จากกรณียูทูบเบอร์ชายชาวอินเดีย เผยแพร่คลิปชื่อ “ตำรวจไทยไล่ออกจากวัด || ประสบการณ์แย่ ๆ ครั้งแรกในวัดที่ประเทศไทย” หลังเจ้าตัวเข้าไปพักค้างคืนภายในวัดแห่งหนึ่ง จ. อุดรธานี กางเต็นท์นอนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลวัด ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าช่วยเจรจาให้ย้ายออกจากพื้นที่ ซึ่งเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวางนั้น
ล่าสุด (13 ต.ค. 2569) ที่วัดโพธิสมภรณ์ พระอารามหลวง ต. หมากแข้ง อ. เมือง จ. อุดรธานี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจาก พระราชสารโกศล (วงศ์ไทย สุภวํโส) เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี และเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ ซึ่งได้เปิดเผยว่า วัดมีระเบียบปฏิบัติชัดเจน โดยกำหนดปิดประตูวัดเวลา 21.00 น. และผู้ที่ต้องการพักค้างคืนภายในวัดต้องแจ้งเจ้าอาวาสหรือผู้รับผิดชอบเพื่อขออนุญาตก่อนทุกครั้ง
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยูทูบเบอร์รายดังกล่าวได้เดินทางไปหลายวัดเพื่อขอพักค้างคืน ก่อนมาถึงวัดโพธิสมภรณ์และกางเต็นท์บริเวณระหว่างศาลาการเปรียญกับกุฏิ ด้านข้างพระอุโบสถ โดยไม่ได้เข้าพบหรือขออนุญาตเจ้าอาวาสล่วงหน้า
เมื่อเจ้าหน้าที่วัดตรวจพบและแจ้งให้ออกจากพื้นที่ เนื่องจากเลยเวลาปิดวัดแล้ว เจ้าตัวกลับไม่ยอมออกไปและขอให้ไปพูดคุยกับเจ้าอาวาส ทางวัดจึงประสานตำรวจ สภ.เ มืองอุดรธานี และตำรวจท่องเที่ยว ให้เข้ามาช่วยเจรจา โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่ยูทูบเบอร์รายดังกล่าวจะยอมเก็บสัมภาระและเดินทางออกจากวัดไป
เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ ย้ำว่า วัดไม่ได้ไร้น้ำใจ และพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนตามความเหมาะสม แต่ผู้มาเยือนจำเป็นต้องเคารพกฎระเบียบและรู้จักกาลเทศะ เพราะการเดินทางไปต่างประเทศในฐานะแขกบ้านแขกเมือง ควรปฏิบัติตามข้อกำหนดของสถานที่และกฎหมายของประเทศนั้น ๆ เพื่อให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้อย่างเรียบร้อย
ด้าน ร.ต.ท. ปรีดา มิสาธรรม รอง สว. (ป) ส. ทท. 5 กก. 1 บก. ทท. 2 กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารและหนังสือเดินทาง พบว่า นักท่องเที่ยวรายนี้เดินทางเข้าประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ด้วยวีซ่าประเภทท่องเที่ยว ระยะเวลา 60 วัน โดยเดินทางเข้าประเทศเมื่อวันที่ 12 ก.ย. และวีซ่ามีกำหนดสิ้นสุดวันที่ 10 พ.ย. 2569
จากการสอบถามเบื้องต้น นักท่องเที่ยวอ้างว่าได้รับอนุญาตจากสามเณรภายในวัดให้พักอาศัย แต่เมื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า สามเณรรูปดังกล่าวไม่มีอำนาจตัดสินใจอนุญาตให้บุคคลภายนอกพักค้างคืน และไม่ทราบระเบียบข้อบังคับของวัดอย่างชัดเจน
เมื่อเรื่องทราบถึงพระผู้ใหญ่และเจ้าอาวาส จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้พักค้างคืน พร้อมให้พระลูกวัดประสานผู้เกี่ยวข้องเพื่อเชิญนักท่องเที่ยวออกจากพื้นที่ เนื่องจากไม่เป็นไปตามระเบียบของวัด
ร.ต.ต. ปรีดา กล่าวต่อว่า แม้วัดบางแห่งอาจมีความยืดหยุ่นให้ผู้เดินทางขอพักอาศัยได้ในบางกรณี แต่สำหรับวัดโพธิสมภรณ์เป็นวัดอารามหลวง มีข้อกำหนดชัดเจน โดยปิดประตูและล็อกในเวลา 21.00 น. และไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกพักค้างคืนหากไม่ได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจดูแล ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีโจรขโมยเข้าไปขโมยของในวัด ทางวัดจึงเข้มเรื่องคนเข้าวัดและเปิดปิดประตูวัดเป็นเวลา
ซึ่งในช่วงที่พูดคุยกับยูทูบเบอร์คนดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้นักท่องเที่ยวไปพักโรงแรมราคาประหยัดในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งมีค่าใช้จ่าย 300-400 บาทต่อคืน แต่เจ้าตัวอ้างว่าไม่มีเงิน เจ้าหน้าที่จึงสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาชีพและการเตรียมตัวเดินทาง ก่อนทราบว่าเจ้าตัวประกอบอาชีพยูทูบเบอร์ เจ้าหน้าที่จึงตักเตือนและให้ข้อแนะนำว่า การเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศควรเตรียมความพร้อมด้านการเงินและวางแผนค่าใช้จ่ายให้เหมาะสม รวมถึงปฏิบัติตามกฎระเบียบของสถานที่ที่เข้าไปใช้บริการ เพื่อป้องกันปัญหาความเดือดร้อน และไม่สร้างภาระให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ก่อนที่นักท่องเที่ยวจะออกจากวัดไป ทราบว่าไปนอนที่ปั๊มน้ำมัน
กรณีดังกลายเป็นประเด็นถกเถียงในโลกออนไลน์ ทั้งเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวแบบประหยัด การวางแผนทางการเงิน และการเคารพกฎระเบียบกับวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยมีเสียงสะท้อนว่า แม้การเดินทางด้วยงบประมาณจำกัดจะเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ควรเตรียมความพร้อมและไม่คาดหวังให้ผู้อื่นหรือสถานที่ที่ไม่ได้อนุญาตต้องรับภาระดูแล
ขณะที่ชาวบ้านที่ จ. อุดรธานี ไม่พอใจกรณียูทูบเบอร์จะมากางเต็นท์นอนที่วัด ใช่ว่าจะทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ ควรรู้กาลเทศะควรศึกษากฎระเบียบในประเทศนั้น ๆ ให้ดีก่อน ไม่ใช่จะโวยวายแบบนั้น
ที่มา : ข่าวสด