มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

ปมพิพาทที่ดินวัดอดุลยารวม Ep. 2 'ป้าดา' ไม่แผ่ว! ยืนยันเป็นญาติ 'มหาหมี' ชี้ที่ดินตกเป็นของวัดตั้งแต่เจ้าของเดิมถวาย


ข่าวโซเชียล
13 สิงหาคม 2569403
ปมพิพาทที่ดินวัดอดุลยารวม Ep. 2 'ป้าดา' ไม่แผ่ว! ยืนยันเป็นญาติ 'มหาหมี' ชี้ที่ดินตกเป็นของวัดตั้งแต่เจ้าของเดิมถวาย

ปมพิพาทที่ดินวัดอดุลยารวม Ep. 2 'ป้าดา' ไม่แผ่ว! ยืนยันเป็นญาติ ถ้าไม่ใช่ญาติจะเข้ามาดำเนินการได้อย่างไร 'มหาหมี' ชี้ที่ดินตกเป็นของวัดตั้งแต่เจ้าของเดิมถวาย แม้ตายก่อนวัดสร้างเสร็จก็เอาคืนไม่ได้ ด้านวัดเตรียมนำโฉนดไปดำเนินการเรื่องกรรมสิทธิ์

 

รายการโหนกระแสวันนี้ (13 ส.ค. 2569) พูดคุยกรณีข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยารามที่มีคนเข้าไปรุกที่ดิน จนกลายเป็นประเด็นว่าที่ดินแปลงนี้เป็นของใครกันแน่ โดยทางเจ้าอาวาสยืนยันว่าเคยสู้คดีกันมาถึง 2 ศาล และศาลฎีกาไม่รับคำร้อง ทำให้ที่ดินเป็นของวัดตามคำพิพากษา แต่ทายาทของ ‘นายเฮียง’ เจ้าของเดิม กลับมาฟ้องร้องอีกครั้ง

 

โดย ‘ป้าดา’ ตัวแทนฝั่งทายาท อ้างว่าได้รับมอบหมายจากญาติพี่น้อในการสู้คดี โต้แย้งว่าชื่อหลังโฉนดยังเป็นชื่อนายเฮียงอยู่ ตามกฎหมายที่ดินแล้ว ชื่อในโฉนดเป็นของใคร คนนั้นย่อมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์

 

ผู้ร่วมรายการวันนี้ประกอบด้วย พระอาจารย์ศตวรรษ เลขานุการเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม, ทนายบอย โกวิทย์ แสงสากล ทนายของวัด, ดร. ประยุทธ์ ประเทศเสนา หรือมหาหมี และทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ โดยมหาหมีระบุว่าตั้งแต่ต้นว่า เรื่องนี้ไม่ซับซ้อน เพราะเป็นเรื่องของกฎหมายมหาชนและ พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ไม่ใช่แค่กฎหมายเอกชนทั่วไป

 

หนุ่ม กรรชัย ได้นำคลิปที่เจ้าอาวาสโชว์โฉนดตัวจริงมาเปิดเผย หลังจากที่เมื่อวานป้าดาได้มีการถามถึงพร้อมตั้งคำถามว่าไปอยู่ในธนาคารไปจำนองหรือไม่อย่างไร และท้าให้เอาออกมาโชว์

 

ทนายตุ๋ยอธิบายเรื่องโฉนดว่า โฉนดจะมี 2 ฉบับ คือฉบับที่เก็บไว้ที่สำนักงานที่ดิน และฉบับที่มอบให้เจ้าของที่ดิน ส่วนที่ป้าดาถือโชว์ในการแถลงข่าวนั้น เป็นเพียงสำเนาที่คัดมาจากสำนักงานที่ดิน แล้วนำไปเคลือบพลาสติก ส่วนฉบับที่อยู่กับเจ้าอาวาสคือโฉนดตัวจริงที่เป็นคู่ฉบับสำหรับเจ้าของ

 

นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ป้าดาเปิดเผยในรายการโหนกระแสเมื่อวานว่า ฝั่งทายาทได้ไปยื่นขอออกใบแทนโฉนดที่ดิน โดยอ้างว่าโฉนดเดิมสูญหายขณะเก็บรักษาไว้ที่บ้าน ซึ่งทนายบอยยืนยันว่าจะต้องคัดค้านแน่นอน

 

ทั้งนี้มีการตั้งข้อสังเหตว่า การไปแจ้งว่าหาย ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าโฉนดอยู่ที่ใคร ถือเป็นการแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานหรือไม่ มหาหมีกล่าวเสริมว่า เจ้าพนักงานที่ดินไม่สามารถออกใบแทนได้ หากมีการคัดค้านและพิสูจน์ได้ว่าที่ดินเป็นของวัด และหากเจ้าหน้าที่ยังฝ่าฝืนดำเนินการ อาจมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

 

