เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยศีลธรรมสมาคมบ้านบึง ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านบึง ว่าเกิดเหตุหญิงถูกอาวุธมีดแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบริเวณแผงขายทุเรียนใกล้ตลาดหนองปรือเก่า ตำบลหนองไผ่แก้ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี จึงรีบนำกำลังเข้าตรวจสอบ
เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบหญิงได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส นอนหมดสติและเสียเลือดจำนวนมาก โดยมีน้องสาวของสามีผู้บาดเจ็บประคองร่างไว้บนตัก เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งให้การปฐมพยาบาลและทำ CPR เพื่อช่วยชีวิต พร้อมประสานรถกู้ชีพโรงพยาบาลบ้านบึงเข้ารับช่วงต่อ
ต่อมาทีมกู้ชีพโรงพยาบาลบ้านบึงเดินทางมาถึง ใช้เครื่อง AED กระตุ้นหัวใจ ก่อนเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลบ้านบึง กระทั่งได้รับการยืนยันในเวลาต่อมาว่า ผู้บาดเจ็บเสียชีวิตแล้ว
ทราบว่าผู้เสียชีวิต อายุ 37 ปี จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบมีบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง ทั้งบริเวณต้นแขนขวา ซึ่งพบมีดเสียบคาอยู่ บริเวณหัวไหล่มีบาดแผลลึก และบริเวณชายโครงด้านขวามีบาดแผลลึกและกว้าง ส่งผลให้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก
ส่วนผู้ก่อเหตุคือ ชาย อายุ 39 ปี สามีของผู้เสียชีวิตและมีอาชีพค้าขายทุเรียน โดยหลังเกิดเหตุมีพลเมืองดีช่วยกันควบคุมตัวไว้ได้ ก่อนส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย
จากคำบอกเล่าเบื้องต้นของผู้ก่อเหตุ อ้างว่า ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางไปกับภรรยาเพื่อซื้อทุเรียนจากจังหวัดจันทบุรี นำกลับมาขายที่แผงบริเวณจุดเกิดเหตุ ระหว่างเดินทางกลับได้แวะรับประทานอาหารและสั่งส้มตำ โดยตนแจ้งภรรยาว่าไม่สามารถรับประทานปลาร้าดิบได้ เนื่องจากมีประวัติอาการแพ้
ระหว่างรับประทานพบชิ้นปลาร้าอยู่ในส้มตำ หลังจากนั้นไม่นานเริ่มมีอาการผิดปกติ มีผื่นขึ้นตามร่างกาย ปากบวม และหายใจไม่สะดวก จึงไปซื้อยาแก้แพ้มารับประทาน แต่อาการยังไม่ดีขึ้น จึงขอให้ภรรยาพาไปพบแพทย์
อย่างไรก็ตาม ภรรยาขอลงทุเรียนและจัดการงานให้เสร็จก่อน จนทั้งคู่เริ่มมีปากเสียงกัน เมื่อเห็นว่าอาการแพ้ของตนไม่ดีขึ้นจึงคิดจะขับรถไปโรงพยาบาลเอง แต่ระหว่างนั้นได้ยินภรรยาพูดในลักษณะประชดว่า หากรู้ว่าแพ้ปลาร้าขนาดนี้จะให้แม่ค้าใส่มาเยอะกว่านี้ พร้อมพูดทำนองว่า “ถ้าจะไปก็ไป แล้วไม่ต้องกลับมา”
ผู้ก่อเหตุอ้างว่า คำพูดดังกล่าวทำให้เกิดความโมโหและน้อยใจ คิดว่าภรรยาไม่สนใจอาการของตน ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย ตนเองเดินไปคว้ามีดที่ใช้สำหรับปอกทุเรียนก่อเหตุแทงภรรยาหลายครั้ง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส
ด้านน้องสาวของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุพี่ชายมีอาการแพ้หลังรับประทานส้มตำ และต้องการไปโรงพยาบาลเพื่อฉีดยาแก้แพ้ แต่ขณะนั้นตนและพี่สะใภ้ยังทำงานลงทุเรียนไม่เสร็จ จึงขอให้ทำงานให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยไปโรงพยาบาล
จากนั้นทั้งสองฝ่ายเริ่มมีปากเสียงกันรุนแรง ก่อนที่พี่ชายจะคว้ามีดปอกทุเรียนขึ้นมาก่อเหตุ โดยตนพยายามใช้ตัวเข้าขวางและกันพี่สะใภ้ออกจากพี่ชายแล้ว แต่ไม่สามารถหยุดเหตุการณ์ได้ทัน พี่ชายจึงใช้มีดแทงพี่สะใภ้จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านบึง ควบคุมตัวสามีไว้ดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียด พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป