จากกรณีที่มีกลุ่มคนที่ระบุว่าเป็นพลเมืองดี ไปเจอกลุ่มผู้หญิงมั่วสุมและนอนอยู่ในศาลาวัด จ. ปทุมธานี จึงได้แจ้งเจ้าอาวาสและตำรวจ จากนั้นมีการตรวจเจอยาเสพติด จึงได้จับตัวเจ้าของยา ส่วนอีก 2 คนให้ปล่อยตัว
มีผู้หญิงคนหนึ่งต้องการกลับบ้าน ทางกลุ่มพลเมืองดีจึงจะพาไปส่งที่ สภ. ลาดหลุมแก้ว เพื่อจะให้ตำรวจช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่าตำรวจหลับ เมื่อปลุกก็เจอตำรวจพูดไม่ดีใส่ จึงรู้สึกไม่ดีและตัดพ้อว่าไม่อยากเป็นพลเมืองดีแล้ว
แต่ปรากฏว่า หญิงคนดังกล่าวได้เข้าแจ้งความกลุ่มพลเมืองดี ระบุว่า 2 คนในกลุ่มคนดังกล่าวอ้างตัวว่าเป็นตำรวจ และกลุ่มนั้นยังมีการข่มขู่ กักขังหน่วงเหนี่ยว และทำร้ายร่างกาย ถ่ายคลิปไปลงโซเชียลทำให้ได้รับความเสียหายอับอาย ยืนยันว่ามีบ้าน และไม่ได้เต็มใจไปด้วย
รายการโหนกระแสวันนี้ (7 ก.ย. 2569) จึงได้พูดคุยประเด็นดังกล่าว โดยเชิญมาทั้งสองฝ่าย ทั้งกลุ่มพลเมืองดีและหญิงคู่กรณี โดยมีทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ เป็นทนายคนกลางเพื่อให้ความรู้ด้านข้อกฎหมาย
เริ่มต้นด้วยเรื่องราวในมุมของฝั่งพลเมืองดี คุณบุ๊ค เล่าว่า ตนเองและภรรยาซึ่งมีอาชีพขายยำอยู่ที่งานสมโภชศาลหลักเมืองจังหวัดปทุมธานี ได้รับคำขอจากป้าเตี้ยซึ่งเป็นคนไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง ขอเงินและขอให้ไปส่งที่วัดหงส์ คุณบุ๊คจึงอาสาขับรถไปส่ง พร้อมชวน นายนุ ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นอาสาและเป็นชุดสืบสวนร่วมเดินทางไปด้วยเพื่อความปลอดภัย
เมื่อเดินทางไปถึงที่วัด ได้พบหญิงชื่อปุ๊กกำลังนั่งเสพยาบ้าอยู่หน้าศาลา และเมื่อมองเข้าไปในศาลาก็พบคนนอนห่มผ้าอยู่ด้านในคือคุณเจน นายนุที่อ้างตัวเป็นชุดสืบจึงสั่งให้เข้าไปตรวจค้น ซึ่งคุณบุ๊คระบุว่าตนเองได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาสแล้วจึงเข้าไปค้น และพบยาบ้า 2 เม็ดซุกซ่อนอยู่ใต้เสื่อ เมื่อตำรวจสายตรวจมาถึงจึงนำตัวทั้งหมดไปที่ สภ. เมืองปทุมธานี ซึ่งตำรวจได้ปล่อยตัวป้าเตี้ยและคุณเจน เนื่องจากยาบ้าเป็นของคุณปุ๊ก
หลังถูกปล่อยตัว คุณเจนได้ร้องไห้ขอร้องให้ช่วยขับรถไปส่งที่บ้านแฟน เนื่องจากไม่มีเงินและโทรศัพท์ติดตัว แต่ในระหว่างทางคุณเจนกลับพูดพาดพิงว่าพวกตนทำเรื่องนี้เพราะได้เงิน คุณบุ๊คจึงตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางพากันไปที่ สภ. ลาดหลุมแก้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ. ลาดหลุมแก้ว กลับตั้งข้อสงสัยและกล่าวหาว่าพวกตนมีพฤติกรรมกักขังหน่วงเหนี่ยวคุณเจน
ในมุมของ คุณเจน ได้ชี้แจงแก้ต่างว่า ตนเองเดินทางมาที่วัดหงส์เพื่อมาหาลูกที่พักอาศัยอยู่ข้างวัด แต่เนื่องจากลูกกลับดึกจึงไปเดินเที่ยวงานและกลับมานั่งเล่นคุยกับปุ๊ก พร้อมเล่นกับลูกแมวจนเผลอหลับไปในศาลา เธอยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และไม่เห็นตอนที่ปุ๊กเสพยา แต่กลับถูกนายนุเข้ามาปลุกและทำการค้นตัว พร้อมทั้งพูดข่มขู่บีบบังคับให้เธอยอมรับสารภาพเรื่องเสพยา เธอจึงยอมพูดว่าเคยเสพมาเมื่อหลายวันก่อนหน้าเพราะความกลัว
