จากเหตุการณ์สลดในสถานพัฒนาและฟื้นฟูเด็กแห่งหนึ่งของรัฐใน จ.ลำปาง เด็กสาว อายุ 18 ปี ป่วยซึมเศร้าจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ทำร้ายร่างกายเด็กสาว อายุ 17 ปี ที่พิการทางสติปัญญาและทางการเรียนรู้ จนเลือดออกในสมองและเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยผู้ก่อเหตุถูกจับกุมส่งเรือนจำกลางลำปาง
ต่อมา แม่ของทั้ง 2 ฝ่ายต่างเดินทางมาขอความช่วยเหลือ "ปวีณา" โดยแม่ของผู้เสียชีวิตเดินทางมาจาก จ.ชัยภูมิ และแม่ของผู้ก่อเหตุเดินทางมาจาก จ.อ่างทอง ทั้งสองครอบครัวสงสัยการทำงานของเจ้าหน้าที่สถานฟื้นฟูแห่งนี้ จึงมาขอความเป็นธรรม เนื่องจากติดใจว่า ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไปไหน ทำไมไม่มีใครเข้าระงับเหตุ ปล่อยให้เด็กป่วยจิตเวชในความดูแลของสถานฟื้นฟูทำร้ายกันเอง โดยไม่มีเจ้าหน้าที่มาห้าม
ทั้งนี้ตำรวจมีหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ พบมีเพียงเด็กป่วยจิตเวชด้วยกันที่วิ่งเข้าไปช่วย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตามเข้ามาทีหลัง หลังจากเกิดเหตุแล้ว แม่ของเด็กทั้ง 2 ฝ่าย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สถานฟื้นฟูปัดความรับผิดชอบและโยนให้เป็นเรื่องของ 2 ครอบครัวฟ้องร้องกันเอง ทั้งที่สิทธิการปกครองเด็กอยู่กับสถานฟื้นฟูตลอด 24 ชม.และสถานฟื้นฟูปฏิเสธการให้ดูกล้องวงจรปิด ปิดบังสภาพความเป็นอยู่ของเด็ก และพยายามกีดกันไม่ให้แม่ทั้ง 2 ฝ่ายคุยกัน
มูลนิธิปวีณาฯ ได้พาแม่ทั้ง 2 ฝ่ายเข้าแจ้งความ เพื่อดำเนินคดีกับ ผอ.และเจ้าหน้าที่สถานฟื้นฟูที่เกี่ยวข้อง รวมถึงยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เอาผิดสถานฟื้นฟู และแม่ของเด็กทั้ง 2 ฝ่ายได้เดินทางมามูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอให้เสนอเรื่องไปยังผู้บริหารกระทรวง ซึ่งคาดว่าผู้บริหารกระทรวงจะไม่ทราบเรื่องหรือไม่ได้รับข้อมูลที่แท้จริง และต้องการให้มีมาตรการป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำแบบนี้กับเด็กรายอื่นๆ
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สถานพัฒนาและฟื้นฟูเด็ก กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว
พบ ผอ.สถานพัฒนาและฟื้นฟู เปิดเผยว่ากรณีดังกล่าวนั้นได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอนแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดต่างๆ ได้ เนื่องจากเด็กมีกฏหมายคุ้มครองเด็ก แต่โดยหลักการทั่วไป การที่จะให้เด็กกลับไปสู่ครอบครัวได้นั้น จะต้องมีการตรวจสอบว่าครอบครัวเด็กหรือเด็กพร้อมหรือไม่ รวมถึงสถานที่ความเป็นอยู่ และที่สำคัญผู้กระทำเด็กยังอยู่ที่นั่นหรือไม่ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบตามขั้นตอน เพื่อคุ้มครองเด็ก ไม่ใช่ว่าทำเรื่องขอแล้วเด็กจะได้ไปอยู่เลย
ส่วนการติดต่อกับผู้ปกครองนั้น ทางเราจะให้เด็กติดต่อกับผู้ปกครองได้เพียงเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา เนื่องจากเด็กที่อยู่ที่นี่มีภาวะจิตใจที่อ่อนไหวมากกว่าเด็กปกติทั่วไป