จากกรณี นักศึกษาหญิงคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นรายหนึ่งออกมาโพสต์ผ่านโซเชียล เล่าประสบการณ์ถูกกลั่นแกล้งภายในสาขาที่กำลังศึกษาอยู่ พร้อมกล่าวอ้างว่า ถูกเพื่อนร่วมสาขาพูดแขวะ นินทา ใช้ถ้อยคำรุนแรง กล่าวหาในเรื่องที่ไม่เป็นความจริง พร้อมทั้งยังเล่าว่าเคยถูกกีดกันจากกิจกรรม และถูกนำออกจากกลุ่มสนทนาของสาขา ซึ่งเป็นช่องทางที่ใช้แจ้งข้อมูลเอกสาร และรายละเอียดด้านการศึกษา โดยกล่าวอ้างว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีปัญหาด้านสุขภาพจิต ผลการเรียนตก ต้องลงทะเบียนเรียนแก้ และใช้เวลาเรียนเพิ่มขึ้น เข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว ที่ผ่านมาเลือกที่จะเงียบและหายไปจากโซเชียล เพื่อพยายามเยียวยาสภาพจิตใจของตัวเอง แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับรู้สึกว่าปัญหาไม่ได้จบลง และอาจเกิดขึ้นกับคนอื่นได้อีก จึงตัดสินใจออกมาพูด
ภายหลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป มีสมาชิกอีกฝ่ายซึ่งระบุว่า เป็นหนึ่งในคู่กรณี โพสต์ข้อความยอมรับว่า มีการใช้คำพูดรุนแรง การแซะ การใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม และการนำเจ้าของเรื่องออกจากกลุ่ม พร้อมกล่าวขอโทษ และยอมรับว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการบูลลี่บุคคลหนึ่ง พร้อมทั้งชี้แจงข้อเท็จจริงในมุมของตนเพิ่มเติม
ต่อมาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ออกแถลงการณ์ ยืนยันว่าได้รับทราบเหตุการณ์แล้ว และได้ติดต่อประสานงาน เพื่อดูแลสภาพจิตใจของนักศึกษาที่เกี่ยวข้อง พร้อมอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากพบพฤติกรรมเข้าข่ายการกลั่นแกล้งหรือการกระทำที่ไม่เหมาะสม จะดำเนินการตามระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
ล่าสุด วานนี้ ( 18 ก.ค.69 ) รองศาสตราจารย์ ดร.รัชพล สันติวรากร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุข้อความว่า “ สารจากคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ฉบับที่ 2
เรียน คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ตามที่ปรากฏเป็นข่าวและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์บนสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับกรณีนักศึกษาของคณะ วิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยแพร่ข้อความกล่าวถึงการถูกกลั่นแกล้งภายในสาขาวิชา ของคณะวิศวกรรมศาสตร์นั้น ผมขอรายงานชี้แจงการดำเนินงานของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ดังนี้
วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2569
• เวลา 04.00 น. ผู้บริหารคณะพบข้อความที่นักศึกษาเผยแพร่ใน KKU Group จึงได้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นทันที และคณบดีได้มอบหมายให้รองคณบดีฝ่ายบริหารและผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาเชิญนักศึกษาเข้าพูดคุยเพื่อรับทราบข้อเท็จจริง
• ช่วงเช้า นักจิตวิทยาประจำคณะได้พูดคุยกับนักศึกษาเป็นการส่วนตัว ซึ่งเป็นการพูดคุยเพื่อรับฟังปัญหา ประเมินสภาพจิตใจ และให้การดูแลเบื้องต้น โดยนักจิตวิทยาประจำคณะได้เคยให้คำปรึกษาแก่นักศึกษารายนี้มาก่อนหน้านี้แล้ว
• ช่วงบ่าย นักศึกษาได้เข้าพบผู้บริหารคณะ ประกอบด้วย รองคณบดีฝ่ายบริหาร ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา และนักจิตวิทยาประจำคณะ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและเหตุผลในการเผยแพร่ข้อความผ่าน KKU Group
• ช่วงเย็น คณะได้เผยแพร่แถลงการณ์ผ่าน Facebook ของคณะ เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน และคณบดีได้เผยแพร่สารถึงประชาคมผ่าน Facebook ส่วนตัว เพื่อยืนยันว่าคณะจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรม
วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2569
• คณบดีมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมีรองคณบดีฝ่ายบริหารเป็นประธานกรรมการ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลนักศึกษาและด้านจิตวิทยา ร่วมเป็นกรรมการ
• ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาได้ติดต่อพูดคุยและชี้แจงแนวทางการดำเนินงานของคณะให้บิดาของนักศึกษารับทราบผ่านทางโทรศัพท์
• รองคณบดีฝ่ายบริหารและผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาได้พูดคุยกับอาจารย์ประจำสาขาวิชาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นบุคคลที่นักศึกษาอ้างถึง และนักศึกษาคู่กรณีที่เกี่ยวข้องกับการนำชื่อนักศึกษาออกจากกลุ่มไลน์ เพื่อรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น
วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569
• เวลา 11.00 น. คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้ประชุมผ่าน Google Meet กับบิดาของนักศึกษา โดยได้รับความยินยอมในการบันทึกเสียงการสนทนา
• เวลา 14.00 น. คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้ เชิญนักศึกษาเข้าให้ข้อมูลโดยได้รับความยินยอมในการบันทึกเสียง
• เวลา 16.00 น. คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้เชิญอาจารย์ที่ปรึกษาและอาจารย์ที่ถูกกล่าวถึงเข้าให้ข้อมูล โดยได้รับความยินยอมในการบันทึกเสียง
• เวลา 17.00 น. คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้เชิญนักศึกษาคู่กรณีที่อยู่ในจังหวัดขอนแก่น เข้าให้ข้อมูล จำนวน 4 ราย โดยได้รับความยินยอมในการบันทึกเสียง
วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2569
• รองคณบดีฝ่ายบริหารได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการให้คณบดีทราบเป็นการเบื้องต้น
• ประสานงานเพื่อขอสอบถามข้อมูลจากนักศึกษาคู่กรณีซึ่งสำเร็จการศึกษาไปแล้วเพิ่มเติม จำนวน 5 ราย เพื่อให้ข้อมูลมีความครบถ้วน
• ผู้บริหารคณะได้เชิญอาจารย์ผู้ที่ถูกอ้างถึงในการเผยแพร่ข้อความผ่าน Facebook เข้าพบ โดยได้มีการตักเตือนเกี่ยวกับความเหมาะสมในการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ รวมทั้งได้สอบสวนหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2569
• คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้สอบถามนักศึกษาคู่กรณีซึ่งสำเร็จการศึกษาไปแล้ว จำนวน 5 ราย ผ่านระบบ Google Meet
• คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เห็นชอบให้ติดต่อนัดหมายผู้ที่ถูกอ้างถึงในการเผยแพร่ข้อความผ่าน Facebook เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม อีก 2-3 คน
• คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พิจารณาการดำเนินการแล้วคาดว่าจะสามารถจัดทำรายงานสรุปข้อเท็จจริงแล้วเสร็จภายในสัปดาห์ถัดไป เพื่อนำเสนอคณบดีพิจารณาและดำเนินการตามระเบียบของมหาวิทยาลัยต่อไป
สถานะปัจจุบัน คณะกรรมการอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อเท็จจริง พยานหลักฐานและข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยคณะจะดำเนินการด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และคำนึงถึงสิทธิของทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถจัดทำรายงานสรุปข้อเท็จจริงแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า และคณะจะดำเนินการตามระเบียบของมหาวิทยาลัยต่อไป รวมถึงกำหนดมาตรการในการป้องกันและพัฒนาระบบการดูแลนักศึกษา เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต”