จากกรณี รอง สว.สืบสวน ร้องสื่อมวลชนว่าถูกภรรยาที่ใช้ชีวิตอยู่กินร่วมกันมากว่า 24 ปี สวมเขาให้ โดยแอบไปเป็นชู้กับครูสอนขับรถ แถมยังแอบขโมยเงินไปใช้กับชู้และภรรยาได้หอบเสื้อผ้าหนีไปอยู่กับชู้แล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นตนได้แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรีเพื่อให้ดำเนินคดีกับชายชู้และภรรยาจนถึงที่สุด
ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ ( 9 ส.ค.69) เวลา 17.30 น. รอง สว.สืบสวนนายดังกล่าวได้ติดต่อมาหาผู้สื่อข่าว พร้อมทั้งบอกว่า อีก 1 ชั่วโมงให้มาที่บ้านด่วน ผู้สื่อข่าวได้ฟังรู้สึกตกใจจึงได้พยายามพูดจาเกลี้ยกล่อม แต่ปลายสายก็เอาแต่ร้องไห้ ผู้สื่อข่าวจึงได้รีบไปที่บ้านของรอง สว.สืบสวนนายดังกล่าวทันที
เมื่อไปถึงพบว่า รอง สว.สืบสวนอยู่ในสภาพที่เศร้าโศกเสียใจทำใจไม่ได้ ผู้สื่อข่าวได้สวมกอดพร้อมทั้งนั่งพูดคุยแล้วพูดให้กำลังใจ โดยรอง สว.สืบสวน เอาแต่สะอึกสะอื้นร้องไห้น้ำตาไหล ผู้สื่อข่าวใช้เวลาเกลี้ยกล่อมอยู่นานกว่า 1 ชั่วโมงจน รอง สว.สืบสวนรู้สึกมีความสบายใจขึ้น พร้อมทั้งรับปากกับผู้สื่อข่าวว่า จะไม่คิดทำร้ายตัวเองแล้ว
ต่อมาทาง รอง สว.สืบสวน ได้พาผู้สื่อข่าวเข้าไปในบ้าน ในสภาพที่ยังเศร้าโศกเสียใจร้องไห้ไม่หยุด พร้อมทั้งขอให้ผู้สื่อข่าวรับรู้ว่าวันนี้ตนขอปลดรูปแต่งงานของภรรยาและตัวเองเอาไปทิ้งแล้วจะเก็บเสื้อผ้าทุกอย่างข้าวของทุกชิ้นของภรรยาที่อยู่ในบ้านเอาไปเผา จากนั้นได้จูบรูปภาพแต่งงาน 1 ครั้ง เก็บเสื้อผ้าทั้งหมดของภรรยาใส่ถุงดำกองไว้และจะนำไปเผา ซึ่งผู้สื่อข่าวก็พยายามอธิบายว่าควรบริจาคให้วัดจะได้บุญแต่ทางรอง สว.สืบสวน บอกว่า ไม่มีประโยชน์คนไหนเอาไปใส่คนนั้นก็ซวยไปตลอด อย่าให้คนอื่นเดือดร้อนเพราะเสื้อผ้าของภรรยาที่ประพฤติไม่ดีอย่างนี้เลย
ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวจะเดินทางกลับนั้น ได้ขอร้องทางเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันและฝั่งตรงข้ามซึ่งทุกคนรักใคร่และเอ็นดู รอง สว.สืบสวน เพราะเป็นนายตำรวจที่ดี มีความเป็นกันเองกับทุกคนรวมทั้งพูดคุยกับ รปภ.ของหมู่บ้าน หากเข้ามาตรวจตราก็ให้หาเวลา เข้ามาเยี่ยมแล้วพูดคุยกับรอง สว.สืบสวน ให้มากที่สุดเท่าที่จะมีเวลา เพื่อจะได้ไม่ต้องคิดมาก เพราะว่าทาง รอง สว.สืบสวน ตอนนี้อยู่คนเดียว สภาพจิตใจย่ำแย่มากกลัวว่าจะคิดไปต่างๆนานา เนื่องจากลูกชายทั้งสองคนก็ไปเช่าห้องอยู่ที่หอ จึงยังไม่ไว้วางใจ และเป็นห่วง โดยหวังว่าในการพูดคุยครั้งนี้จะช่วยเยียวยาจิตใจให้ รอง สว.สืบสวน ได้ในระดับหนึ่ง