จากกรณีมีนักศึกษาหญิงคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นรายหนึ่ง ได้เผยแพร่เรื่องราวผ่านบัญชีติ๊กต็อก โดยใช้ภาพนิ่งและข้อความลำดับความรู้สึกที่มีต่อคณะและมหาวิทยาลัย จากระดับ 10/10 ลดลงจนเหลือ 0/10 พร้อมกล่าวอ้างว่า ถูกเพื่อนร่วมสาขาพูดแขวะ นินทา ใช้ถ้อยคำรุนแรง กล่าวหาในเรื่องที่ไม่เป็นความจริง โพสต์ข้อความพาดพิง รวมถึงนำเรื่องส่วนตัวและกรณีที่บิดาประสบอุบัติเหตุ สูญเสียนิ้วมือ 1 นิ้ว และการได้รับทุนช่วยเหลือจากคณะไปพูดล้อเลียน และตั้งข้อสงสัยในกลุ่มสนทนา พร้อมทั้งยังเล่าว่าเคยถูกกีดกันจากกิจกรรม และเรื่องอาหาร ถูกเดินชน โพสต์แขวะผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และถูกนำออกจากกลุ่มสนทนาของสาขา ซึ่งเป็นช่องทางที่ใช้แจ้งข้อมูลเอกสาร และรายละเอียดด้านการศึกษา โดยกล่าวอ้างว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีปัญหาด้านสุขภาพจิต ผลการเรียนตก ต้องลงทะเบียนเรียนแก้ และใช้เวลาเรียนเพิ่มขึ้น เข้าสู่ปีที่ 5
ภายหลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป มีสมาชิกอีกฝ่ายซึ่งระบุว่า เป็นหนึ่งในคู่กรณี โพสต์ข้อความยอมรับว่า มีการใช้คำพูดรุนแรง การแซะ การใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม และการนำเจ้าของเรื่องออกจากกลุ่ม พร้อมกล่าวขอโทษ และยอมรับว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการบูลลี่บุคคลหนึ่ง แต่ระบุว่าจะรวบรวมหลักฐาน และออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในมุมของตนเพิ่มเติม
ต่อมาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ออกแถลงการณ์ผ่านเพจ Facebook ชื่อ “Faculty of Engineering, Khon Kaen University” เมื่อเวลา 18.52 น. วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ยืนยันว่าได้รับทราบเหตุการณ์แล้ว และได้ติดต่อประสานงาน เพื่อดูแลสภาพจิตใจของนักศึกษาที่เกี่ยวข้อง พร้อมอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากพบพฤติกรรมเข้าข่ายการกลั่นแกล้งหรือการกระทำที่ไม่เหมาะสม จะดำเนินการตามระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม หลังแถลงการณ์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป กลับเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์รอบใหม่ โดยนักศึกษา ศิษย์เก่า และผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์จำนวนหนึ่ง มองว่าเนื้อหาในแถลงการณ์ยังไม่สะท้อนความจริงใจ และไม่มีคำขอโทษต่อผู้ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน พร้อมเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยและคณะกำหนดมาตรการป้องกันการบูลลี่ รวมถึงเยียวยาผู้เสียหายอย่างเป็นรูปธรรม
ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 ก.ค.2569 ที่ผ่านมา รองศาสตราจารย์ ดร.รัชพล สันติวรากร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุข้อความว่า “สารจากคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น” เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินการของคณะต่อกรณีที่เกิดขึ้น โดยระบุถึงคณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายว่า จากกรณีมีการเผยแพร่ข้อความของนักศึกษาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จนก่อให้เกิดความห่วงใยและความกังวลจากผู้ปกครอง ศิษย์เก่า และสังคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ได้รับทราบเหตุการณ์แล้ว และขอยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ สิ่งที่คณะให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกคือการดูแลนักศึกษา โดยได้ติดต่อและให้การดูแลนักศึกษาเป็นที่เรียบร้อย พร้อมมอบหมายให้อาจารย์ที่ปรึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามดูแลสภาพจิตใจ ความปลอดภัย และสวัสดิภาพของนักศึกษาอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะนี้คณะอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม โดยยึดหลักนิติธรรม เคารพสิทธิและศักดิ์ศรีของทุกฝ่าย พร้อมดำเนินการตามระเบียบของมหาวิทยาลัยอย่างเคร่งครัด
ในข้อความระบุอีกว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ตระหนักดีว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความกังวลให้แก่ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า นักศึกษา และประชาชนที่ติดตามข่าวสาร จึงขอขอบคุณทุกความห่วงใยและข้อเสนอแนะที่สะท้อนมายังคณะ ซึ่งจะนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาระบบดูแลนักศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ของคณะในการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัย เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่ยอมรับการกลั่นแกล้ง หรือ Bullying การคุกคาม และการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ ทั้งในชีวิตประจำวันและบนสื่อสังคมออนไลน์ หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำที่ไม่เหมาะสม คณะจะดำเนินการตามระเบียบของมหาวิทยาลัยอย่างตรงไปตรงมา เป็นธรรม และเหมาะสม
และทางคณะจะใช้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นโอกาสในการทบทวนและยกระดับมาตรการป้องกัน การเฝ้าระวัง การเปิดพื้นที่รับฟังปัญหา และระบบดูแลช่วยเหลือนักศึกษา ทั้งด้านการเรียน การใช้ชีวิต และสุขภาพจิต เพื่อให้สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมยังได้ส่งกำลังใจถึงคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่และใช้ชีวิตภายในคณะด้วยความรับผิดชอบและเสียสละ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันดูแลนักศึกษาด้วยความเข้าใจ รับฟังกันด้วยเหตุผล เคารพความแตกต่าง และร่วมกันสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีความเมตตา ความเอื้ออาทร และความรับผิดชอบต่อส่วนรวม
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากฝ่ายนักศึกษาหญิงนั้น ได้มีการโพสต์ข้อความลงในกลุ่ม KKU GROUP เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ใจความสำคัญที่เจ้าตัวโพสต์นั้น ระบุว่า ขอให้ทุกฝ่ายหยุดการใช้ถ้อยคำรุนแรง การแสดงความคิดเห็นหยาบคาย และการกระทำที่อาจสร้างความเสียหายเพิ่มเติม ยืนยันจุดประสงค์ของการออกมาเปิดเผยเรื่องราว เพียงต้องการไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นกับบุคคลอื่นอีก ไม่ได้ต้องการให้สังคมรุมประณามหรือทำร้ายผู้ใด การโพสต์ข้อความครั้งนี้เป็นการตัดสินใจของตนเองแต่เพียงผู้เดียว หลังจากเรื่องราวที่ออกมาเปิดเผยได้รับความสนใจจากประชาชนหลายกลุ่ม ทั้งบุคคลภายนอก บุคลากร และศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงขอให้ทุกอย่างดำเนินไปด้วยเหตุและผล พร้อมขอความร่วมมือให้ยุติการกระทำที่มีความรุนแรงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำพูด การแสดงความคิดเห็น หรือการแสดงออกที่หยาบคาย
นักศึกษาหญิงย้ำว่า จุดประสงค์สำคัญของการเผยแพร่เรื่องราวคือ ไม่ต้องการให้เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีก ไม่ได้ต้องการให้เกิดการรุมประณามหรือสร้างความเสียหายแก่ผู้ใดเพิ่มเติม พร้อมยอมรับว่า กระแสที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบไปถึงบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย และยังเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากการสื่อสารต่อกัน เจ้าตัวยืนยันด้วยว่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง โดยภายในคณะยังมีทั้งอาจารย์ รุ่นพี่ รุ่นน้องในสาขา เพื่อนจากต่างสาขา และเพื่อนจากคณะอื่นที่ให้การสนับสนุนและส่งกำลังใจให้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกล่าวขอบคุณทุกความหวังดี แต่ขอร้องว่าอย่าทำร้ายใครเพิ่มเติมจากเหตุการณ์นี้อีก
