นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมาและเหตุคานปูนโครงการ M82 ถล่มบนถนนพระราม 2 โดยระบุชัดเจนว่า สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความบกพร่องในขั้นตอนการปฏิบัติงานและความล้มเหลวของอุปกรณ์ยึดรั้ง โดยที่อำเภอสีคิ้ว พบความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ที่มีการเดินหน้าก่อสร้างโดยไม่ปิดการจราจรด้านล่าง
ส่วนกรณีถนนพระราม 2 พบว่าเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างระบบ ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้เปลี่ยนชุดผู้ดำเนินงานในจุดอันตราย โดยให้ผู้รับเหมา ITD ยุติการดำเนินงานในส่วนเครนยก และให้นำผู้เชี่ยวชาญระดับสากลเข้ามาทำแทนทันที เพื่อเป็นการวางรากฐานความปลอดภัยใหม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ประกาศมาตรการเร่งด่วน 5 มิติ ประกอบด้วย
1.ปิดการจราจร ในพื้นที่ก่อสร้างต้องปลอดภัย 100% (Safety Zone) ห้ามมีการสัญจรด้านล่างขณะติดตั้งวัสดุอุปกรณ์เหนือหัวโดยเด็ดขาด
2.ติดตั้งระบบเซนเซอร์ตรวจวัดโครงสร้างแบบ Real-time ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงอุบัติเหตุ
3.เปลี่ยนผู้ปฏิบัติงาน เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีมาตรฐานระดับสากล ในจุดที่มีความเสี่ยงสูงอย่างโครงการ M82 ได้สั่งการให้ เปลี่ยนชุดผู้ดำเนินงานเครน LG ทันที โดยให้ผู้รับเหมารายเดิม (ITD) ยุติงานในส่วนนี้
4.ใช้หน่วยงานกลาง (Third Party) อย่างวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เข้ามาตรวจสอบและมีอำนาจสั่งหยุดงานได้ทันที
5.ต้องเปิดเผยข้อมูลทางวิศวกรรม ให้ประชาชนทราบอย่างตรงไปตรงมา และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

ด้านปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จะใช้มาตรการ “สมุดพกผู้รับเหมา” เพื่อประเมินผลงานและตัดแต้มความประพฤติ หากผู้รับเหมารายใดปล่อยให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก จะถูกขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) การตัดแต้ม บันทึกประวัติ ความบกพร่อง และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ห้ามรับงานภาครัฐตลอดไป ขณะที่การดำเนินคดีอาญาและทางแพ่ง สั่งให้คณะกรรมการตรวจสอบเชิงลึก ตามหลักนิติวิศวกรรม ให้ได้ข้อสรุปภายใน 45 วัน
ด้านการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2569 จะเปิดเดินขบวนรถสายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงสถานีชุมทางแก่งคอย – ปากช่อง – นครราชสีมา ภายหลังตรวจสอบและรับรองด้านความปลอดภัยอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนผู้ใช้บริการ