จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ใกล้ซอยลาดพร้าว 1 แขวงจอมพล เขตจตุจัตร กทม. เมื่อช่วงเวลาประมาณ 23.50 น. คืนวันที่ 12 ก.ค. ต่อเนื่องเช้าวันที่ 13 ก.ค. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยจากหลายหน่วยระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตแล้ว 27 ราย และผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมากหลายสิบราย ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น
หลังเกิดเหตุ ‘กะทิ’ อินฟลูฯ ดัง ได้ไลฟ์พูดถึงประเด็นดังกล่าว เปิดเผยว่า เจ้าของร้านนั้นเป็นรุ่นพี่ที่เธอรู้จักและสนิท ยืนยันว่าเจ้าของร้านไม่ได้เสียชีวิตตามข่าวลือ แต่รักษาตัวอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) เนื่องจากถูกไฟลวกและสูดดมควันเข้าไปเป็นจำนวนมากจนทำให้หมดสติ และหุ้นส่วนใหญ่ทุกคนกำลังเดินทางกลับมายังกรุงเทพฯ
กะทิ เล่าว่า เจ้าของร้านได้พยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว ในร้านมีกล้องวงจรปิด สามารถเปิดดูย้อนหลังได้ โดยปกติแล้วเจ้าของร้านมักจะชอบนำคลิปจากกล้องวงจรปิดมาลงใน Story IG เพื่อแสดงบรรยากาศในร้าน ที่รุนแรงอาจเพราะในที่เกิดเหตุมีฉนวหรือวัสดุที่ใช้สำหรับกั้นเสียง ยืนยันว่าไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์ความสูญเสียเช่นนี้เกิดขึ้น และต้องการให้มีการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องว่า เจ้าของร้านได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด และยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ในห้อง ICU แต่ในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าอาการเป็นอย่างไรบ้าง
ในคืนที่เกิดเหตุ มีวงดนตรีที่ขึ้นทำการแสดง ซึ่งเป็นวงประจำที่ทางร้านจ้างมาแสดงอยู่แล้ว และในวันนั้นไม่ใช่การจัดคอนเสิร์ตใหญ่ของศิลปินคนใด เพราะหากมีคอนเสิร์ตพิเศษเจ้าของร้านมักจะโพสต์แจ้งให้ทราบล่วงหน้าเสมอ
กะทิทราบข่าวในช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน แต่คาดการณ์ว่าเหตุเพลิงไหม้น่าจะเริ่มเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 5 ทุ่มกว่า ๆ ซึ่งในตอนแรกที่ทราบว่ามีเหตุไฟไหม้แถวบริเวณยูเนี่ยนก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงมากนัก จนกระทั่งได้เห็นคลิปวิดีโอเหตุการณ์จึงพบว่าเป็นร้านของคนรู้จัก
สถานที่เกิดเหตุตั้งอยู่บริเวณใกล้กับยูเนี่ยนและอยู่ติดกับร้านหมูกระทะ โดยปกติแล้วทางร้านจะมีกฎที่รู้กันดีคือ ห้ามไม่ให้มีการจุดไฟภายในร้านโดยเด็ดขาด แต่เมื่อได้ดูคลิปและเห็นภาพไฟพุ่งออกมาจากทางประตูร้านอย่างน่ากลัว จึงกังวลใจและพยายามสอบถามเพื่อยืนยันจนทราบแน่ชัดว่าเป็นร้านของรุ่นพี่จริง ๆ
เมื่อทราบเรื่อง หุ้นส่วนของร้านที่อยู่ใกล้เคียงในขณะนั้นจึงรีบนั่งรถไปดูสถานการณ์ที่ร้านทันทีด้วยความตกใจ เนื่องจากในขณะนั้นยังไม่มีข่าวรายงานออกมาอย่างเป็นทางการ
