบ้านตนเอง แต่มักจอดล้ำเข้ามาหน้าบ้านที่คุณแนนเช่า ไม่ว่าจะเป็นส่วนหน้าหรือส่วนท้ายรถ เมื่อเกิดปัญหาจอดรถล้ำ คู่กรณีจะหันมาด่าคุณแนนด้วยคำหยาบคายอยู่ตลอดเวลา เช่น ถามว่ามีปัญหาอะไร หรืออยากมีเรื่องหรือไม่

 

เวลาที่คุณแนนไปกดกริ่งเรียกให้คู่กรณีมาขยับรถ คู่กรณีจะด่าสวนกลับมาด้วยคำหยาบ เช่น อีบ้า ปัญญาอ่อน อีหน้าปลวก มีปัญหาอะไร แล้วเดินกลับเข้าบ้านไปทันที คุณแนนจึงต้องประสานงานแจ้งนิติบุคคล รปภ. และตำรวจสายตรวจให้ช่วยมาบอกให้คู่กรณีขยับรถ เมื่อตำรวจสายตรวจมาถึง คู่กรณีกลับแจ้งสายตรวจว่า สาเหตุที่ไม่ยอมขยับรถเพราะถูกคุณแนนด่าก่อน ซึ่งเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ซ้ำ ๆ หลายครั้ง

 

หนุ่ม กรรชัย ได้ยกมือไหว้ขอโทษและขออนุญาตสอบถามถึงลูกชายวัย 5 ขวบของคุณแนน ซึ่งคุณแนนระบุว่าลูกเป็นเด็กพิเศษ ก่อนจะกลั้นไม่ไหว ร้องไห้ออกมา พร้อมเล่าว่า ในวันเกิดเหตุลูกชายตกใจอย่างหนักจนเข้าไปมุดอยู่ใต้เบาะรถ คุณแนนอธิบายว่าเด็กพิเศษมีความผิดปกติทางสมอง การประเมินสถานการณ์จะไม่เหมือนคนปกติ และจะรู้สึกตื่นตัวเรื่องความไม่ปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา รวมถึงสื่อสารได้ยาก เมื่อเผชิญเหตุการณ์สะเทือนใจ เด็กจะรู้สึกมากกว่าเด็กทั่วไป และจะแสดงออกด้วยการทุบตีและทำร้ายตัวเอง เหมือนพยายามจะช่วยแม่แต่ทำไม่ได้ ช่วงเกิดเหตุ คุณแนนหันไปมองลูก พบว่าลูกตัวสั่นและมุดซ่อนตัวอยู่ตรงช่องพักเท้าเบาะหลัง ช็อกและหวาดกลัว

 

ในรายการได้มีการเปิดคลิปจากกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุ เพื่อไล่เรียงทีละช็อต จากคลิปพบว่า รถของทนายจอดท้ายล้ำเข้ามาในพื้นที่หน้าบ้านของคุณแนน เมื่อคุณแนนกำลังถอยรถเข้าจอด ทนายเห็นแล้วแต่ไม่ยอมหลบ และยังนำกล่องโฟมมาวางไว้บนพื้นค่อนมาทางฝั่งที่รถคุณแนนกำลังจะจอด จากนั้นทนายใช้เท้าเขี่ยกล่องโฟมไปในแนวรถที่กำลังถอย ขณะที่มือขวาถือขวดไว้ แล้วเดินกเข้าบ้านไปโดยไม่ยอมเก็บกล่องโฟม

 

ผู้ร่วมรายการวิเคราะห์ว่า ตามวิญญูชนทั่วไปหากเห็นรถกำลังจะถอยทับทรัพย์สิน ควรต้องส่งเสียงเตือน แต่ในคลิปพบว่ากล่องโฟมเพียงแค่เกยหรือมุดเข้าใต้รถเท่านั้น คุณแนนระบุว่าตนเองมองไม่เห็นกล่องโฟมขณะถอยรถ เนื่องจากกล่องวางอยู่ต่ำมาก และรถไม่มีกล้องถอยหลังที่มองเห็นพื้น เมื่อเห็นทนายเดินเข้าบ้านไปแล้วจึงถอยรถ โดยไม่รู้เลยว่ามีการนำกล่องโฟมมาวางและเขี่ยไว้ ทนายแก้วและคุณเอกเห็นตรงกันว่า ทนายควรเก็บกล่องโฟมหรือตะโกนบอก ไม่ใช่เขี่ยกล่องโฟมยัดเข้ามา

 

หนุ่ม กรรชัย สอบถามถึงบาดแผลจากการถูกชกมากกว่า 30 หมัด คุณแนนเล่าว่าหลังแจ้งความวันศุกร์ และไปพบแพทย์ศัลยกรรมวันเสาร์ เมื่อกลับบ้านมีอาการอาเจียนและเวียนศีรษะ แพทย์ได้ส่งทำ CT Scan แบบฉีดสี โดยนัดฟังผลในวันศุกร์ พร้อมจ่ายยารักษาอาการระบมทั่วศีรษะ รอยบวม ห้อเลือดรอบมุมตา และสันจมูกฟกช้ำ สามีของคุณแนนเมื่อเห็นคลิปเหตุการณ์รับไม่ได้ ยืนยันให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และขอให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายช่วยเหลือ เพราะอีกฝ่ายเป็นทนายความ

 

จากนั้นได้มีการนำคลิปอีกเหตุการณ์หนึ่งมาเปิด ซึ่งเป็นภาพคุณแนนกำลังเดินกางร่มสีน้ำเงินจะกลับบ้าน แล้วทนายขับรถมาในลักษณะคล้ายจะพุ่งเข้าหา ในคลิปแสดงภาพทนายขับรถเดินหน้าถอยหลังอยู่ระยะหนึ่ง แล้วจึงพุ่งไปทางที่คุณแนนกำลังเดินอยู่ ทั้งที่สามารถถอยรถเข้าบ้านตนเองได้  แต่กลับเลือกขับไปทางคุณแนนมีระยะห่างพอสมควร ทนายแก้วให้ความเห็นว่า การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายเจตนาเล็งเห็นผล

 

คุณแนนยืนยันเหตุการณ์ในวันนั้นว่า รถของตนเองจอดอยู่ในแนวฝั่งกระถางต้นไม้ ไม่ได้จอดล้ำไปบ้านคู่กรณี ในวันเกิดเหตุทนายขับรถเฉียดมาและเดินมาด่าคุณแนน ก่อนหน้านั้นมีคุณยายปั่นจักรยานผ่านมา คุณแนนได้เตือนคุณยายให้ระวังเพราะตัวเองเกือบโดนชน กลัวคุณยายจะโดนไปด้วย ทนายยังเดินมาด่าเธอว่า “กูจะชนมึง มีปัญหาอะไร อีต่างด้าว ไอ้คนไม่ทำงาน อีต่างด้าว กูจะแจ้งตำรวจจับมึง ไม่มีการศึกษา” ซึ่งคุณแนนถามกลับว่า การที่เธอไม่ได้ทำงาน สามีเลี้ยงดู มันไปหนักส่วนไหนของเขา และถามว่าสติของเขายังดีอยู่หรือไม่

 

ส่วนคุณยายพูดกับเธอว่า ถ้าเขาจะชนก็ให้ด่าเลย ทนายจึงเดินตามคุณยายเข้าไปในอีกซอย และด่าคุณยายว่า “มึงเป็นอะไรกับเขา (หมายถึงคุณแนน)” เหตุการณ์นี้เกือบเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20ส.ค. 2569 และคุณแนนได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เมื่อวันที่ 21 ส.ค.

 

คุณเอ ซึ่งเป็นผู้ที่เคยเช่าบ้านหลังนี้มาก่อนคุณแนน เล่าว่า ตนเองมีรถยนต์ 3 คัน และเคยเช่าบ้านหลังเดียวกับคุณแนนเมื่อปี 2567 ก่อนที่คุณแนนจะเข้ามาเช่าต่อ ตนขอเช่าบ้านดังกล่าวเพื่อใช้เป็นสถานที่จอดรถ โดยจอดในบ้าน 1 คัน และจอดหน้าบ้าน 1 คัน ส่วนบ้านพักอาศัยอยู่เยื้องออกไปประมาณ 3 หลัง ซึ่งมีที่จอดรถอยู่แล้ว ตนได้จ่ายเงินกับนิติบุคคลสำหรับบ้านเช่าถูกต้อง และนำรถมอเตอร์ไซค์ที่เพิ่งซื้อให้ลูกชายไปจอดที่บ้านเช่าหลังนี้ด้วยอีก 1 คัน

 

ตนประสบปัญหาเช่นเดียวกับคุณแนน คือคู่กรณีมักนำรถมาจอดล้ำเข้ามาบริเวณหน้าประตูบ้านเช่า ข้ามมาถึงครึ่งประตู ทำให้เวลานำรถเข้าจอดทำได้ยากลำบากมาก เดิมทีบ้านคู่กรณีมีรถ 3 คัน ต่อมาขายไป 1 คัน เหลือ 2 คัน โดยนำเข้าจอดในบ้าน 1 คัน ส่วนอีกคันเป็นรถไฟฟ้าที่ต้องต่อสายชาร์จไฟในบ้าน จึงต้องถอยรถเข้าออกเป็นประจำ เวลาที่ตนจะนำรถเข้าจอด ต้องพยายามขับชิดฝั่งซ้ายเพื่อให้ลูกชายมีพื้นที่จอดมอเตอร์ไซค์ทางฝั่งขวา แต่กลับไม่สามารถเข้าจอดได้เนื่องจากถูกคู่กรณีจอดรถล้ำพื้นที่หน้าบ้านเช่าอยู่ตลอด จนกระทั่งมีเหตุการณ์ที่เปิดประตูทิ้งไว้ แล้วคู่กรณีขับรถมาชนประตูบ้านจนโดนรถของตน ตนจึงเดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดี

 

นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับลูกชายขณะอายุ 17 ปี ซึ่งเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยและอยู่ในช่วงเก็บตัวเตรียมเดินทางไปแข่งขันที่ต่างประเทศ ลูกชายต้องกระโดดเชือกเพื่อสร้างสมรรถภาพร่างกายและลดน้ำหนัก โดยออกมาซ้อมกระโดดเชือกอยู่หน้าบ้าน ขณะลูกชายกำลังกระโดดเชือก แฟนของคู่กรณีได้ขับรถไฟฟ้าเพื่อจะนำรถเข้าบ้าน ส่วนตัวคู่กรณีขับอีกคันเพื่อหลบออก แต่กลับขับรถพุ่งเข้ามาหาลูกชายจนเกือบชน ทำให้ลูกชายต้องกระโดดหลบเข้าไปในร้านค้า เมื่อลูกชายเดินกลับออกมาซ้อมกระโดดเชือกต่อ เขาก็ยังขับรถขยับเข้ามาหาอีกโดยไม่ยอมถอย จากปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นสะสมตนจึงตัดสินใจขายรถไป 1 คัน พร้อมทั้งคืนบ้านเช่า ซึ่งต่อมาคุณแนนได้มาเช่าบ้านหลังนี้ต่อ และต้องรับช่วงเผชิญปัญหากับคู่กรณีต่อ

 

ตนถูกคู่กรณีรังควานเป็นระยะ และมีใบแจ้งความที่ สภ. บางศรีเมือง เป็นจำนวนมาก เมื่อ หนุ่ม กรรชัย ถามถึงการดำเนินคดีของ สภ. บางศรีเมือง คุณเอ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้ดำเนินการใด ๆ โดยในวันที่คู่กรณีทำร้ายร่างกายคุณแนน เช้าวันถัดมาคู่กรณีก็ยังออกมาเดินฮัมเพลงชิล ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

ขณะที่คดีที่คุณแนนเคยแจ้งความถูกทำร้ายร่างกายไว้เมื่อ ต.ค. 2568 ผ่านมาเกือบ 1 ปีแล้วเรื่องก็ยังคงเงียบ และยังมีเรื่องอื่น ๆ แต่หากไม่ถึงขั้นทำร้ายร่างกาย ก็จะเป็นเพียงการลงบันทึกประจำวันไว้ เช่นเรื่องการก่อความเดือดร้อนรำคาญ คู่กรณีติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบบ้าน แต่กลับหมุนมุมกล้องส่องเข้าไปในบ้านของคนอื่น

 

คุณเอกภพ มองว่า สาเหตุที่ปัญหาทวีความรุนแรงขึ้น เป็นเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังหรือไม่ ปล่อยปละละเลยโดยไม่มีการออกหมายเรียกหรือดำเนินคดีส่งฟ้อง จึงทำให้ผู้ก่อเหตุเกิดความย่ามใจ

 

คุณสมชาย นิติบุคคลหมู่บ้าน เล่าว่า ตนเองเข้ามาอาศัยในหมู่บ้านจัดสรรแห่งนี้ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี 2552 และได้รับการแต่งตั้งเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านตั้งแต่ปี 2556 ในช่วงแรกเริ่ม คุณสมชายไม่ได้มีความขัดแย้งใด ๆ กับทนายความคู่กรณี มีการทักทายพูดคุยกันด้วยดี เนื่องจากเป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัเดียวกัน

 

ชนวนเหตุเริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน เมื่อทนายความได้ทำการต่อเติมพื้นที่หน้าบ้านเพื่อจัดตั้งเป็นสำนักงานทนายความและติดตั้งป้ายชื่อ การก่อสร้างดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงดัง และมีการใช้กระจกซึ่งสะท้อนแสงเข้าไปยังบ้านของผู้อื่นจนได้รับการร้องเรียนจากลูกบ้าน คุณสมชายซึ่งบ้านอยู่ไม่ไกลกันจึงปั่นจักรยานไปตรวจสอบ พบคนงานกำลังทำการเชื่อมโครงสร้าง จึงแจ้งให้หยุดทำงานในช่วงพักเที่ยงตามระเบียบ แต่คนงานปฏิเสธโดยอ้างว่าทำตามคำสั่งของทนาย คุณสมชายพยายามโทรศัพท์หาทนายแต่ไม่มีผู้รับสาย จึงให้คนงานไปเรียก เมื่อทนายเดินออกมา ได้ถือโทรศัพท์บันทึกวิดีโอไว้ตลอดเวลา คุณสมชายบอกให้หยุดถ่ายคลิปและทักท้วงเรื่องการต่อเติมโดยไม่แจ้งนิติบุคคลตามระเบียบหมู่บ้าน ทนายโต้ว่าเป็นพื้นที่บ้านและผนังบ้านของตนเอง ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตหรือแจ้งใคร

 

ทนายเคยแจ้งกับลูกสาวของอาม่าว่าอยากเข้ามาเป็นกรรมการหมู่บ้าน แต่หากระเบียบข้อบังคับแค่นี้ยังปฏิบัติตามไม่ได้จะมาเป็นได้อย่างไร ทำให้ทนายเกิดความโมโห แม้ทนายจะเคยโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กว่าการตกแต่งผนังภายในบ้านไม่ต้องขออนุญาตเพราะเป็นกรรมสิทธิ์ของลูกบ้าน แต่คุณสมชายมองว่ากรณีนี้เป็นการต่อเติมดัดแปลงผิดไปจากรูปแบบเดิม ทนายจึงพูดใส่คุณสมชายว่าเดี๋ยวจะฟ้อง และเปลี่ยนสรรพนามการเรียกจากพี่มาเป็นมึง ทั้งที่ทนายมีอายุน้อยกว่ามาก

 

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทนายความได้นำคลิปจากกล้องวงจรปิดในบ้าน จับภาพขณะที่คุณสมชายยืนอยู่หน้าบ้านนอกรั้ว ไปแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกที่ สภ. บางศรีเมือง พร้อมทั้งนำเรื่องไปยื่นฟ้องเป็นคดีอาญาเอง โดยส่งหมายฟ้องไปยังบ้านภูมิลำเนาต่างจังหวัดของคุณสมชาย ทำให้ครอบครัวเกิดความตกใจ คุณสมชายได้ปรึกษากรรมการหมู่บ้านและแต่งตั้งทนายความสู้คดี ในชั้นต้นศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง ต่อมาทนายยื่นอุทธรณ์แต่ศาลอุทธรณ์ไม่รับคำร้อง และเมื่อทนายยื่นฎีกา ศาลฎีกาก็มีคำสั่งยกเช่นกัน สรุปคือศาลยกฟ้องทั้งหมดทั้งสามศาล โดยคดีเพิ่งสิ้นสุดในชั้นฎีกา และคุณสมชายเตรียมดำเนินคดีฟ้องกลับในข้อหาฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ

 

ในส่วนของเหตุการณ์ที่จะต่อยกัน คุณสมชายเล่าว่า เกิดขึ้นหลังจากคดีของคุณแนนเป็นกระแสขึ้นมา ขณะที่คุณสมชายเดินออกกำลังกายช่วงเช้า ได้เดินสวนกับทนายความที่นำรถไปจอดไว้อีกซอยหนึ่ง ทนายได้แสดงพฤติกรรมยั่วยุด้วยการแจกนิ้วกลางแบบไม่ส่งเสียงใส่คุณสมชาย จากนั้นทนายได้เดินเข้าหาและใช้หน้าอกดันกระแทกใส่ คุณสมชาายจึงพูดเตือนว่า “อย่าทำถ้าว” ซึ่งมีความหมายว่าอย่าอวดดี ทนายความจึงได้สาวหมัดชกเฉียดใบหน้าของคุณสมชายไป คุณสมชายจึงใช้มือดันออกไปเพื่อป้องกันตัว โดยมีแฟนของคุณแนนช่วยถ่ายคลิปเหตุการณ์ไว้ได้ หลังจากนั้นทนายเดินกลับเข้าบ้านพร้อมพูดข่มขู่ว่า “เดี๋ยวมึงเจอกู” โดยคุณสมชายและเพื่อนบ้านได้ตะโกนด่าตอบโต้

 

ในมุมมองทางกฎหมาย ทนายแก้ว ให้ความเห็นว่า พฤติกรรมเอาหน้าอกพุ่งดันกระแทกเป็นการสร้างสถานการณ์ยั่วยุ โดยหลีกเลี่ยงการทำร้ายร่างกายโดยตรง คล้ายกับยั่วยุให้อีกฝ่ายลงมือ แล้วทนายจะได้ใช้อ้างเป็นสิทธิป้องกันตัวและดำเนินคดีกลับ

 

นอกจากนี้ ในรายการยังมีการเปิดคลิปเหตุการณ์ของคุณยายจา ซึ่งปั่นจักรยานผ่านหน้าบ้านทนาย หลังจากที่คุณแนนเตือนคุณยายให้ระวังเพราะทนายเกือบขับรถชนตน ทนายได้เดินตามไปด่าคุณยายถึงหน้าบ้าน แต่คุณยายได้ถือไม้ออกมา ทนายจึงเดินกลับ ในคลิปจะเห็นความแข็งแรงของคุณยายที่ควงไม้โชว์ด้วย

 

นอกจากนี้ยังมีคุณยายน้อย ที่เคยไปยืนพิงรถของทนายที่จอดอยู่กลางถนนหมู่บ้าน เนื่องจากเกิดอาการเหนื่อยล้าเพราะเป็นโรคหัวใจ ทนายความก็เดินเอาหน้าอกเข้ามาดันกระแทกใส่คุณยายเช่นเดียวกัน ซึ่งคุณยายได้กล่าวขอโทษ

 

นอกจากนี้ยังมีเรื่องขยะหน้าบ้าน ในช่วงที่มีปัญหาการจัดเก็บขยะล่าช้า ทำให้มีขยะสะสม นิติบุคคลได้แจ้งลูกบ้านผ่านเสียงตามสาย พอตื่นเช้ามาอีกวัน คุณสมชายพบถุงขยะสีดำจำนวน 3 ถุง ถูกนำมาวางกองทิ้งไว้หน้าบ้านของตนเอง เมื่อเปิดกล้องตรวจสอบ พบว่าทนายความได้หิ้วถุงขยะข้ามซอยจากหน้าบ้านตนเอง นำมาวางทิ้งไว้หน้าบ้านของคุณสมชาย คุณสมชายไม่ได้เข้าไปสอบถามคู่กรณีโดยตรงเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะเนื่องจากมีคดีความกันอยู่ ทำได้เพียงนำขยะไปทิ้งให้เมื่อรถขยะมาถึง และเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ. บางศรีเมือง พร้อมทำหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการ

 

ทางรายการได้เปิดพื้นที่ให้ ‘ทนายไก่’ คู่กรณี ชี้แจงเหตุการณ์ในมุมของตนเอง โดยทนายไก่ระบุว่า เหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ก.ย. ในวันเกิดเหตุ ทนายไก่จอดรถอยู่บนถนนส่วนกลางชิดหน้าบ้านตนเอง โดยยืนหันหน้าเข้าหารถ และหันหลังให้กับรถของคุณแนนที่กำลังถอยเข้ามา ทนายไก่อ้างว่า รถของคุณแนนมีระบบเซ็นเซอร์ถอยหลัง ซึ่งส่งเสียงเตือนดังชัดเจน และคุณแนนรับรู้อยู่แล้วว่าตนยืนอยู่ตรงนั้น แต่ยังพยายามถอยรถประชิดตนหลายครั้งจนผิดปกติ เมื่อเห็นท่าไม่ดีและคิดว่าอีกฝ่ายตั้งใจหาเรื่อง ตนจึงรีบนำของลงจากรถ แต่มือทั้งสองข้างไม่ว่างเนื่องจากถือของอยู่ จึงไม่สามารถใช้มือยกกล่องโฟมได้ เมื่อรถของคุณแนนถอยห่างออกไป ทนายไก่จึงรีบเดินให้พ้นเพื่อจะเข้าบ้าน แต่ได้ยินเสียงบางอย่างเกิดขึ้น

 

ทนายไก่อ้างว่า รถของคุณแนนมีเสียงเซ็นเซอร์เตือนดังปิ๊บ ๆ ตามคลิปที่ตนเองได้ส่งให้ทีมงาน เมื่อรายการเปิดเสียงคลิปดังกล่าว คุณแนนยอมรับว่าเป็นเสียงเซ็นเซอร์จากรถของเธอจริง แต่คุณเอกภพมองว่า ระบบเซ็นเซอร์ถอยหลังของรถยนต์จะจับสัญญาณเฉพาะรถคันใหญ่หรือวัตถุขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง แต่ไม่ได้จับสัญญาณวัตถุขนาดเล็กอย่างกล่องโฟมที่วางอยู่บนพื้น ซึ่งต่ำในระดับใต้ท้องรถ

 

ทนายไก่ เล่าต่อว่า ตนเองกับคู่กรณีมีสาเหตุโกรธเคืองและทะเลาะกันมาแล้วหลายครั้ง เคยไปแจ้งความไว้ในเรื่องที่ตนเกือบโดนอีกฝ่ายขับรถพุ่งชน รวมถึงโดนคนข่มขู่คุกคาม ตนซื้อบ้านหลังนี้ด้วยเงินสดและเข้ามาอยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2561 โดยไม่ได้ตรวจสอบสภาพแวดล้อมก่อน หลังจากย้ายเข้ามาอยู่ได้ประมาณหนึ่งเดือน ขณะกำลังทำงานเอกสารอยู่บนชั้นสอง ก็ได้ยินเสียงดังรบกวนทั้งเสียงเด็กและผู้ใหญ่มาจากบ้านข้าง ๆ จึงแจ้งนิติบุคคลให้มาเตือน และ กลุ่มคนที่ถอยรถและคนที่เคยด่าทอตนตั้งแต่ปี 2561 ก็คือกลุ่มคนเดียวกันนี้

 

ทนายแก้วได้ตั้งคำถามว่า สิ่งที่ทนายไก่เล่ามาทั้งหมดเป็นการอ้างสิทธิ์ในการไปทำร้ายร่างกายคุณแนนหรือไม่ ทนายไก่ปฏิเสธว่าไม่ใช่ และอ้างว่าตนไม่เคยรู้จักแม้ชื่อของอีกฝ่าย แม้จะเคยแจ้งความไว้หลายครั้งแต่ระบุได้เพียงว่าเป็นคนในหมู่บ้าน

 

ตนได้ดูรายการเมื่อวานและดูผ่าน ๆ เมื่อเช้า ภาพลักษณ์ของคุณแนนที่ปรากฏต่อสื่อนั้นไม่ตรงปก คุณแนนออกสื่อทำเป็นน่าสงสารและมีน้ำตา แต่ในชีวิตจริงด่าทอและดูหมิ่นตนด้วยคำหยาบคายนับครั้งไม่ถ้วน ไม่เคยให้เกียรติหรือมองตนเป็นมนุษย์ ทนายไก่อ้างอีกว่า เคยพยายามพูดคุยดี ๆ แล้วแต่ไม่จบ และคู่กรณีมีพฤติกรรมท้าทายมาโดยตลอด

 

รายการได้เปิดคลิปเหตุการณ์เมื่อประมาณเดือน ต.ค. ปีที่แล้วตามที่ทนายไก่ส่งมา ในคลิปเป็นภาพกลุ่มคนกำลังพูดคุยกันเรื่องแบบบ้านและงานช่าง ทนายไก่อ้างว่า กลุ่มคนดังกล่าวพูดจาขับไล่ตนขณะทำงาน และมีภาพคนสวมกางเกงเขียวยกเท้าด่าทอตน เมื่อหนุ่ม กรรชัย สอบถามในรายการ อาม่า ซึ่งเป็นบุคคลในภาพได้ชี้แจงว่า ตนนั่งคุยกับเพื่อนบ้าน 4-5 คนอยู่ในเขตบ้านของตนเอง ไม่ได้ยกเท้าให้ทนายไก่โดยตรง ใครอยากจะรับก็รับไป ทนายไก่อ้างว่าตนยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามคนเดียว และอ้างว่าคนกลุ่มนี้เกลียดตนทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เพียงเพราะมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ยิ่งไปกว่านั้น ทนายไก่ยืนยันว่าตนไม่ใช่คนดุร้าย เข้าสังคมได้ และในวันเกิดเหตุตนเดินเข้าไปพูดคุยดี ๆ ไม่ได้เข้าไปทำร้ายทันที

 

และยังมีคลิปเสียงวันเกิดเหตุซึ่งมีเสียงคล้ายโต้ตอบกัน ทนายไก่ยังคงย้ำว่าคู่กรณีแสดงพฤติกรรมไม่ตรงปก และก้าวร้าวใส่ตน ทนายแก้วทักท้วงว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเพราะทนายไก่เดินเข้าไปต่อว่าอีกฝ่ายก่อนหรือไม่ ซึ่งทนายไก่ปฏิเสธและอ้างว่า ตนเพียงแค่เดินเข้าไปสอบถามดี ๆ ไม่ได้ชกทันทีตามที่เป็นข่าว

 

หนุ่ม กรรชัย ได้ทักท้วงว่า จากภาพกล้องวงจรปิดเห็นชัดเจนว่าทนายไก่ใช้เท้าเขี่ยกล่องโฟมเข้าไปใต้ท้องรถของคุณแนน แต่ทนายไก่อ้างว่า คลิปดังกล่าวถูกคุณสมชายนำไปตัดต่อสลับไปสลับมา เมื่อหนุ่ม กรรชัย ซ้ำถามถึงสาเหตุการใช้เท้าเขี่ยกล่องโฟม ทนายไก่อ้างว่า เป็นเรื่องของมุมกล้อง ตนไม่ได้เขี่ยเข้าใต้ท้องรถ แต่ที่ใช้เท้าเตะเพราะถือของสองมือ และตั้งใจเตะออกไปด้านหน้าเพื่อให้คู่กรณีเห็นกล่องและหลบพ้นวิถีรถ

 

ทนายไก่อ้างว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องการทะเลาะวิวาทกันทั้งสองฝ่ายที่มีความขัดแย้งสะสมมานาน ไม่ใช่แค่เรื่องชนกล่องโฟม ตนเองก็ได้รับบาดเจ็บ มีใบรับรองแพทย์ยืนยันบาดแผลที่ใบหน้า คอ แขน และเท้า เนื่องจากถูกอีกฝ่ายเหยียบ รวมถึงทรัพย์สินเสียหาย ตนเรียก รปภ. มาเพื่อช่วยระงับเหตุและเกลี้ยกล่อม แต่กลับถูกคู่กรณีพูดหมิ่นประมาทว่าตนแกล้งเตะกล่องใส่รถ เมื่อทนายแก้วจี้ถามว่า กำลังพยายามอ้างให้เป็นคดีสมัครใจทะเลาะวิวาทใช่หรือไม่ ทนายไก่อ้างต่อว่า คู่กรณีเดินลงมาจากรถและเข้ามาผลักอกตนหลายครั้งโดยไม่ยอมหยุดด่า นอกจากนี้ ทนายไก่อ้างว่า คุณแนนเข้ามาจับจองพื้นที่จอดรถหน้าบ้านร้าง ทั้งที่มีพื้นที่หน้าบ้านตนเอง และรถของคุณแนนติดฟิล์มมืด ทำให้ตนไม่ทราบว่ามีเด็กหรือใครนั่งอยู่ในรถ

 

ทนายแก้วได้ถามทนายไก่ตรง ๆ ถึงวิสัยทนายความและผู้ชายว่า การชกผู้หญิงมากกว่า 30 หมัดและบีบคอ ไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือ ทนายไก่ตอบโต้ว่า อีกฝ่ายก็สวนกลับเช่นกัน เพียงแต่ตนไม่ได้เจ็บเท่าอีกฝ่าย จึงไม่ได้เป็นการทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียว

 

ทนายไก่อ้างว่า ตนก็รู้สึกเสียใจและไม่ได้ชอบความรุนแรง และขอตั้งคำถามถึงการนำคลิปวงจรปิดไปเผยแพร่ในรายการต่าง ๆ ซึ่งตนเองไม่เคยยินยอม พนักงานสอบสวนยังไม่ได้ตรวจสอบ และคลิปมีการตัดต่อบิดเบือนเวลา

 

ทนายไก่ย้ำว่า เรื่องเพศในปัจจุบันมีความเท่าเทียมกัน เหตุการณ์นี้ไม่เกี่ยวกับชายหรือหญิง แต่เป็นเรื่องของคนสองคนที่ทะเลาะกัน และขอประกาศว่าจะดำเนินคดีกับคุณสมชายและผู้ที่นำคลิปซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลไปเผยแพร่

 