ในส่วนของความสัมพันธ์ทางเครือญาติของป้าดา ทนายบอยระบุว่า ไม่เคยเห็นป้าดาในชั้นศาลมาก่อน เพราะช่วงนั้นทุกคนสวมหน้ากากอนามัยเนื่องจากสถานการณ์โควิด

 

เมื่อพิจารณาลำดับญาติ นายเฮียงและภรรยาที่ชื่อว่านางนาง มีลูก 9 คน หนึ่งในนั้นคือคุณบัวเรียนที่เคยร่วมฟ้องกับแม่ในครั้งแรก และข้อมูลจากคุณบัวเรียนระบุว่า ป้าดาเป็นลูกของน้องสาวนางนาง เท่ากับเป็นหลานของนางนาง (ไม่ใช่ญาตินายเฮียง) ซึ่งทนายตุ๋ยชี้แจงตามกฎหมายว่า ทายาทลำดับชั้นลูกหรือผู้สืบสันดานจะตัดสิทธิ์ญาติลำดับถัดไป ดังนั้นเรื่องส่วนแบ่งมรดกป้าดาจึงไม่มีสิทธิ์ แต่ต้องมาดูว่าขณะนี้ป้าดามีชื่อเป็นผู้รับมอบอำนาจหรือไม่อย่างไร

 

มหาหมีสรุปประเด็นทางกฎหมายว่า ที่ดินนี้เป็นของวัดโดยชอบด้วยกฎหมายด้วยเหตุผล 3 ประการ คือที่ดินเป็นของวัด วัดตั้งโดยชอบ และเจ้าอาวาสมาโดยชอบ แม้ป้าดาจะอ้างว่าเป็นวัดเถื่อน แต่มหาหมีอธิบายว่า การตั้งวัดมี 2 ขั้นตอน คือขออนุญาตสร้างวัด และขออนุญาตตั้งวัด ซึ่งเมื่อมีการถวายที่ดินเพื่อสร้างวัดแล้ว ตามคำพิพากษาศาลฎีกาถือว่าที่ดินตกเป็นของวัดหรือที่หลวงทันที โดยไม่ต้องทำตามแบบพิธีของกฎหมายแพ่งมาตรา 525 แม้ในช่วงแรกจะยังมีฐานะเป็นสำนักสงฆ์และยังไม่เป็นนิติบุคคล แต่เมื่อนายเฮียงแสดงเจตจำนงถวายเพื่อสร้างวัด ที่ดินนั้นจะตกเป็นสมบัติของแผ่นดินเพื่อใช้ในการตั้งวัดในพระพุทธศาสนาทันที

 

นอกจากนี้ กฎกระทรวงฉบับที่ 1 พ.ศ. 2507 ยังระบุชัดเจนว่า หากผู้ถวายที่ดินเสียชีวิตลง ทายาทมีหน้าที่ต้องดำเนินการโอนที่ดินนั้นให้เป็นชื่อวัด ไม่ว่าการสร้างวัดจะใช้เวลานานกี่ปีก็ตาม ดังนั้นทายาทจึงไม่มีสิทธิ์อ้างเพื่อเอาที่ดินคืน

 

หลักฐานสำคัญคือหนังสือสัญญา สท. 2 ซึ่งเป็นหนังสือสัญญาตกลงอนุญาตให้สร้างวัดที่นายเฮียงลงนามไว้กับนายอำเภอ เพื่อนำไปยื่นต่อกรมการศาสนาในการขอตั้งวัด หนังสือฉบับนี้ระบุชัดเจนว่า หลังจากตั้งวัด ให้เจ้าพนักงานที่ดินและนายอำเภอรับโอนที่ดินให้เป็นของวัด เอกสารนี้ใช้หักล้างข้ออ้างของฝ่ายทายาทได้ว่า สิทธิ์ของนายเฮียงในที่ดินนั้นขาดไปตั้งแต่วันที่ทำสัญญาถวายที่ดินแล้ว

 

หนุ่ม กรรชัย ได้อ่านเอกสารซึ่งระบุหัวข้อชัดเจนว่าเป็นหนังสือสัญญาตกลงยกที่ดินให้สร้างวัด โดยในเอกสารระบุชื่อ นายเฮียง อายุ 80 ปี เป็นผู้ทำสัญญาไว้กับพนักงานที่ดินอำเภอเมืองขอนแก่น เพื่อแสดงเจตจำนงในการยกที่ดินเนื้อที่ 21 ไร่ 3 งาน 61 ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ 61945 ในพื้นที่หมู่ 14 บ้านหนองแวง ต. ในเมือง จ. ขอนแก่น ให้เป็นที่ตั้งวัด โดยมีการระบุรายละเอียดแนวเขตทั้งสี่ทิศไว้อย่างชัดเจน ซึ่งทนายบอยได้ช่วยเสริมข้อมูลว่า ในอดีตมีนายเคน ซึ่งเป็นมัคนายกเก่าเป็นผู้ดำเนินการขออนุญาตสร้างและตั้งเป็นวัด