สาเหตุที่ทำให้เกิดควันหนาแน่น คาดว่ามาจากวัสดุที่เป็นฉนวนกันเสียงหรือโฟมที่ใช้บุภายในร้าน ซึ่งเป็นวัสดุที่ติดไฟได้ง่ายมาก ควันจากการเผาไหม้วัสดุประเภทนี้จะมีความรุนแรง แตกต่างจากการไหม้ที่เกิดจากแก๊สทั่วไป
กะทิระบุว่า ได้รับข้อมูลเบื้องลึกจากแหล่งข่าวภายใน ถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ ซึ่งรู้สึกจุกอกและสะเทือนใจอย่างมาก แต่ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ว่าคืออะไร
เธอรู้จักมักคุ้นมานานหลายปี และเคยมาร่วมงานที่ร้านอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่มีคอนเสิร์ตหรือวันเกิด กะทิต้องการให้สังคมได้รับทราบความจริงว่า เจ้าของร้านได้พยายามทำหน้าที่อย่างดีที่สุด และให้การช่วยเหลือทุกคนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บจนหมดสติไป
ไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์ความสูญเสียนี้เกิดขึ้น และยังไม่รู้ว่าต้นเพลิงเริ่มมาจากจุดไหน เนื่องจากปกติแล้วทางร้านมีกฎระเบียบที่เข้มงวดมากคือห้ามจุดไฟภายในร้านโดยเด็ดขาด แม้จะเป็นการจัดงานวันเกิดก็ไม่อนุญาตให้มีการเป่าเทียน และไม่มีการใช้เอฟเฟ็กต์ไฟใด ๆ ในการแสดง รวมถึงมีการสั่งห้ามไม่ให้นำไฟแช็กเข้าร้านด้วย แต่ในวันเกิดเหตุไฟได้ลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ส่วนของทางออกร้านที่มีการพูดถึงว่ามีขนาดเล็กเกินไปนั้น จริง ๆ คือทางออกมีขนาดเท่ากับร้านอื่น ๆ ทั่วไป แต่ปัญหาสำคัญคือ เมื่อเกิดควันไฟหนาทึบขึ้นมาจะทำให้ภายในมืดสนิทจนมองไม่เห็นทางออก
ตอนแรกเจ้าของร้านสามารถหนีออกมาจากที่เกิดเหตุได้แล้ว แต่ตัดสินใจวิ่งกลับเข้าไปด้านในร้านเพื่อนำถังดับเพลิงเข้าไปช่วยผู้อื่น จนสุดท้ายเจ้าของร้านเองก็สลบอยู่ภายในร้านแ ละได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวออกมา
ส่วนที่ปรากฏภาพบุคคลพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีนั้น ไม่ใช่เจ้าของร้าน เนื่องจากในขณะนี้เจ้าของร้านตัวจริงยังคงพักรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU ขอความกรุณาอย่าเพิ่งนำเสนอข่าวลือว่าเจ้าของร้านเสียชีวิต
เจ้าของร้านแห่งนี้มีเพียงคนเดียวที่เป็นผู้ก่อตั้ง และเป็นคนสร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยความตั้งใจจริง แม้จะมีหุ้นส่วนหลายคนแต่เขาคือผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดที่เป็นคนลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่การหาหุ้นส่วนไปจนถึงการบริหารจัดการร้านทั้งหมด เขาเป็นคนที่นิสัยน่ารักและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมาก โดยมีกฎเหล็กที่เข้มงวดคือ ห้ามไม่ให้ใครนำไฟแช็กเข้ามาภายในร้านโดยเด็ดขาด
กะทิยังได้เปิดคลิปบรรยากาศภาพที่ถ่ายไว้ภายในห้องน้ำของร้าน ซึ่งตอนนั้นกะทิเดินทางไปร่วมงานวันเกิดของเจ้าของร้าน ระบุว่าเจ้าของร้านเป็นคนที่มีอัธยาศัยดีมาก มีความห่วงใย คอยสอบถามสารทุกข์สุกดิบ บอกว่าคิดถึง และมีการติดต่อพูดคุยกันเสมอ ในช่วงก่อนเกิดเหตุ เจ้าของร้านยังเคยส่งภาพบรรยากาศร้านมาให้ดู