ทนายตุ๋ยได้กล่าวตักเตือนทนายไก่ในฐานะทนายความด้วยกันว่า ไม่ควรนำความรู้ทางกฎหมายไปใช้ในการต่อสู้หรือแสดงออกเช่นกัน เพราะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของวิชาชีพและผิดข้อ 18 ของข้อบังคับมรรยาททนายความ พร้อมระบุว่า แม้จะเข้าใจความรู้สึกว่าอาจจะเก็บกด แต่ไม่อยากให้อ้างเหตุผลเพราะมันอาจจะไปขัดแย้งกับหลักฐานที่มี ควรนำหลักฐานไปสู้ในชั้นศาลมากกว่า ด้านทนายไก่อ้างว่าคลิปวงจรปิดไม่มีเสียง ตนจึงนำคลิปที่มีเสียงมาแสดงเพื่อยืนยันว่ามีการพูดจาท้าทายและยั่วยุ ตนไม่ได้วางแผนหรือมีเจตนาเอาเปรียบใคร เป็นเพียงการปกป้องตนเองและไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ตนจำเป็นต้องปกป้องสิทธิ์เพื่อไม่ให้สังคมตราหน้าฝ่ายเดียว ทนายตุ๋ยจึงทักท้วงอีกครั้งว่า การกระทำของทนายไก่อาจะผิดเรื่องศีลธรรมอันดี และควรใช้วิชาชีพไปดูแลลูกความมากกว่าจะนำมาต่อสู้กับเพื่อนบ้าน ทนายไก่โต้กลับว่า คู่กรณีไม่ใช่เพื่อนบ้านแต่เป็นคู่กรณี ตนมีหลักฐานและไม่ได้เข้าข้างตัวเอง แต่ธรรมชาติของผู้ชายไม่ชอบการถูกดูถูก

 

ทนายแก้วได้ทักท้วงว่า คำพูดของทนายไก่แสดงให้เห็นว่าพยายามวางมุมคดีให้เป็นเรื่องการสมัครใจทะเลาะวิวาท และอ้างว่าโดนยั่วยุ พร้อมตั้งคำถามถึงจิตใจของทนายไก่ในการทำร้ายผู้หญิง ทนายไก่อ้างว่าตนไม่ได้ตั้งใจ และยอมรับว่ารู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากมีการพูดคุยปรับความเข้าใจเพื่อจบทุกคดีและหาทางออกร่วมกันต่างคนต่างอยู่ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดี ตนก็เป็นห่วงครอบครัวเช่นกัน

 

ทนายไก่ออกปากขอโทษประชาชนทุกคน รู้สึกแย่กับความรุนแรงที่เกิดขึ้นและยอมรับว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง โดยขอโทษที่ภาพออกมาแบบนั้น แต่เพราะโดยปกติความรู้สึกมักมาก่อนเหตุผลเสมอ

 

คุณเอกภพ ได้โต้แย้งว่าคำพูดของทนายไก่ฟังดูแปลก เนื่องจากคลิปวิดีโอเดินตามเวลาปกติและไม่พบการตัดต่อ อีกทั้งเรื่องการทำร้ายร่างกายต้องดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมให้ถึงที่สุด หากเปลี่ยนเป็นทนายไก่ถูกทำร้ายก็คงไม่ยอมจบง่าย ๆ เช่นกัน ทนายไก่ย้ำว่าตนรู้สึกเสียใจจริง ๆ แต่ทนายแก้วชี้ว่าหากเสียใจจริงควรขอโทษตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่พยายามอธิบายมูลเหตุจูงใจว่าตนมีสิทธิ์ทำ ทนายไก่ปฏิเสธที่จะโต้เถียงต่อ โดยอ้างว่าตนพูดจากข้อเท็จจริงและหลักฐาน ไม่ได้มาใช้พื้นที่สื่อสร้างกระแส เพียงแต่อยากพูดชี้แจงบ้างเพราะมัวแต่ทำงาน

 

หนุ่ม กรรชัย ได้สอบถามถึงการอยู่ร่วมกันในหมู่บ้านและทักท้วงพฤติกรรมที่ทนายไก่ขับรถเหมือนจะพุ่งชนคน หรือขับรถพุ่งใส่เด็กที่กำลังกระโดดเชือก ทนายไก่อ้างว่าทุกอย่างพูดคุยกันได้หากให้เกียรติและประนีประนอมกัน ตนไม่ได้ชอบความรุนแรงและอยากอยู่อย่างมีความสุข เมื่อ หนุ่ม กรรชัย แจ้งว่าทางฝั่งผู้เสียหายเตรียมนำเรื่องไปร้องสภาทนายความเพื่อถอดถอนใบอนุญาต ทนายไก่เงียบไปซักครู่ ก่อนระบุว่า ตนพร้อมไปชี้แจง และยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบความรู้สึกของตนเช่นกัน หากปรับความเข้าใจกันได้ตนก็ยินดี เพราะบ้านซื้อมาแล้วก็ขายยาก ไม่เหมือนรถ ทนายตุ๋ยจึงเตือนว่า ทนายไก่ต้องยับยั้งอารมณ์ หากถูกด่าทอควรใช้วิธีแจ้งความดำเนินคดี ไม่ใช่ไปลงไม้ลงมือ ทนายไก่อ้างว่าตนแจ้งความจนไม่รู้จะแจ้งอย่างไรแล้ว และระบุว่าหากนำเรื่องเก่ามาพูด 10 ชาติก็ไม่จบ พร้อมย้ำว่าตนไม่ได้เป็นคนเลวร้ายและพร้อมหาทางออก

 

คุณเอกภพ ชี้ว่าทนายไก่พูดเหมือนดูดี แต่ควรรับฟังสิ่งที่ผู้อื่นสะท้อนพฤติกรรมของตนเองบ้าง ทนายไก่จึงประกาศว่าเกินทนแล้ว และกดตัดสายไป ขณะที่ หนุ่ม กรรชัย พยายามถามคำถามสุดท้าย เรื่องที่ทนายไก่ถูกร้องเรียนเรื่องมรรยาททนายความไปแล้ว 3 เรื่อง แต่ทนายไก่วางสายไปก่อน

 

ทนายแก้วได้อธิบายข้อกฎหมาย ได้แก่ ข้อหาทำร้ายร่างกายตามมาตรา 295 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท  เป็นอาญาแผ่นดินที่ไม่สามารถยอมความได้, ข้อหาทำให้ตกใจกลัวตามมาตรา 309 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี, ความผิดตามกฎหมาย PDPA เรื่องการหมุนกล้องวงจรปิดส่องเข้าบ้านผู้อื่น จำคุกไม่เกิน 6 เดือน รวมถึงความรับผิดทางแพ่งฐานละเมิดและก่อความเดือดร้อนรำคาญ

 

จากนั้นในรายการได้เปิดภาพการจอดรถของทนายไก่ พบว่ามีการจอดรถล้ำขวางหน้าบ้านคนอื่น และจอดขวางบริเวณทางโค้ง ซึ่งเพื่อนบ้านระบุว่าเขามักจอดรถเช่นนี้เป็นประจำทุกวัน บางทียังข้ามซอยไปจอดใกล้บ้านของคนที่เขามีปัญหาด้วย คุณแนน ย้ำว่าเพื่อนบ้านทุกคนต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง เพราะใครก็ตามที่มาอยู่บ้านรั้วติดกับทนายไก่จะมีปัญหาหมด จนเจ้าของบ้านเดิมต้องย้ายหนี ส่วนตนเองมาเช่าเมื่อ ต.ค. 2568 และจุดเริ่มต้นความขัดแย้งเกิดจากการเปิดประตูล้างบ้านแล้วคู่กรณีมาถีบประตู

 

คุณเอกภพ ระบุว่า จะนำเรื่องไปประสานผู้กำกับการ สภ. บางศรีเมือง เพื่อให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ไม่ปล่อยปละละเลย

 

จากนั้น รายการได้ต่อสายถึง ดร. พีรภัทร ฝอยทอง โฆษกสภาทนายความ เพื่อสอบถามมาตรการดำเนินการ ดร. พีรภัทร ชี้แจงว่า สภาทนายความมีหน้าที่กำกับดูแล แต่ทนายความทุกคนไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชา ตามข้อบังคับมรรยาททนายความ ข้อ 18 เรื่องการประพฤติตนอันเสื่อมเสียต่อเกียรติและศักดิ์ศรี คณะกรรมการมรรยาททนายความสามารถตั้งเรื่องสอบสวนได้เอง หรือให้ผู้เสียหายนำหลักฐานใบแจ้งความเข้าร้องเรียน ซึ่งคณะกรรมการบริหารพร้อมอำนวยความสะดวกให้

 

คุณแนนและคุณเอกภาพ จึงได้นัดหมายนำหลักฐานเข้าร้องเรียนสภาทนายความในวันพฤหัสบดีที่ 17 ก.ย. นี้ เวลา 10.00 น.

 

ส่วนกรณีที่มีข้อมูลว่าเคยถูกร้องมรรยาทมาแล้วถึง 3 ครั้ หากตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่าเป็นเช่นนั้นจริง จะมีผลต่อการลงโทษที่หนักขึ้น ซึ่งโทษมีตั้งแต่ภาคทัณฑ์ พักใบอนุญาตไม่เกิน 3 ปี ไปจนถึงลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความ

 

ในช่วงท้าย ทนายตุ๋ย ฝากข้อคิดให้ทนายไก่อดทนและทำหน้าที่ดูแลลูกความดีกว่ามาทะเลาะกับเพื่อนบ้าน หนุ่ม กรรชัย และทนายแก้ว เห็นตรงกันว่าการควบคุมอารมณ์ตนเองให้ได้นั้นเป็นสิ่งสำคัญ ทนายแก้วยังได้เสนอให้แก้ปัญหา 2 ทางไปพร้อมกัน คือ ดำเนินคดีอาญา ส่วนการอยู่ร่วมกัน นิติบุคคลควรจัดประชุมออกข้อบังคับและตีเส้นจอดรถให้ชัดเจน คุณสมชาย นิติบุคคล แจ้งว่าเคยทำหนังสือเชิญประชุมแล้วแต่ทนายไก่ไม่ยอมเข้าร่วม

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#ทนายความ#ทำร้ายร่างกาย#ปัญหาเพื่อนบ้าน