วันที่ 30 ส.ค. 2569 เวลา 12.00 น. ที่บริเวณเต็นท์อำนวยการจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เดินทางมาสำรวจความเสียหายและเปิดเผยความคืบหน้าว่า เจ้าหน้าที่กำลังพยายามเจาะเข้าไปทางด้านข้าง เพื่อให้เข้าถึงจุดที่มีความร้อนสะสม รวมถึงจัดการกับคานเหล็กที่ยังพาดอยู่ โดยในภาพรวมไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เตรียมนำอุปกรณ์เข้ามาตัดคานเหล็กออก เพื่อเข้าถึงจุดความร้อนที่ตรวจพบจากโดรนอินฟราเรด
สำหรับเหตุการณ์ที่มีเปลวไฟพุ่งขึ้นมาเมื่อวานนี้ น่าจะมาจากแก๊สกระป๋องไฟฟ้าที่เกิดการปล่อยและปะทุขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่มีปัญหาอะไร
ในส่วนของสภาพอากาศ ทางกรุงเทพมหานครได้มีการตรวจวัดคุณภาพอากาศกระจายไปทั่วกรุงเทพฯ ยืนยันว่าไม่มีค่าที่เป็นอันตราย แม้ในช่วงแรกจะมีฝุ่นละอองทั้ง PM 2.5 และ PM 10 สูงเกินค่าพิกัด แต่ปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่น่าเป็นห่วงแล้ว โดยขอให้กลุ่มเปราะบางที่มีความละเอียดอ่อนต่อเรื่องฝุ่น สวมหน้ากากอนามัยป้องกันไว้ ส่วนภาพรวมสภาพอากาศทั่วไปกำลังจะกลับคืนสู่ภาวะปกติ ขณะที่อาการของผู้ป่วยเคสสีแดง ล่าสุดได้ถอดเครื่องช่วยหายใจแล้ว รู้สึกตัวดี และไม่มีอาการน่ากังวลใด ๆ
ด้านการช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ปัจจุบันมีประชาชนมาลงทะเบียนที่วัดประมาณ 200 คน ซึ่งทางกรุงเทพมหานครได้จัดตั้งจุดวันสต็อปเซอร์ วิสเพื่อให้สามารถแจ้งความกับทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและกรุงเทพมหานครได้ในจุดเดียว
สำหรับเงินเยียวยาค่าเสียหายในการประกอบอาชีพ กรุงเทพมหานครมีงบประมาณช่วยเหลือในส่วนนี้ แต่ต้องมีการพิสูจน์ให้ชัดเจนก่อนว่าเป็นผู้ประกอบการจริง ไม่ใช่ผู้เช่าช่วง เพื่อให้ความช่วยเหลือตกถึงมือผู้ค้าตัวจริง จึงขอให้ผู้เสียหายเตรียมหลักฐานและส่งให้ทางกรุงเทพมหานครต่อไป
สำหรับการเข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบโครงสร้าง นายชัชชาติ ระบุว่า อุโมงค์ทางเข้าคาดว่าจะสามารถเข้าไปได้ในวันพรุ่งนี้ เมื่อมีความมั่นคงทางสภาพโครงสร้าง และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเสร็จสิ้นภารกิจในวันนี้
ส่วนเรื่องความกังวลกรณีการลักทรัพย์ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ เนื่องจากยังมีทรัพย์สินและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ยังใช้งานได้อยู่ภายใน ทางกรุงเทพมหานครยังไม่อนุญาตให้ผู้ค้าเข้าไปเก็บของในขณะนี้ เนื่องจากต้องมีการตรวจสอบยืนยันตัวตนให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการสวมรอย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่
กรณีที่ผู้ประกอบการบางรายมีเอกสารทางธุรกิจถูกไฟไหม้เสียหาย นายชัชชาติ ระบุว่า สามารถใช้พยานบุคคลรอบข้าง เจ้าของอาคาร หรือโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องมาช่วยยืนยันตัวตนของผู้ประกอบการจริงได้ เนื่องจากคนค้าขายมักรู้จักกันดีอยู่แล้ว และเชื่อว่าทางเจ้าของศูนย์การค้าทราบข้อมูลว่าใครเป็นผู้ประกอบการตัวจริง
สำหรับวงเงินเยียวยาจากกรุงเทพมหานคร เข้าใจว่าผู้ประกอบการที่เสียหายจะได้รับเงินช่วยเหลือประมาณหลักหมื่นกว่าบาท ซึ่งอาจจะไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความเสียหายจริง ทางเจ้าของตึกจึงได้แจ้งเรื่องการทำประกันภัยไว้ด้วย แต่อาจจะต้องมีการพูดคุยรายละเอียดเพิ่มเติม เนื่องจากประกันภัยมักผูกพันกับเจ้าของที่ดินมากกว่า
ส่วนผู้เสียหายประเภทอื่น เช่น เจ้าของรถยนต์ที่จอดไว้ในอาคาร ให้รีบไปแจ้งความไว้เพื่อเป็นหลักฐาน แม้กรุงเทพมหานครจะไม่ได้มีมาตรการเยียวยาในส่วนนี้โดยตรงก็ตาม
ในประเด็นเรื่องความเสียหายของผู้ประกอบการบางรายที่มีมูลค่าสูงถึงหลักล้านบาท แต่ได้รับเงินเยียวยาเพียงหลักหมื่น ทางกรุงเทพมหานครกำลังหาแนวทางช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น การประสานหาพื้นที่รองรับเพื่อให้สามารถกลับไปค้าขายได้ โดยมีพื้นที่ใกล้เคียงอย่างบริเวณอินเดียเอ็มโพเรียมที่ยินดีต้อนรับผู้ค้าให้ไปทำการค้าขายได้ รวมถึงการหาห้องแถวว่างในราคาค่าเช่าที่ไม่สูงมาก เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน
สำหรับความปลอดภัยด้านมลพิษในพื้นที่ใกล้กองเพลิง ผู้ที่ปฏิบัติงานหรืออยู่ชิดกับกองเพลิงควรสวมหน้ากากอนามัย เนื่องจากอาจมีความเข้มข้นของฝุ่นจากการเผาไหม้และสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs แต่ในภาพรวมภายนอกก๊าซพิษในพื้นที่ไม่มีแล้ว และอากาศเริ่มกระจายตัวดีขึ้น
ส่วนการเคลียร์พื้นที่ในช่วงบ่ายวันนี้ จะมีเครื่องจักรและทีมงานผู้เชี่ยวชาญนำรถที่มีบูมคีบตัดโครงสร้างเหล็กเข้ามาช่วย เนื่องจากโครงสร้างเหล็กมีความเหนียวและรถแบ็กโฮทั่วไปไม่สามารถตัดได้ ทำให้รถไม่สามารถข้ามผ่านไปได้
ทางด้านสถานการณ์การปะทุซ้ำ นายชัชชาติมองว่ามีโอกาสน้อยมาก และมีการมอนิเตอร์สถานการณ์ตลอดเวลา โดยความห่วงใยหลักในขณะนี้คือการดูแลผู้ค้า ทั้งเรื่องทรัพย์สินที่ยังอยู่ด้านข้าง และแนวทางการช่วยเหลือในอนาคต
ส่วนประเด็นเรื่องระบบป้องกันอัคคีภัยอย่างสปริงเกอร์ ทางกรุงเทพมหานครจะตรวจสอบอีกครั้ง ว่าอาคารดังกล่าวมีระบบสปริงเกอร์หรือไม่ และทำงานในขณะเกิดเหตุหรือเปล่า เนื่องจากอาคารเก่าบางแห่งอาจสร้างมาก่อนพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
ส่วนประเด็นการใช้เฮลิคอปเตอร์ช่วยดับเพลิงนั้น ทางกรุงเทพมหานครพิจารณาแล้วว่า กระแสลมที่รุนแรงจากเฮลิคอปเตอร์ อาจทำให้สถานการณ์เพลิงไหม้รุนแรงขึ้น และสร้างปัญหาเรื่องฝุ่นควัน จึงไม่ได้เลือกใช้แนวทางดังกล่าว แต่กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้โดรนในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงให้ความสำคัญกับการดับไฟ และการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างเป็นอันดับแรก เนื่องจากพื้นชั้น 2 ของอาคารได้ถล่มลงมาทับคานบริเวณชั้นล่าง ซึ่งเป็นพื้นที่พลาซ่าจำหน่ายสินค้า ส่งผลให้โครงสร้างบางส่วนยังมีความไม่มั่นคง และมีคาน เสา รวมถึงวัสดุจากอาคารที่พังถล่มลงมากีดขวางการเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุ และมีบางส่วนที่เป็นเชื้อเพลิงที่อาจก่อให้เกิดไฟปะทุได้
จากนี้จะมีผู้เชี่ยวชาญที่เคยทำงานด้วยกันในช่วงของการรื้อถอนตึก สตง. เข้ามาตรวจสอบโครงสร้าง เพื่อประเมินว่าควรเคลียร์พื้นที่หรือตัดโครงสร้างบริเวณใด เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงจุดที่ยังมีไฟคุกรุ่นได้อย่างปลอดภัย โดยในช่วงบ่ายวันนี้เริ่มดำเนินการวางแผนเข้าพื้นที่ ควบคู่กับการทำแผนที่หรือแมปปิง เพื่อระบุตำแหน่งและจุดต้นเพลิง ซึ่งจะรวบรวมและตรวจสอบหลักฐานจากทุกแหล่ง ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด คลิปวิดีโอ และข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อประกอบการวิเคราะห์เหตุการณ์และหาเส้นทางเข้าสู่พื้นที่เกิดเหตุ โดยคาดว่าจะสามารถนำเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่ได้ในเวลาประมาณ 08.00 น. ของวันพรุ่งนี้ (31 ส.ค. 2569) หากสามารถเข้าพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย คาดว่าการควบคุมและดับไฟที่ยังหลงเหลืออยู่อาจใช้เวลาอีกประมาณ 1-2 วัน ก่อนส่งมอบพื้นที่ให้เจ้าของอาคารดำเนินการรื้อถอนตามขั้นตอนต่อไป
สำหรับสาเหตุของเพลิงไหม้ ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ แม้โดยปกติจะมีข้อมูลจากเจ้าของอาคาร ว่าจะมีการตัดกระแสไฟฟ้าหรือสับคัตเอาต์หลักในช่วง 20.00 น. ของทุกวัน แต่เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นในช่วงเกือบ 21.00 น. จึงต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด โดยจะตรวจสอบข้อมูลช่วงเวลาการปิดระบบไฟฟ้า รวมถึงช่วงเวลาที่ผู้ค้าและบุคคลต่าง ๆ เข้า-ออกอาคาร เพื่อให้สามารถระบุสาเหตุของเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ย้ำว่า การปฏิบัติงานทุกขั้นตอนจะคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ เนื่องจากโครงสร้างอาคารยังมีความไม่มั่นคง และต้องประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ก่อนส่งเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ พร้อมกันนี้ ประเมินว่าสถานการณ์เพลิงน่าจะสามารถควบคุมได้ภายใน 1-2 วันนี้ และเมื่อเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานปฏิบัติงานเสร็จสิ้น รวมถึงจัดการเรื่องไฟเรียบร้อยแล้ว จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะร้านค้าบริเวณด้านริมที่ได้รับความเสียหายไม่มาก เข้าไปทยอยเก็บทรัพย์สินที่ยังหลงเหลืออยู่ได้ โดยขอให้ผู้ค้ารอดำเนินการตามขั้นตอนและเตรียมเอกสารหลักฐานให้พร้อมต่อไป