 

ข้อความในสัญญาที่ระบุว่า นายเฮียงจะจัดการโอนที่ดินให้หลังจากที่ทางราชการอนุญาตให้สร้างและตั้งเป็นวัดแล้ว ซึ่งเป็นจุดที่ป้าดานำมาใช้สู้คดี โดยอ้างว่าในขณะที่นายเฮียงยังมีชีวิตอยู่นั้นวัดยังสร้างไม่เสร็จ และยังไม่ได้มีการโอนที่ดิน เมื่อนายเฮียงเสียชีวิตไปก่อน ที่ดินจึงควรกลับมาเป็นมรดกของทายาท

 

มหาหมีได้โต้แย้งด้วยการยกกฎกระทรวงปี 2507 และปี 2559 มาอธิบายว่า ในกรณีที่มีผู้มอบที่ดินให้สร้างวัด เมื่อสร้างวัดเสร็จแล้ว ผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือทายาทมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องดำเนินการโอนที่ดินให้แก่วัดภายใน 90 วัน ซึ่งถือเป็นกฎหมายพิเศษตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ที่บังคับใช้ในเรื่องนี้โดยเฉพาะ

 

มหาหมีอธิบายเพิ่มเติมว่า การสร้างและตั้งวัดมีสองขั้นตอน คือการขอสร้างและการขอตั้ง เมื่อมหาเถรสมาคมเห็นชอบให้ตั้งวัดและมีการประกาศชื่อวัดอย่างเป็นทางการแล้ว ที่ดินดังกล่าวจะมีสภาพเป็นที่ตั้งวัดหรือที่ธรณีสงฆ์ทันทีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่วางหลักไว้ว่า ที่ดินที่ถวายวัดจะสมบูรณ์ตั้งแต่วันที่ถวายโดยไม่ต้องทำตามแบบพิธีของกฎหมายแพ่ง และไม่มีใครสามารถเอาคืนได้ กฎกระทรวงที่ออกมาภายหลังจึงมีหน้าที่เพื่อป้องกันข้อโต้แย้งจากทายาทที่ไม่เข้าใจเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษ

 

ในส่วนของรายละเอียดทางกฎหมาย มหาหมีระบุถึงกฎกระทรวงฉบับที่ 1 พ.ศ. 2507 ข้อ 5 และกฎกระทรวงปี 2559 ข้อ 6 และข้อ 11 ที่ระบุชัดเจนว่า หากผู้มีกรรมสิทธิ์เดิมเสียชีวิตลง ให้ทายาทเป็นผู้ดำเนินการโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้แก่วัดที่ตั้งขึ้นภายใน 90 วัน

 

มหาหมียังย้ำว่า ที่ดินผืนนี้ไม่ได้ตกเป็นกองมรดกของทายาท เนื่องจากพระราชบัญญัติคณะสงฆ์เป็นกฎหมายมหาชนที่มุ่งคุ้มครองสาธารณประโยชน์ สิทธิของนายเฮียงในที่ดินผืนนี้ขาดไปตั้งแต่วันที่แสดงเจตนาถวายที่ดินเพื่อสร้างวัดในปี 2533 แล้ว เพียงแต่กระบวนการทางเอกสารยังไม่ครบถ้วน ซึ่งทางวัดสามารถไปยื่นโอนที่ดินได้ทันทีตามกฎหมาย โดยไม่ต้องรอให้ทายาทอนุญาต

 

การต่อสู้ในชั้นศาล ศาลชั้นต้นและอุทธรณ์มีคำพิพากษาตรงกันมาตลอดว่าที่ดินเป็นของวัด ขณะที่มีการยื่นศาลฎีกาแต่ศาลไม่รับ ก็คือว่าสิ้นสุด ส่วนการฟ้องร้องในศาลปกครองนั้น ศาลมองว่าเป็นเรื่องการพิสูจน์สิทธิในที่ดินซึ่งเป็นอำนาจของศาลแพ่ง คำพิพากษาที่ผ่านมาจึงเป็นการให้สัตยาบันทางกฎหมายว่า ที่ดินตกเป็นของวัดตั้งแต่ตอนถวายแล้ว และเจ้าพนักงานที่ดินมีหน้าที่ต้องดำเนินการโอนให้ตามหลักฐานที่มีอยู่ หากไม่ดำเนินการอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากมีเอกสาร สท. 2 และหนังสือประกาศจากกรมการศาสนายืนยันการตั้งวัดโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว

 

ทนายบอย เปิดเผยว่า หลวงพ่อเจ้าอาวาสมีอาการเหนื่อยล้า และต้องเข้ารับการฟอกไต จึงต้องงดกิจนิมนต์ทุกอย่าง แต่ท่านได้ส่งรูปภาพโฉนดที่ดินมาให้เพื่อยืนยันว่า โฉนดตัวจริงยังคงอยู่ที่วัด ไม่ได้สูญหายตามที่อีกฝ่ายกล่าวอ้าง

 

ในส่วนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในวัด พระอาจารย์ศตวรรษ เล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยมีรถแปลก ๆ เข้ามาจอดสตาร์ตเครื่องทิ้งไว้เป็นเวลานาน แต่คนในรถไม่ยอมลงมา ซึ่งไม่ทราบว่ามาอะไร นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ตำรวจเข้ามาขอตรวจปัสสาวะพระในวัดถึง 4 ครั้งแบบวันต่อวัน ซึ่งก็ยอมรับว่าเคยเจอปัสสาวะสีม่วงเพียงรูปเดียว ซึ่งเพิ่งบวชได้ไม่นาน และหลังจากตรวจเจอก็สึกออกไป และเคยมีกลุ่มคนบุกมาถึงหน้ากุฏิเจ้าอาวาสเพื่อกดดันให้เจ้าอาวาสนำโฉนดตัวจริงออกมาโชว์

 

มีการตั้งข้อสังเกตว่า การที่กลุ่มคนเหล่านี้มากดดันที่วัด แสดงว่าพวกเขารู้อยู่แล้วว่าโฉนดตัวจริงอยู่ที่เจ้าอาวาส ไม่ได้หายไปไหน แต่ที่ผ่านมาเจ้าอาวาสต้องปิดป้ายประกาศว่าโฉนดอยู่ที่ธนาคารหรือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อเป็นการป้องกันการถูกคุกคาม

 

ทนายบอยให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า คดีฟ้องร้องเพื่อเอาที่ดินคืนครั้งล่าสุดนี้เริ่มต้นขึ้นช่วงปี 2562 หรือ 2563 โดยส่วนตัวทนายบอยเพิ่งจะเคยเห็นป้าดาในครั้งนี้เป็นครั้งแรก เพราะในช่วงการสู้คดีที่ผ่านมาเป็นช่วงโควิด-19 ทุกคนสวมหน้ากากอนามัยทำให้จดจำหน้าตาได้ยาก รวมถึงเวลาเจอกลุ่มญาติก็จะมากันจำนวนมาก ไม่รู้ว่าใครเป็นใครบ้าง

 

มหาหมีมองว่า อีกฝ่ายอาจจะไม่เข้าใจข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ และอาจได้รับคำแนะนำที่ผิดพลาด เพราะในความเป็นจริงสิทธิ์ในที่ดินของทายาทได้ขาดไปตั้งแต่นายเฮียงแสดงเจตนาถวายที่ดินตั้งแต่ปี 2533 แล้ว

 

มหาหมีได้อธิบายหลักกฎหมายมหาชนที่ครอบคลุมกรณีนี้อย่างละเอียด โดยยืนยันว่า การที่ที่ดินจะเป็นของวัดโดยสมบูรณ์นั้น ประกอบด้วย 3 เงื่อนไข คือ มีการขอสร้างวัด มีการตั้งวัดโดยมีหนังสือรับรองจากกรมการศาสนา และวัดมีฐานะเป็นนิติบุคคล ซึ่งวัดป่าอดุลยารามมีคุณสมบัติครบถ้วนตั้งแต่นับแต่มีการตั้งวัดในปี 2541 ซึ่งล่วงเลยมานานกว่า 20 ปีแล้ว แม้กฎกระทรวงฉบับปี 2507 จะไม่ได้กำหนดระยะเวลาการโอนที่ดินไว้ชัดเจน แต่กฎกระทรวงฉบับปี 2559 ได้ระบุให้ทายาทต้องดำเนินการโอนให้เสร็จสิ้นภายใน 90 วัน ดังนั้น เจ้าพนักงานที่ดินจึงมีหน้าที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายที่ออกโดยฝ่ายบริหาร หากไม่ทำอาจมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

 

นอกจากนี้ มหาหมีได้ยกตัวอย่างเคสที่คล้ายกันในจังหวัดสิงห์บุรีเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งทายาทพยายามจะเอาที่ดินคืน จนเจ้าอาวาสเกือบจะสึกเพราะแรงกดดัน แต่เมื่อมีการตรวจสอบเอกสารจากสำนักงานพระพุทธศาสนา และพบหนังสือสำคัญที่แสดงเจตนาการมอบที่ดิน ซึ่งลงนามโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ก็สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานที่สำนักงานที่ดินได้

 

หนุ่ม กรรชัย ได้นำคำพิพากษาศาลในคดีที่สองมาอ่านยืนยัน ซึ่งระบุชัดเจนว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของวัดโดยสมบูรณ์ และทายาทในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเฮียง ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนี้อีกต่อไป ศาลยังวินิจฉัยว่า ไม่จำเป็นต้องโอนกรรมสิทธิ์ด้วยซ้ำ เพราะที่ดินตกเป็นของวัดไปแล้วตามกฎหมาย

 

มหาหมี กล่าวเสริมว่า ความเข้าใจผิดของทายาทมักเกิดจากการที่เห็นว่า ชื่อในโฉนดยังเป็นชื่อบรรพบุรุษอยู่ แต่ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7638/2538 ได้วางบรรทัดฐานไว้ว่า หากมีการอุทิศที่ดินเพื่อสร้างวัด ที่ดินนั้นจะตกเป็นของแผ่นดิน เพื่อใช้สำหรับสร้างวัดทันทีตามเจตนาของผู้ทิศ โดยไม่ต้องจดทะเบียนการยกให้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 525

 

แต่ทนายตุ๋ยและมหาหมีสรุปตรงกันว่า แม้ตามกฎหมายที่ดินจะเป็นของวัดแล้ว แต่เพื่อเป็นการตัดปัญหา ทางวัดควรดำเนินการโอนชื่อในโฉนดให้เป็นชื่อวัดให้เรียบร้อย

 

หนุ่ม กรรชัย อธิบายว่า ที่ดินข้อพาทนี้แบ่งออกเป็น 2 แปลง คือแปลงที่มีเนื้อที่ 21 ไร่ ซึ่งเดิมมีโฉนดอยู่แล้ว และอีกแปลงเนื้อที่ 5 ไร่ ที่เดิมไม่มีผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ แต่ต่อมาเมื่อมีการขอรังวัดใหม่พื้นที่กลับงอกเพิ่มขึ้นเป็น 6 ไร่ ซึ่งบางส่วนได้ไปทับซ้อนกับสวนสาธารณะของของเทศบาล ทำให้ทายาทมีการฟ้องร้องเทศบาล และศาลได้เรียกทั้งเทศบาลและวัดเข้ามาเป็นจำเลยร่วมในคดีที่โอนมาจากศาลปกครอง

 

ทางรยการได้ติดต่อหา พงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเทือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้ให้ข้อมูลว่า ที่ดินแปลงนี้ยังเป็นชื่อของนายเฮียงเนื่องจากในปี 2533 ที่มีการยกที่ดินให้นั้น วัดยังมีสถานะเป็นเพียงที่พักสงฆ์และยังไม่เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย แต่หลังจากปี 2541 เป็นต้นมา เมื่อมีการตั้งวัดอย่างเป็นทางการแล้ว วัดก็มีสถานะเป็นนิติบุคคล

 

หนุ่ม กรรชัย ได้เน้นย้ำถึงคำพิพากษาเมื่อปี 2566 ที่ระบุชัดเจนว่า วัดป่าอดุลยาราม ได้รับประกาศตั้งเป็นวัดโดยสมบูรณ์แล้ว ที่ดินแปลงดังกล่าวจึงเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โจทก์ในฐานะทายาทหรือผู้จัดการมรดกจึงไม่มีสิทธิ์ในที่ดินนี้ และศาลวินิจฉัยว่าไม่จำเป็นต้องมีการโอนสิทธิ์กันอีก เนื่องจากที่ดินเป็นของวัดอยู่แล้ว ซึ่งในประเด็นนี้ คุณพงษ์สุวัจน์อธิบายเพิ่มเติมว่า แม้ตามคำพิพากษาที่ดินจะเป็นของวัดแล้ว แต่ในทางทะเบียนยังมีความจำเป็นต้องจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อ เพื่อให้สามารถอ้างอิงหรือใช้ยันต่อบุคคลภายนอกได้ โดยต้องผ่านขั้นตอนตามมาตรา 84 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งต้องเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นชอบและอนุมัติการโอน

 

มหาหมี ได้ซักถามและโต้แย้งในประเด็นข้อกฎหมายโดยยกกฎกระทรวงฉบับที่ 1 พ.ศ. 2507 และปี พ.ศ. 2559 มาประกอบ ซึ่งระบุว่าเมื่อมีการตั้งวัดเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือทายาทมีหน้าที่ต้องดำเนินการโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้เป็นชื่อวัดภายใน 90 วัน นอกจากนี้ มหาหมียังมองว่ากรณีนี้ไม่ควรเข้าเกณฑ์มาตรา 84 เพราะเนื้อที่ดินไม่เกิน 50 ไร่ และคำพิพากษาของศาลถือเป็นการให้สัตยาบันรับรองสิทธิ์ของวัดแล้ว เจ้าพนักงานที่ดินจึงควรดำเนินการออกโฉนดให้วัดได้เลยโดยไม่มีเหตุที่จะไม่ออกให้

 

อย่างไรก็ตาม คุณพงษ์สุวัจน์ยืนยันว่า การได้มาซึ่งที่ดินของวัดภายหลังปี 2497 ยังคงต้องผ่านขั้นตอนตามมาตรา 84 แต่ไม่ยุ่งยากเพราะผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจมอบหมายและดำเนินการได้ภายใน 1-2 สัปดาห์

 

ประเด็นสำคัญอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกหยิบยกมาพูดคุยคือ การที่มีผู้จัดการมรดกไปยื่นขอออกใบแทนโฉนดที่ดินเมื่อเดือนที่แล้ว โดยอ้างว่าโฉนดเดิมสูญหาย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วงประกาศ 30 วัน คุณพงษ์สุวัจน์ ระบุว่า เมื่อทางวัดนำโฉนดตัวจริงออกมาแสดงในรายการ และเตรียมจะไปยื่นคัดค้านในวันพรุ่งนี้ หากพิสูจน์ได้ว่าโฉนดไม่ได้สูญหายจริง ทางที่ดินจะสั่งยกเลิกการออกใบแทนทันที

 

ในส่วนนี้ ทนายตุ๋ยได้ถามถึงการดำเนินคดีฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ซึ่ง คุณพงษ์สุวัจน์ยอมรับว่า กรณีเข้าข่ายความผิดที่ทางที่ดินสามารถดำเนินคดีได้ แต่ขอกลับไปดูในรายละเอียดและข้อเท็จจริงต่าง ๆ ก่อน แต่ทางวัดก็สามารถฟ้องร้องเองได้ เพราะหากถือโฉนดถือกรรมสิทธิ์ก็เท่ากับว่าเป็นผู้เสียหายด้วย

 

มหาหมี ได้ฝากเจ้าพนักงานที่ดินระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ในการออกใบแทน และยังฝากให้ติดตามเรื่องตามเอกสาร สท. 2 ซึ่งเป็นสัญญาที่นายเฮียงทำไว้กับนายอำเภอเพื่ออนุญาตให้สร้างวัด ซึ่งคุณพงษ์สุวัจน์ยืนยันว่า จะดำเนินการด้วยความละเอียดรอบคอบตามข้อกฎหมาย เพื่อความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย โดยไม่หวั่นไหวต่อการถูกร้องเรียน เพราะเข้าใจรายละเอียดของคดีและมิติทางกฎหมายเป็นอย่างดีจากการพิจารณาตั้งแต่ต้น

 

 

หนุ่ม กรรชัย สอบถามเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น ถึงความเห็นจากประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับสิทธิครอบครองที่ดินผืนนี้ ซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินได้อธิบายแยกเป็นสองส่วนคือ ส่วนที่เป็นโฉนดนั้นมีความชัดเจนว่านายเฮียงได้ยกให้วัดไปแล้ว และมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์ยืนยันว่ามีความสมบูรณ์ อีกทั้งศาลฎีกาก็ไม่รับฟ้อง จึงถือว่าเป็นที่ดินของวัดโดยเด็ดขาด ส่วนที่ดินส่วนที่ไม่มีหลักฐานซึ่งเป็นที่ดินครอบครองทำประโยชน์นั้น ศาลก็มีคำสั่งว่าทายาทไม่ได้ครอบครองทำประโยชน์ แต่เป็นทางวัดที่ครอบครองมาตลอด ดังนั้น ในมุมมองของเจ้าพนักงานที่ดิน ที่ดินทั้งหมดจึงเป็นของวัดตามคำสั่งศาล แม้จะมีการฟ้องคดีใหม่ แต่คำสั่งเดิมก็ยังคงบังคับใช้ได้อยู่

 

ในประเด็นเรื่องการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ เจ้าพนักงานที่ดินยืนยันว่า ปฏิบัติงานตามระเบียบและกฎหมาย แต่หากในอนาคตศาลมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นก็ต้องว่าไปตามนั้น

 

เมื่อถามว่า หากทมีผู้ไปขออายัดที่ดินไว้ทำดำเนินการอย่างไร เจ้าพนักงานที่ดินชี้แจงว่า ตามมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน การอายัดมีเพื่อไปฟ้องคดีต่อศาล แต่เนื่องจากที่ดินแปลงนี้อยู่ในระหว่างการฟ้องร้องคดีอยู่แล้ว จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะรับอายัดได้ และหากมีการยื่นคำขอเข้ามา ก็ต้องรับไว้ก่อน แต่ตนเองก็จะมีคำสั่งไม่รับอายัดตามขั้นตอน

 

ต่อมา ป้าดาได้เข้าร่วมการสนทนาและให้ข้อมูลในมุมของฝั่งทายาทว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา ทายาทได้ไปยื่นขอออกใบแทนโฉนดใหม่ เนื่องจากโฉนดเดิมสูญหาย แต่กลับพบเหตุการณ์ผิดปกติ ป้าอ้างว่ามีมือมืดโทรศัพท์เข้ามา ทำให้เจ้าหน้าที่ตกใจและแจ้งว่าโฉนดเลขที่ 61945 ไม่มีข้อมูลหรือข้อมูลหายไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้ในวันที่ 13 ก.ค. ป้าดาเพิ่งจะไปคัดสำเนาฉบับหลวงมาได้อยู่เลย ซึ่งทางเจ้าพนักงานที่ดินได้ชี้แจงประเด็นนี้ว่า โฉนดไม่ได้สูญหายไปไหน แต่ปัจจุบันสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นใช้ระบบจดทะเบียนออนไลน์แบบอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ฉบับสำนักงานถูกเก็บไว้ในระบบคอมพิวเตอร์แทนรูปแบบกระดาษ จึงอาจเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในการสื่อสาร และยืนยันว่า ทางที่ดินได้มีการรับคำขอออกใบแทนของป้าดาไว้พิจารณาตามขั้นตอนแ ละมีการประกาศ 30 วันตามระเบียบแล้ว

