มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

DOPA S.W.A.T. ช่วย 6 เด็กชาวเมียนมา เหยื่อค้ามนุษย์ บังคับใช้แรงงาน เร่ขายดอกไม้ตั้งแต่เย็นยันโต้รุ่ง


อาชญากรรม
13 ตุลาคม 2569341
DOPA S.W.A.T. ช่วย 6 เด็กชาวเมียนมา เหยื่อค้ามนุษย์ บังคับใช้แรงงาน เร่ขายดอกไม้ตั้งแต่เย็นยันโต้รุ่ง

DOPA S.W.A.T. ช่วย 6 เด็กชาวเมียนมา เหยื่อค้ามนุษย์ บังคับใช้แรงงาน เร่ขายดอกไม้ตั้งแต่เย็นยันโต้รุ่ง หากขายไม่หมดโดยทำร้าย ซ้ำล่วงละเมิดแม่เด็ก ขู่ไม่ให้บอกใคร

 

วันที่ 13 ต.ค. 2569 ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เข้าแสดงหมายจับและหมายค้นของศาลอาญามีนบุรี จับกุมผู้ต้องหาคนสำคัญในขบวนการค้ามนุษย์ บังคับใช้แรงงาน จำนวน 2 ราย

 

ปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจาก เต้ อาชีวะ แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน ได้มาร้องเรียนกับนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่ามีผู้เสียหายสัญชาติเมียนมา อายุ 29 ปี และลูกสาว อายุ 5 ขวบ ได้หลบหนีออกมาจากขบวนการดังกล่าวเพื่อร้องขอความช่วยเหลือ โดยจากการสืบสวนพบว่า มีนายหน้าทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาเด็กจากชายแดนไทย-เมียนมา เมื่อหาได้แล้วผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย จะเดินทางไปรับผู้เสียหายจากชายแดน อ. แม่สอด จ. ตาก มายังบ้านพักในซอยรามคำแหง 122 โดยได้หลอกลวงผู้เสียหายว่าจะให้ทำงานเป็นแม่บ้าน และจะให้ลูกสาวเข้าเรียนในประเทศไทย พร้อมทั้งรับปากจะทำบัตรต่างด้าวให้ถูกต้องตามกฎหมาย

 

นายพลพีร์ จึงประสานกรมการปกครอง ก่อนจะมีการวางแผนให้ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง หรือ ชุด DOPA S.W.A.T วางแผนเข้าทำการสืบสวนจับกุม

 

จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์บังคับพาเด็กผู้เสียหายไปเดินเร่ขายพวงมาลัย ดอกไม้ และน้ำผลไม้ บริเวณซอยนวลจันทร์และถนนข้าวสาร โดยให้ทำงานตั้งแต่เวลา 17.30 น. ไปจนถึง 04.00 น. หรือต้องเดินขายจนกว่าของจะหมด หากขายไม่ได้หรือขายของไม่หมด ผู้เสียหายจะถูกทำร้ายร่างกายด้วยวิธีการต่าง ๆ รวมถึงการใช้ช้อนลนไฟนาบตามร่างกาย และยังยึดเอกสารสำคัญประจำตัวไว้ และล่วงละเมิดผู้เป็นแม่เด็ก พร้อมขู่ไม่ให้ไปบอกใคร จนผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัว อีกทั้งยังให้ลูกสาวของผู้เสียหายเข้าเรียนเพียง 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นไม่ได้เข้าเรียนอีกเลย

 

นอกจากนี้ จากการสืบสวนยังพบว่า มีกลุ่มเด็กชาวเมียนมาที่ตกเป็นเหยื่ออีก 4 ราย ซึ่งมี อายุ 11 ปี จำนวน 2 ราย, อายุ 14 ปี 1 ราย และอายุ 18 ปี 1 ราย

โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย จะเป็นผู้พาเด็ก ๆ ไปตระเวนขายของ โดยรายได้ทั้งหมดจะถูกโอนเข้าบัญชีของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย

 

กระทั่งวันนี้ เวลา 07.30 น. ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ “พิทักษ์กุหลาบตูม” ตามหมายจับและหมายค้นของศาลอาญามีนบุรี เข้าค้นบ้านหลังหนึ่งในซอยรามคำแหง 122 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กทม.

 

จากการตรวจค้นพบ

1) ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จำนวน 5 ราย เป็นเด็กหญิง อายุ 11 ปี 2 ราย, อายุ 14 ปี 1 ราย, อายุ 18 ปี 1 ราย และเด็กชาย อายุ 12 ปี 1 ราย

2) เอกสารยืนยันตัวตนและบัตรประจำตัว (คนซึ่งไม่ไม่สัญชาติไทย, บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน) ของผู้เสียหาน

3) คิวอาร์โค้ดพร้อมเพย์รับเงินจากการขายดอกไม้ของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย

4) รถที่ใช้นำพาผู้เสียหายไปขายดอกไม้ตามที่ต่าง ๆ จำนวน 5 คัน (รถยนต์ 1 คัน และรถจักรยานยนต์ 4 คัน)

 

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ในความผิดฐาน

1) ร่วมกันค้ามนุษย์ โดยเป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจากหรือส่งไปยังที่ใด จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งบุคคลใด โดยใช้กลอุบายหลอกลวง ข่มขู่ ใช้กำลังบังคับ หรือใช้อำนาจโดยมิชอบ เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ ตามมาตรา 6 (1) ประกอบมาตรา 52 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

2) ร่วมกันใช้ จ้าง หรือวานเด็กให้ทำงานหรือกระทำการอันอาจเป็นุอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต หรือขัดขวางต่อพัฒนาการของเด็ก และร่วมกันบังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กกระทำการใด เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการค้าอันมีลักษณะเป็นการขัดขวางต่อการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็ก หรือมีลักษณะเป็นการทารุณกรรมต่อเด็ก ตามมาตรา 26 (6) (7) ประกอบมาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546

 

พร้อมทั้งนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน. บางชัน เพื่อดำเนินคดี

 

ในระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลไปค้นบ้านอีกหลังในซอยรามคำแหง 120 เนื่องจากได้ทราบข้อมูลว่ายังมีเด็กต่างด้าวอีกคนถูกนำมาใช้แรงงานในบ้านหลังดังกล่าว

 

จากการตรวจสอบพบเด็กหญิงอายุ 12 ปี พูดภาษาเมียนมา ไม่สามารถฟังและพูดภาษาไทยได้ อยู่ในบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเจ้าของบ้านยอมรับว่าซื้อตัวเด็กจากแม่เด็กมาในราคา 30,000 บาท โดยอ้างว่านำมาเลี้ยงดูและให้ทำงานบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสืบสวนสอบสวนและแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป

 

รวมผู้เสียหายที่ได้รับการช่วยเหลือในครั้งนี้ จำนวน 6 คน (ไม่รวมผู้เสียหายที่เป็นเด็กหญิงอายุ 5 ขวบ กับแม่ที่หนีออกมา)

 

เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้เสียหายและเด็กหญิงที่ได้รับการช่วยเหลือเข้าสู่กระบวนการกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism - NRM) เพื่อสัมภาษณ์คัดกรองโดยทีมสหวิชาชีพ และส่งตัวเข้ารับการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ จากการตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์อย่างเร่งด่วน

 

ทั้งนี้ กรมการปกครองจะทำการสืบสวนขยายผลถึงที่มาของช่องทางการเข้าเมือง พร้อมทั้งเอกสารทางราชการต่าง ๆ ของทั้งผู้ต้องหาและผู้เสียหายทั้งหมด ว่าเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่ มีใครเป็นผู้ช่วยเหลือ นำพา และออกเอกสาร

 

กรมการปกครองย้ำว่า พร้อมป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ ซี่งการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงานข้ามชาติ เป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ขบวนการเหล่านี้อาศัยความยากลำบากของเพื่อนมนุษย์มาแสวงหาผลประโยชน์อย่างโหดร้าย กรมการปกครองจะเดินหน้ากวาดล้างขบวนการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง

 

หากประชาชนมีข้อร้องเรียน สามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอและจังหวัด หรือร้องเรียนผ่านสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย หมายเลข 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#ค้ามนุษย์#DOPASWAT#ต่างด้าว#แรงงานเด็ก