สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุยิงกันภายในวัดแห่งหนึ่ง ต.เสนา อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย จึงประสานตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลอุทัย และมูลนิธิร่วมกตัญญูเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุบริเวณศาลาภายในวัด พบรถกระบะจอดอยู่ โดยบริเวณฝากระโปรงด้านขวามีร่องรอยกระสุน 2 นัด และบริเวณประตูด้านคนขับอีก 1 นัด ภายในรถบริเวณเบาะนั่งคนขับพบร่างชาย อายุ 44 ปี ถูกยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บคือหญิง อายุ 44 ปี ถูกยิงบริเวณใบหน้าและลำตัว ได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนอยู่บริเวณข้างประตูรถด้านซ้าย เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาล
ตรวจสอบบริเวณโดยรอบ พบปลอกกระสุนปืนขนาด .357 จำนวน 6 ปลอก ตกกระจายอยู่ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนเบื้องต้น คนขับรถบัสรับส่งพนักงาน ซึ่งเห็นเหตุการณ์ ให้ข้อมูลว่า รถบัสรับพนักงานมาจากพื้นที่ อ.วังน้อย และหญิงผู้บาดเจ็บเป็นผู้โดยสารคนสุดท้าย ก่อนรถจะเข้ามาจอดภายในวัด จากนั้นหญิงสาวเดินลงจากรถและมุ่งหน้าไปขึ้นรถกระบะที่จอดอยู่บริเวณศาลา
ขณะนั้นมีรถกระบะอีกคันขับเข้ามาจอดขวางด้านหน้า ก่อนชายคนหนึ่งลงจากรถพร้อมอาวุธปืน และยิงใส่หลายนัด ขณะกำลังจะขึ้นรถ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและล้มลงบริเวณข้างประตูรถ จากนั้นคนร้ายหันไปยิงชายซึ่งนั่งอยู่ภายในรถจนเสียชีวิต ก่อนขับรถหลบหนี
ด้าน ผกก.สภ.อุทัย เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบปากคำพยาน เบื้องต้นทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว คาดว่าเป็นอดีตแฟนของหญิงผู้บาดเจ็บ โดยเชื่อว่าผู้ก่อเหตุขับรถติดตามฝ่ายหญิงมาตั้งแต่โรงงาน ก่อนตามมาถึงวัดและลงมือก่อเหตุ
หลังจากใช้อาวุธปืนยิงแล้ว ผู้ก่อเหตุยังได้ถ่ายภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนส่งภาพไปให้ญาติของฝ่ายหญิง จากนั้นจึงขับรถหลบหนีออกจากพื้นที่
ล่าสุด ผู้ก่อเหตุได้เดินทางเข้ามอบตัวที่ สภ.เสาไห้ จ.สระบุรี แล้ว ภายหลังนำตัวมาถึง สภ.อุทัย รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย ผกก.สภ.อุทัย ร่วมสอบปากคำ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้ดำเนินการเก็บพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์จากตัวผู้ต้องหา ทั้งการพิมพ์ลายนิ้วมือ การเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ และตรวจหาคราบเขม่าดินปืนบริเวณมือทั้งสองข้าง เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ
ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่าได้โยนทิ้งระหว่างทางขณะหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเตรียมลงพื้นที่ตรวจค้นหาอาวุธปืนดังกล่าว เพื่อนำมาเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี
ด้านน้าสาวของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า หลานชายคบหากับหญิงผู้บาดเจ็บมานานกว่า 10 ปี และมีลูกด้วยกัน 2 คน ก่อนทั้งคู่จะแยกทางกันได้ไม่นาน โดยตนเองไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์ของทั้งสองคน
น้าสาวกล่าวอีกว่า รู้สึกตกใจมาก หลังหลานชายเดินทางมาบอกว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงอดีตภรรยาและชายอีกคน จึงบอกให้กลับมาพบที่บ้านใน จ.สระบุรี ก่อนพาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลได้รายงานต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า หญิงผู้ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาล ภายหลังรับแจ้งการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานมูลนิธิร่วมกตัญญูนำร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ส่งไปชันสูตรที่ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม จ.ปทุมธานี เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตและตรวจพิสูจน์หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดี