จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ณ สี่แยก รพ. สต. บ้านสามพร้าว อ. เมือง จ. อุดรธานี แต่โดนชายอ้างตัวเป็นตำรวจ เมาแล้วขับรถเก๋งสีขาวลงมาโวยวาย กล่าวหาว่าขับรถปาดหน้า ก่อนจะก่อเหตุตบและชกหน้า คาดว่าไม่พอใจที่กู้ภัยถามว่า “พี่เมาไหม?” เหตุเกิดเมื่อเวลา 00.33 น. ของวันที่ 13 ต.ค. โดยหลังเกิดเหตุ กู้ภัยได้เข้าแจ้งความที่ สภ. เมืองอุดรธานี ตามที่ได้มีการเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้นั้น
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 14 ต.ค. 2569 เวลา 11.00 น. นายบอส และนายโบ๊ท กู้ภัยพี่น้องฝาแฝดชาว ปฎิบัติหน้าที่ Motorlance (มอเตอร์แลนซ์) จยย. กู้ชีพฉุกเฉิน กู้ชีพ อบต. สามพร้าว ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามคดี
นายบอส เล่าว่า คืนเกิดเหตุ เวลาประมาณ 00.33 น. พวกตนได้รับแจ้งเหตุ จยย. ล้มเอง ที่สี่แยก รพ. สต. สามพร้าว มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจาก อบต. สามพร้าว ประมาณ 1.6 กม. จึงได้ขี่ จยย. เคลื่อนที่เร็วไปที่เกิดเหตุ
ระหว่างทางได้ขับตามหลังรถเก๋ง สีขาว ทะเบียนอุดรธานี โดยไม่ได้เปิดเสียงไซเรน แต่เปิดไฟวาบ ๆ ขอทาง ซึ่งในใจคิดว่าคนขับรถเก๋งคงจะเห็น พวกตนจึงขับแซงขวาขึ้นไป และเว้นระยะห่างก่อนเข้าเลนตัวเอง
แต่เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ และกำลังจะลงไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เป็นจังหวะเดียวกันกับรถเก๋งสีขาวได้ขับเข้ามาจอดที่เกิดเหตุอย่างแรง ตอนแรกนึกว่าเป็นญาติผู้บาดเจ็บ ก็ไม่ได้เอะใจอะไร จึงลงจาก จยย.
ชายที่ขับรถเก๋งอ้างว่าเป็นตำรวจ เดินลงจากรถ แล้วใช้มือฟาดเข้าที่คอตน เขาพยายามจะดึงผ้าบัฟที่ตนสวมออกจากหน้า ตนก็อธิบายว่ามาช่วยคนเจ็บ แต่ชายที่อ้างเป็นตำรวจหาว่าตนขับปาดหน้า ตนก็ถามว่าปาดหน้าตอนไหน แต่เขาก็ไม่ยอมบอก เหมือนเขาเมามาด้วย ซึ่งเขาก็ยอมรับว่าเมา
กู้ภัยคนอื่น ๆ ก็ช่วยอธิบาย แต่เขาไม่ยอมฟัง ตนก็ปล่อยเขาอยู่แบบนั้น แล้วรีบไปช่วยผู้บาดเจ็บก่อน ทุกคนรีบเข้าไปช่วยคนเจ็บ คนเจ็บรู้สึกตัวดีหลังจากสลบไป ประเมินพื้นฐานเรียบร้อยดีทุกอย่าง หลังจากนั้นได้มาพูดคุยกับชายอ้างว่าเป็นตำรวจ คุยไปซักระยะเขาเริ่มรู้ตัวแล้ว เขาก็ยกมือไหว้ขอโทษ ตนก็คิดว่าน่าจะจบแล้ว คงไม่มีปัญหาอะไร
นายโบ๊ท เล่าต่อว่า เนื่องจากพวกตนเป็นคู่แฝดกัน ตนมาที่เกิดเหตุภายหลัง จึงได้สอบถามผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุว่ามีปัญหาอะไรกัน เห็นทะเลาะกันทั้งสองฝ่าย เราอยากให้ทั้งสองฝ่ายจบลงด้วยดี เขาเห็นพวกตนใส่ผ้าบัฟปิดใบหน้า ใส่หมวก เขาถามว่าทำไมต้องใส่
เราอยากให้เรื่องมันจบ ไม่อยากทะเลาะวิวาท จึงถอดหมวกกันน็อก ถอดผ้าบัฟออก เพื่อความสบายใจ พอถอดแล้วพวกตนก็ถามว่า “พี่ดื่มมาไหม” เขาก็สารภาพว่า “กูดื่ม มึงเอาที่เป่าแอลกอฮอล์มาเลย” แต่พวกตนก็บอกว่าไม่เป็นไร แต่เขากลับใช้กำปั้นชกที่คอตน หลังจากนั้นตนก็ถอยออกมา
ตอนนั้นกู้ภัยมีประมาณ 10 กว่าคน ถ้าเราตีหรือคิดทำร้ายเขาก็ไม่สมควร เพราะเราเป็นเจ้าหน้าที่และอาสา มีหน้าที่ช่วยเหลือ หลังจากโดนทำร้ายก็ถอยออกมา แล้วโทรแจ้ง 191 แจ้งร้อยเวรให้มาที่เกิดเหตุ
ตนเป็นอาสาเข้าปีที่ 3 เคยพบเจอเหตุการณ์แบบนี้ แต่ส่วนมากจะไม่ทำร้าย ทุกอย่างตกลงคุยกันได้ ส่วนมากให้เกียรติกัน เขาเห็นเราเป็นเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือคน พบเจอคนเมาเยอะมาก แต่ไม่เคยเจอแบบนี้ เราไม่รู้จักกันมาก่อน ถ้าขี่รถปาดหน้า ขอโทษกันแล้วก็จบ แต่อยู่เฉย ๆ เขาก็มาตี มันก็ไม่สมควร แต่ไม่ท้อกับการช่วยเหลือผู้อื่น ถือว่าเป็นเคสตัวอย่าง ไม่ต้องการคำขอโทษ ไม่ต้องการเงินชดใช้เยียวยา เพราะว่าตัวรถหรืออุปกรณ์ทุกอย่างได้รับการช่วยเหลือจากกู้ชีพ และมีหน่วยงานสนับสนุน เงินที่เราทำงานได้รับมาก็นำมาทำอาสา เราไม่ต้องการเงิน ถือว่าเคสนี้เป็นบทเรียนและตัวอย่างให้ทุกคน การเมาแล้วขับรถแล้วก่อความวุ่นวายมันไม่สมควร
ส่วนความรู้สึก เรารู้สึกไม่ดี เราตั้งใจช่วยเหลือคน แต่พอหลายคนรู้ข่าว คนเริ่มให้กำลังใจ ทำให้มีแรงทำต่อไป ได้กำลังใจมากพอสมควร พวกตนไม่ได้ต้องการเงิน ไม่ได้ต้องการคำขอโทษ ส่วนเรื่องคดี ขอแค่ให้กฎหมายมีความยุติธรรม คือให้ดำเนินการถึงที่สุด ให้เคสนี้เป็นตัวอย่าง และเป็นตัวอย่างให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานอาสา มันคงไม่ได้มีเคสนี้เป็นเคสแรก คงมีหลายเคสเหมือนกัน อยากให้เป็นอุทาหรณ์ แต่เมื่อพบตำรวจแล้วเราก็ได้ข้อมูลใหม่ว่าเป็นช่างแอร์อยู่ในตัวเมืองอุดรธานี ถ้าอ้างตัวเป็นตำรวจแล้วทำแบบนี้ ก็ทำให้ชื่อเสียงของตำรวจเสียหาย
ด้าน พ.ต.ท. ดิษฐวัฒน์ ถาวรสินพงศ์ รอง ผกก. สอบสวน สภ. เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ผู้ก่อเหตุไม่ใช่ตำรวจเมืองอุดรธานี ไม่ใช่ตำรวจ ตชด. ประกอบอาชีพช่างแอร์ เป็นประชาชนคนธรรมดาคนหนึ่ง แต่ชอบซ้อมกีฬาฟุตบอลกับตำรวจ
ไม่ต้องกังวล สบายใจได้ ถึงจะเป็นตำรวจก็ดำเนินคดีได้ แต่นี่ไม่ได้เป็นตำรวจ เพียงแค่บุคลิกเหมือนตำรวจ ถ้าไม่ถึงกับได้อันตรายแก่กาย สามารถเปรียบเทียบปรับชั้นพนักงานสอบสวนได้ แต่ผู้เสียหายต้องยินยอม แต่ถ้าไม่ยินยอมก็ต้องส่งฟ้องศาลเหมือนเดิม ซึ่งจะเรียกมาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 19 ต.ค. นี้