จากกรณี หนุ่มแท็กซี่ ปะทะกับสาวขับเบนซ์ ซึ่งในครั้งแรกที่มีปัญหากัน หญิงคนนี้ถูกระบุว่าเป็นภรรยาของนายตำรวจยศใหญ่นายหนึ่ง เหตุเกิดที่คอนโดย่านพระราม 9 พื้น สน.ห้วยขวาง โดยทางคนขับแท็กซี่ได้มาออกรายการโหนกระแส เล่าเหตุการณ์ในมุมของตัวเองไปแล้ว
ล่าสุด ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ได้รับการติดต่อจาก สาวคนขับเบนซ์ คู่กรณีของหนุ่มแท็กซี่ โดยสาวเบนซ์บอกว่า วันนี้ตนต้องการชี้แจงและให้ข้อเท็จจริงในมุมของตนเองและเหตุผลที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ออกมาพูดเพราะต้องการรอพยานหลักฐานต่างๆ
โดยหลักฐานตัวแรกที่นำมาเปิดเผย คือภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าคอนโด ที่จะเห็นว่ารถแท็กซี่ ขับย้อนศรมาและจะเลี้ยวเข้าคอนโด ซึ่งเป็นจังหวะที่ตนเองกำลังจะเลี้ยวเข้าคอนโดเหมือนกันทำให้เกือบชนกัน และตนเองได้เปิดกระจกถามว่า เฮ้ย ขับรถแบบนี้เลยหรือ
จากนั้นตนก็คิดว่าเรื่องจะจบจึงขับเข้าคอนโดและกำลังถอยรถเข้าจอดตามปกติ ซึ่งต้องใช้จังหวะเดินหน้า ถอยหลัง ประมาณ 2-3 รอบ , นาทีนั้นแท็กซี่คู่กรณีก็พุ่งรถมาเฉียดหน้ารถของตนอีกรอบพร้อมกับจอดเปิดไฟฉุกเฉินลักษณะเหมือนหาเรื่อง ก่อนจะกลับรถขับออกมา
ด้วยความโมโหตนจึงลงจากรถและเดินเข้าไปหาคนขับแท็กซี่ จากนั้นก็มีปากเสียงทะเลาะกันตนยอมรับว่า โมโหมาก ซึ่งจากกล้องวงจรปิดเห็นชัดเจนว่าฝ่ายคนขับแท็กซี่ถือมีดลงมาจากรถและพยายามจ้วงแทงตนเองหลายครั้งจน รปภ.ต้องเข้ามาห้าม ซึ่งข้อเท็จจริงตรงนี้ไม่เป็นไปตามที่คนขับแท็กซี่กล่าวอ้างว่า ตนเป็นฝ่ายพยายามไล่แทงแท็กซี่
ซึ่งจริงๆแล้วที่ตนหยิบมีดขึ้นมาก็หยิบมาจากในรถของแท็กซี่เพื่อให้ตำรวจดูว่าแท็กซี่มีอาวุธมีดมาด้วยและแท็กซี่เป็นฝ่ายที่พยายามไล่แทงตนก่อน ตนไม่ได้หยิบมีดขึ้นมาไล่แทงตามที่แท็กซี่กล่าวอ้าง
โดยหลังจากที่มีตำรวจเข้ามาในที่เกิดเหตุ ตนกลัวว่าแท็กซี่จะรีบขับหนีออกไปจากคอนโดจึงขึ้นไปบนรถแท็กซี่และพยายามขับหันหัวกลับเข้ามาด้านในคอนโด ซึ่งไม่มีเจตนาที่จะขับชนคนขับแท็กซี่ และตนมั่นใจว่า ไม่ได้ขับชนกำแพง เพราะรถมันไปกับพุ่มไม้ก่อน ส่วนเรื่องโทรศัพท์มือถือของคนขับแท็กซี่ตนยอมรับว่าได้ปัดมือถือของคนขับแท็กซี่จริงเพราะเห็นว่า หยิบมือถือขึ้นมาถ่าย
สาเหตุที่วันนี้ตนต้องออกมาพูดพร้อมกับหลักฐานเพื่อต้องการให้สังคมได้เห็นข้อเท็จจริงและหลายประเด็นที่แท็กซี่พูดก็ไม่เป็นความจริงตนจึงอยากถามสังคมกลับว่า พอเห็นคลิปแบบนี้แล้วสรุปใครเป็นเหยื่อกันแน่
ล่าสุดด้าน โชเฟอร์แท็กซี่เปิดเผยกับทีมข่าว หลังจากเห็นคลิปวงจรปิดที่สาวเบนซ์คู่กรณีนำมาชี้แจง และโต้แย้งว่า ตนเป็นฝ่ายถือมีดลงไปพยายามจ้วงแทงก่อน ตนก็ยังยืนยันว่าตนถือมีดลงไปจริง แต่ไม่ได้มีเจตนาที่จะจ้วงแทงสาวเบนซ์ ซึ่งในระยะประชิดตัวขนาดนั้นหากตนตั้งใจที่จะแทงสาวเบนซ์จริง ก็คงแทงไปแล้ว แต่ตนถือลงไปเพื่อป้องกันตัวเพราะถูกสาวเบนซ์เข้ามาทำร้ายร่างกายก่อน
และที่ตนออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมเพียงเพื่อต้องการให้สาวเบนซ์ชดใช้ค่าเสียหายที่ปาโทรศัพท์มือถือของตนพัง ถ้ามาเจรจาไกล่เกลี่ยกันได้ ตนก็พร้อมถอนแจ้งความ ส่วนที่สาวเบนซ์แจ้งความตนเองในข้อหาพยายามฆ่า ตนไม่ได้กังวลใจเพราะตนยืนยันว่าคือมีดลงไปไม่มีเจตนาที่จะแทง
ส่วนความผิดที่ตนเองขับรถย้อนศรเลี้ยวเข้าคอนโดประเด็นนี้ตนยอมรับว่าผิดจริงและได้ไปเสียค่าปรับที่กรมการขนส่งฯแล้ว นอกจากนี้ตนเตรียมที่จะเข้าไปขอโทษทางตำรวจ สน.ห้วยขวางด้วย ที่ตนมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมแสดงความไม่พอใจใส่ตำรวจ ที่ทำลงไปเป็นเพราะตนโมโหและคู่กรณีก็มีคนสนิทเป็นตำรวจด้วย
ที่มา : เที่ยงวันทันเหตุการณ์