รายการโหนกระแสวันนี้ (20 มี.ค. 2569) พูดคุยกรณีของ ‘มด’ และ ‘ออย’ คู่รักอินฟลูฯ สายอาหารชื่อดัง ออกมาแจ้งความและเปิดเผยว่า ตู้เซฟหายไปจากห้องพักในคอนโด ชั้น 26 จ. นครราชสีมา ตู้เซฟมีขนาดใหญ่หนักถึง 250 กิโลกรัม ความกว้าง 59 เซนติเมตร ลึก 60 เซนติเมตร และสูง 128 เซนติเมตร แต่กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย โดยภายในตู้เซฟมีทรัพย์สินเป็นทองคำน้ำหนัก 35 บาท เลสหลวงพ่อรวย เหรียญหลวงพ่อคูณ และธนบัตรต่างประเทศจำนวนหนึ่ง
มดและออย เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.30 น. เมื่อทั้งคู่กลับเข้าห้องพักและตั้งใจจะย้ายของเพื่อเตรียมย้ายเข้าบ้านใหม่ แต่เมื่อเปิดตู้บิลต์อินกลับพบว่า ตู้เซฟที่อยู่ด้านในหายไป โดยครั้งสุดท้ายที่เห็นตู้เซฟอยู่คือวันที่ 21 ก.พ. รวมระยะเวลาที่ไม่ได้เปิดตู้ตรวจสอบนานถึง 3 สัปดาห์ เนื่องจากปกติจะใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านเป็นหลัก และมั่นใจในระบบความปลอดภัยของคอนโด ที่มีทั้งกล้องวงจรปิดและระบบคีย์การ์ด
ระบบการเข้า-ออกของคอนโด บุคคลภายนอกต้องแลกบัตรตั้งแต่ประตูทางเข้า และหากมีการขนย้ายของชิ้นใหญ่จะต้องแจ้งนิติบุคคล เพื่อขอใช้ลิฟต์ขนของ ส่วนการเข้าห้องพักส่วนตัวใช้ระบบ Digital Door Lock ที่รองรับ 3 ระบบ คือ คีย์การ์ด กุญแจ และการสแกนลายนิ้วมือ ซึ่งจะมีการบันทึกประวัติการเข้า-ออกเมื่อใช้คีย์การ์ดหรือสแกนลายนิ้วมือเท่านั้น แต่หากใช้กุญแจไขจะไม่ปรากฏข้อมูล ทั้งนี้ มดและออยได้ฝากกุญแจและคีย์การ์ดสำรองไว้กับทางนิติบุคคล 1 ชุด
หลังรู้ว่าเซฟหายไป มดและออยพยายามขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากฝ่ายนิติบุคคล แต่กลับถูกปฏิเสธโดยอ้างเรื่องกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และแจ้งว่าต้องไปแจ้งความก่อน แม้ภายหลังจะนำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเข้ามาร้องขอในช่วงกลางคืน นิติบุคคลก็ยังไม่อนุญาต โดยอ้างว่าเป็นยามวิกาล และจะขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเองก่อน หากพบเหตุการณ์จึงจะส่งมอบไฟล์ให้ในภายหลัง
ซึ่งมดและออยตั้งคำถามถึงขั้นตอนดังกล่าวว่า หากช่างเช็กแล้วเจอคนในด้วยกัน หรือเจอตัวเอง แล้วมีการช่วยเหลือกันหรือทำลายหลักฐาน จะทำอย่างไร
หลังจากนั้นตำรวจก็ได้รับไฟล์เพื่อนำไปตรวจสอบ แต่ในห้วงเวลาดังกล่าว ไม่พบเห็นตู้เซฟเลยว่ามีการเคลื่อนย้ายผ่านจุดไหนอย่างไร
เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้ใช้ความพยายามแกะรอยจนพบความผิดปกติในช่วงเวลาที่กล้องวงจรปิดของคอนโดมิเนียมดับไป ประมาณ 4 ชั่วโมง (18.00-22.00 น.) ซึ่งดูเหมือนระบบจะถูกตัดสวิตช์ปิดการบันทึกภาพ ตำรวจจึงขยายผลไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบ จนพบรถกระบะสีแดงบรรทุกตู้เซฟวิ่งผ่านไป นอกจากนี้ยังพบข้อมูลธุรกรรมทางการเงินที่น่าสงสัยว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีของบุคคลชื่อ ‘นายบาส’ นำไปสู่การจับกุมผู้ก่อเหตุ ซึ่งก็คือคนใน ‘นายเบิร์ด’ ช่างเทคนิคของนิติบุคคลที่ทำหน้าที่ดูแลห้องควบคุมกล้องวงจรปิด โดยนายเบิร์ดถูกจับกุมได้ขณะยังสวมชุดช่างทำงานอยู่ในภายคอนโด
จากการสอบสวนพบว่า นายเบิร์ดได้ร่วมมือกับนายบาส ซึ่งเป็นเพื่อนที่มีทักษะด้านงานช่างและมีอุปกรณ์ครบมือ ทั้งเครื่องตัดและสว่าน ทั้งคู่สารภาพว่าได้ช่วยกันยกตู้เซฟที่มีล้อเข็นมาตะแคงขึ้นรถกระบะ และนำไปไว้ที่บ้านร้างซึ่งเป็นพื้นที่ของญาติเพื่อทำการเจาะเซฟ
ในส่วนของทรัพย์สินนั้น ผู้เสียหายยืนยันว่ามีทองคำหนัก 35 บาท แต่เบื้องต้นตำรวจติดตามคืนมาได้เพียง 25 บาทเท่านั้น โดยคนร้ายอ้างว่ามีทองเพียง 25 บาท และได้นำบางส่วนไปเปลี่ยนและขายที่ร้านทอง
ในระหว่างการดำเนินรายการ ได้มีการสอบถามถึงประเด็นที่โลกโซเชียลพาดพิงถึงอดีตของมด เรื่องการโปรโมตเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งมดยอมรับตามตรงว่าเคยรับงานดังกล่าวเมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยได้รับค่าจ้างเพียงหลักร้อยบาทต่อโพสต์ และถูกดำเนินคดีจนถึงที่สุดแล้ว ได้รับโทษจำคุก 4 เดือนและพ้นโทษออกมาเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าปัจจุบันไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายอีก และจากนี้จะขอดำเนินคดีกับผู้ที่นำข้อมูลอันเป็นเท็จไปเผยแพร่จนทำให้เกิดความเสียหาย
ด้าน พล.ต.ต. ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า ขณะนี้ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหาที่อ้างว่าทำกันเพียง 2 คน และจะสืบสวนขยายผลต่อไปว่ามีบุคคลอื่นรู้เห็นหรืออำนวยความสะดวกในการก่อเหตุหรือไม่
ขณะที่ ‘ทนายสายหยุด’ ระบุว่า หากทรัพย์สินที่ติดตามกลับมาได้ไม่ครบถ้วน บริษัทนิติบุคคลอาจจะต้องร่วมรับผิดชอบในทางแพ่ง เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นลูกจ้าง และมาก่อเหตุลักทรัพย์