 

ป้าดาย้ำว่า ตนเองไม่ได้ต้องการแย่งชิงที่ดินวัด แต่ต้องการชี้ให้เห็นความเป็นมาเพราะเห็นว่ากระดุมเม็ดแรกติดมาไม่ถูกต้อง หากเป็นที่ดินของวัดจริงเหตุใดจึงไม่โอนกรรมสิทธิ์ให้เรียบร้อยตั้งแต่แรก แต่กลับปล่อยให้ชื่อยังเป็นของนายเฮียงมาโดยตลอด และที่ผ่านมาเวลาจะดำเนินการใด ๆ หรือเรียกเก็บภาษีที่ดิน ทางราชการก็ยังคงส่งหนังสือแจ้งมาที่ภรรยาของนายเฮียง และทายาทต้องเป็นคนจัดการมาตลอด 20 ปี ป้าดาตั้งข้อสังเกตว่าทำไมทางวัดเพิ่งจะมากระตือรือร้นจะโอนที่ดิน นอกจากนี้ป้าดายังอ้างถึงมาตรา 84 ว่าการโอนที่ดินวัดมีระเบียบที่ยุ่งยาก และต้องได้รับการยินยอมจากคู่สมรสหรือทายาทก่อนจึงจะสมบูรณ์

 

เมื่อ หนุ่ม กรรชัย สอบถามถึงความสัมพันธ์ทางเครือญาติ ป้าดาได้ชี้แจงว่าเป็นหลานของน้องสาวนางนาง ภรรยานายเฮียง และได้เข้ามาดูแลเรื่องนี้มานานกว่า 20 ปีแล้ว จึงรู้เบื้องลึกเบื้องหลังดี ทำไมคนต้องมาสนใจเรื่องนี้ ทั้งที่เป็นเรื่องของกรรมสิทธิ์ เรื่องความถูกต้อง

 

ส่วนประเด็นเรื่องโฉนดตัวจริงที่เจ้าอาวาสนำมาแสดงในรายการ ป้าดามองว่าโฉนดนั้นก็เหมือนถูกวิ่งราวถูกปล้นเอาไป เพราะชื่อในโฉนดยังเป็นของนายเฮียงอยู่

 

เรื่องประวัติส่วนตัวที่ถูกเพจดาวแปดแฉกนำเสนอว่า ป้าดาเคยมีคดี 10 คดี ป้าดายอมรับว่าจริง แต่เป็นเรื่องที่ถูกกลั่นแกล้งยัดคดีและหมายจับปลอม ก่อนจะอ้างถึงเหตุการณ์โดนปล้นบ้านกลางเมือง ท้าให้หนุ่ม กรรชัย ไปพิสูจน์ความจริงที่บ้านในกรุงเทพฯ

 

 

ตลอดการพูดคุย ป้าดาบอกว่าไม่ต้องการพูดกับทนายคนไหนทั้งนั้น ต้องการพูดกับหนุ่ม กรรชัย คนเดียว ไม่ต้องเอาใครมาคุย และไม่ต้องมาอ่านเอกสารอะไรให้ฟัง เพราะตนรู้ดีที่สุด แม้เต่เจ้าพนักกงานที่ดินก็ไม่รู้เรื่อง เพราะมีการเปลี่ยนเวียนไปหลายคนแล้ว ด้านเจ้าพนักงานที่ดินยอมรับว่าเพิ่งย้ายมาดำรงตำแหน่งเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้วจริง แต่ยืนยันว่าได้ศึกษารายละเอียดของกรณีนี้มาอย่างครบถ้วนและสามารถสั่งการได้ โดยจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความละเอียดรอบคอบ

 

ป้าดาย้ำว่า การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่มีทางเป็นของหมู เพราะต้องผ่านขั้นตอนทางกฎหมายและการเซ็นยินยอมจากทายาทอย่างถูกต้องตามสิทธิ์ของภรรยาที่จดทะเบียนสมรสของนายเฮียง

 

มหาหมี ได้แจ้งป้าดาว่า ทางวัดกำลังจะไปดำเนินการขอออกโฉนดที่ดิน ซึ่งหากป้าดามีข้อโต้แย้งประการใดก็ขอให้ไปดำเนินการร้องต่อศาลได้ ซึ่งทางป้าดาได้ตอบโต้อย่างรุนแรงว่า ไม่ต้องมาแจ้งเธอ เธอบอกไปแล้วว่าไม่คุยกับคนอื่น จะพูดกับหนุ่ม กรรชัย เพียงคนเดียวเท่านั้น