ช่วงท้ายของข้อความ นักศึกษาหญิงได้กล่าวขอโทษเพื่อนนักศึกษาภายในคณะทุกคนที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งขอโทษอาจารย์ที่เหตุการณ์ขยายตัวและบานปลายเกินกว่าที่ตั้งใจ โดยระบุว่า รู้สึกเสียใจอย่างแท้จริง พร้อมขออภัยบุคลากรและมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว
นอกจากนี้ยังชี้แจงถึงสาเหตุที่ออกมาโพสต์ข้อความล่าช้าว่า เนื่องจากตลอดทั้งวันมีภารกิจด้านการเรียน และได้พูดคุยกับทางคณะอย่างต่อเนื่อง ก่อนยืนยันว่าหลังจากนี้ต้องการให้ทุกอย่างดำเนินไปบนพื้นฐานของความเหมาะสมและความเป็นธรรม
ทั้งนี้ ข้อความล่าสุดของนักศึกษาหญิงเกิดขึ้นภายหลังกรณีดังกล่าวกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์ ขณะที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ยืนยันว่าได้เข้าดูแลนักศึกษาที่เกี่ยวข้อง พร้อมมอบหมายอาจารย์ที่ปรึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพจิตใจ ความปลอดภัย และสวัสดิภาพอย่างใกล้ชิด รวมถึงอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายตามระเบียบของมหาวิทยาลัย
ทั้งนี้สำหรับข้อความทั้งหมดที่นักศึกษาหญิงโพสต์ ระบุว่า “สวัสดีค่ะ โพสต์นี้คือการตัดสินใจของหนูแต่เพียงผู้เดียว จากเหตุการณ์ที่หนูได้ออกมาเล่า และได้รับความสนใจจากผู้คนหลากหลายกลุ่ม ซึ่งมีทั้งบุคคลภายนอก บุคลากร และศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยขอนแก่น หนูขอความกรุณาให้ทุกอย่างดำเนินไปด้วยเหตุและผล และขอความร่วมมือให้หยุดการกระทำที่มีความรุนแรงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำพูด การแสดงความคิดเห็น หรือการแสดงออกที่หยาบคาย จุดประสงค์ของโพสต์นี้คือ ‘ไม่อยากให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก’ ไม่ได้ต้องการให้เกิดการรุมประณามหรือทำร้ายใครเพิ่มเติม และในขณะเดียวกัน เหตุการณ์นี้ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย รวมถึงเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากการสื่อสารต่อกัน หนูอยากยืนยันว่า หนูไม่ได้อยู่เพียงลำพัง ในคณะยังมีทั้งอาจารย์ พี่ ๆ น้อง ๆ ในสาขา และเพื่อน ๆ นอกสาขาอีกหลายคน รวมถึงคณะอื่นด้วยที่ให้การสนับสนุนและให้กำลังใจหนูเสมอ ขอบคุณทุกความหวังดีที่มีให้กันนะคะ แต่หนูขอความกรุณา ‘อย่าทำร้ายใครเพิ่มเติมจากเรื่องนี้อีกเลย’
สุดท้ายนี้ หนูขออภัยเพื่อน ๆ ในคณะทุกคนที่ได้รับผลกระทบ ขออภัยอาจารย์ที่เหตุการณ์บานปลายเกินกว่าที่ตั้งใจ หนูเสียใจจริง ๆ ค่ะ ขออภัยบุคลากร รวมถึงมหาวิทยาลัยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ และขอโทษที่ออกมาชี้แจงช้า เนื่องจากวันนี้หนูมีเรียนและได้พูดคุยกับทางคณะตลอดทั้งวัน จากนี้หนูอยากให้ทุกอย่างดำเนินไปบนความเหมาะสมและเป็นธรรมค่ะ”
อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงยังอยู่ระหว่างดำเนินการ และยังไม่มีการเปิดเผยผลสรุปว่า พฤติกรรมของบุคคลใดเข้าข่ายผิดระเบียบหรือข้อบังคับของมหาวิทยาลัยหรือไม่ โดยทุกฝ่ายยังต้องได้รับความเป็นธรรมตามกระบวนการ ขณะที่สังคมยังคงจับตาว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยขอนแก่นจะกำหนดมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ป้องกันการกลั่นแกล้ง และดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรมในทิศทางใดต่อไป