หลังจากตำรวจปล่อยตัวที่ สภ. เมืองปทุมธานี เธอยืนยันว่าไม่ได้ขอร้องให้กลุ่มพลเมืองดีไปส่งแต่อย่างใด แต่เธอยอมขึ้นรถเนื่องจากถูกข่มขู่ โดยในระหว่างทางเธอเพียงแค่ถามหาเงิน 400 บาท และโทรศัพท์มือถือที่หายไปหลังจากการค้นตัว
ส่วนสาเหตุที่เธอมาแจ้งความดำเนินคดีในภายหลัง เป็นเพราะเพิ่งมาเห็นคลิปวิดีโอที่ถูกนำไปเผยแพร่ในสื่อโซเชียล ซึ่งสร้างความเสียหายต่อหน้าที่การงานของเธอ รวมถึงกระทบลูกที่กำลังเรียน
ในช่วงแรก คุณเจนได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ และกล้ายืนยันว่าตนเองยินดีและสมัครใจที่จะรับการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด
ในแง่ของข้อกฎหมายและการดำเนินคดี ทนายตุ๋ย ได้ย้ำเตือนคุณเจนว่า หากแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มพลเมืองดี แล้วพิสูจน์ได้ว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เธอจะถูกดำเนินคดีกลับในข้อหาแจ้งความเท็จ ซึ่งมีโทษจำคุกขั้นต่ำ 6 เดือน และหากเป็นการกลั่นแกล้งผู้อื่นให้ได้รับโทษทางอาญา โทษจำคุกอาจสูงถึง 7 ปี
รวมถึงยังให้มุมมองในการเข้าแจ้งความดำเนินคดีว่า ตำรวจต้องฟังข้อเท็จจริงก่อน ว่าข้อเท็จจริงมันเข้าว่าเป็นความผิดอะไร ไม่ใช่ไปแนะนำเรื่องราวแล้วก็บอกว่าอย่างนี้ให้ตั้งข้อหานั้นเลย มันคนละเรื่องกัน แล้วเดี๋ยวเขามีหลักฐานจาก สภ. เมืองปทุมธานี เสียงบันทึก 191 จะเป็นหลักฐานยืนยันว่าเค้าไม่ได้หน่วงเหนี่ยว
ด้าน พ.ต.อ. ดุษฎี หิรัญรัตน์ ผู้กำกับการ สภ. ลาดหลุมแก้ว ชี้แจงว่า ในเบื้องต้นคุณเจนเข้ามาในฐานะผู้เสียหาย ทางตำรวจจึงยังไม่มีมูลเหตุหรืออำนาจหน้าที่ที่จะต้องตรวจปัสสาวะ ยกเว้นแต่ตัวเธอจะสมัครใจเองเท่านั้น โดยตำรวจจะรวบรวมหลักฐานทั้งหมด รวมถึงคลิปวิดีโอและเสียงบันทึก 191 เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ส่วนประเด็นเรื่องการตรวจปัสสาวะในรายการ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งชุดตรวจสารเสพติด (ยาบ้าและยาไอซ์) มาให้ทดสอบจริง ๆ คุณเจนได้ปฏิเสธที่จะเข้ารับการตรวจ โดยเธออ้างว่าตนเองป่วยเป็นโรคต่อมทอนซิลอักเสบมาหลายวัน และเพิ่งกินยาแก้ไอ รวมถึงดื่มสุราเข้าไปเมื่อคืนนี้ จึงแสดงความกังวลว่ายาแก้ไอที่ทานเข้าไปอาจทำให้ผลการตรวจปัสสาวะคลาดเคลื่อนจนขึ้นเป็นสีม่วงได้
แม้จะพยายามชี้แจงคำยืนยันจากตำรวจว่า ชุดตรวจประเภทนี้จะไม่แสดงผลเป็นสีม่วงจากการกินยาแก้ไอทั่วไปหากไม่มีสารเสพติดในร่างกายจริง ๆ แต่สุดท้ายเมื่อถูกถามย้ำถึงความสมัครใจในการตรวจปัสสาวะเพื่อหักล้างข้อครหาทั้งหมด คุณเจนได้ตอบปฏิเสธว่า ไม่สมัครใจตรวจ
ด้านคุณบุ๊คและกลุ่มพลเมืองดี ยืนยันว่าจะแจ้งความคุณเจนกลับแน่นอน เพราะพวกตนโดนด่าอย่างหนัก รวมถึงเจ้าของบ้านเช่าก็ไล่ตนออกด้วย เพราะคิดว่าตนผิด