 

ป้าดาได้วิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์ในประเทศว่า ตราบใดที่ยังมีโจรปล้นเมืองและโจรในเครื่องแบบที่ใช้อำนาจกดขี่ประชาชน ประเทศก็จะพบกับความล่มสลาย เธอยืนยันว่าตนเองไม่ได้ต้องการที่ดินของวัด แต่ที่ผ่านมาเธอได้รับความเดือดร้อนจากการถูกปล้นที่ดินของครอบครัวเธอไป

 

ในประเด็นเรื่องการสร้างวัด ป้าดาตั้งคำถามถึงความชอบธรรมของเอกสาร โดยเปรียบเทียบว่า ขนาดการสร้างบ้านหลังใหญ่ยังต้องใช้โฉนดหรือใบมอบอำนาจจากเจ้าของที่ดินตัวจริง เธอระบุว่านายเฮียงซึ่งเป็นตาของเธอเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2534 จึงมีข้อสงสัยว่าทางวัดใช้เอกสารใดไปดำเนินการขอสร้างวัดหลังจากนั้น และตั้งข้อสังเกตว่ากระดาษเพียงแผ่นเดียวไม่ควรมีอำนาจเหนือความถูกต้อง ป้าดายังเชื่อว่าขั้นตอนการขออนุญาตต่าง ๆ นั้นมีความผิดปกติ และอาจมีกลุ่มมาเฟียเข้าไปจัดการแทรกแซง

 

ระหว่างการพูดคุยมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อรถของป้าดาถูกตำรวจทางหลวงเรียกตรวจบนมอเตอร์เวย์ M6 เนื่องจากมีการขับแช่ขวาขวางทางจราจร และป้าดาก็ได้ให้ หนุ่ม กรรชัยคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางโทรศัพท์ด้วย ซึ่งตำรวจบอกว่าจะทำดการตักเตือน

 

ป้าดาที่กำลังอารมณ์ขึ้น เครื่องติด พูดรัวไม่ยั้ง ได้เบาลงทันที ก่อนจะเอ่ยปากชมหนุ่ม กรรชัย ว่าเก่งนะเนี่ย

 

ป้าดายืนยันว่า เรื่องการโอนที่ดินนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย และทายาทมีสิทธิ์ที่จะไม่ยินยอมหากเห็นว่าไม่ถูกต้อง

 

ก่อนจบการสนทนา หนุ่ม กรรชัย ได้ขอป้าดาเป็นลูกบุญธรรมแบบติดตลก ซึ่งป้าดาก็ตอบว่า “น่าจะดีนะ” สุดท้ายหนุ่ม กรรชัย เตือนให้ป้าดาขับรถด้วยความระมัดระวัง และไม่ขับแช่ขวาเพื่อความปลอดภัย

 

ด้านทนายบอย เปิดเผยว่า ตนเองรู้สึกเหนื่อย เพราะต้องเร่งทำคดีนี้อย่างกะทันหันจนไม่ได้นอนทั้งคืน และต้องเลื่อนอย่างอื่นออกไปเพื่อมาช่วยทางวัดก่อน ขณะนี้ได้เตรียมการนำเอกสารสำคัญ รวมถึงคำพิพากษาของศาลไปยื่นต่อเจ้าพนักงานที่ดินในวันพรุ่งนี้ (14 ส.ค. 2569) เพื่อคัดค้านการขอออกใบแทนของฝ่ายทายาท และขอโอนกรรมสิทธิ์ให้วัดทันที

 

มหาหมีอธิบายหลักกฎหมายว่า ตามกฎกระทรวง เมื่อมีการตั้งวัดแล้ว ทายาทมีหน้าที่ต้องดำเนินการโอนที่ดินให้วัดภายใน 90 วัน โดยไม่จำเป็นว่านายเฮียงจะต้องมีชีวิตอยู่หรือไม่ มหาหมีเน้นย้ำว่าที่ดินได้ตกเป็นของวัดไปแล้วตั้งแต่วันที่นายเฮียงอธิษฐานถวายเป็นพุทธบูชา ซึ่งเป็นเรื่องของจิตวิญญาณและมหากุศลสูงสุดที่ลูกหลานไม่ควรนำเรื่องทุนนิยมเข้ามาเกี่ยวข้อง มหาหมียังเห็นแย้งกับความเห็นของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น โดยมองว่ากรณีนี้ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรา 84 แต่สามารถใช้กฎกระทรวงโอนได้เลย


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#วัดป่าอดุลยาราม#ปัญหาที่ดิน#มหาหมี#ทนายตุ๋ย#ป้าดา
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  สิ้นพระชนม์
facebook