จากเหตุสุดสะเทือนใจในชุมชน หญิงวัย 60 ปี พิการทางสายตา ต้องเผชิญกับฝันร้ายภายในบ้านของตัวเอง หลังถูกลูกชายวัย 26 ปี ที่ติดยาเสพติดอย่างหนัก ทำร้ายร่างกายอย่างทารุณและถูกข่มขู่จนหวาดกลัวมาโดยตลอด
ผู้เป็นแม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับการถูกรีดไถเงิน เพื่อนำไปซื้อยาเสพติดและมั่วสุมกับกลุ่มเพื่อน ซ้ำยังถูกบังคับให้ไปกู้หนี้ยืมสินมาให้ หากปฏิเสธหรือหาเงินมาไม่ได้ จะต้องถูกซ้อมทารุณอย่างโหดเหี้ยม จนกระทั่งตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอให้นำตัวลูกชายไปบำบัดและดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
ล่าสุด วันที่ 7 ก.ย. 2569 นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. สายไหม ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักที่เกิดเหตุภายในย่านสายไหม โดยระหว่างเดินทาง ผู้เป็นแม่ที่นั่งอยู่บนรถของทีมงานได้รับสายโทรศัพท์ลูกชาย ที่โทรเข้ามาข่มขู่ด้วยถ้อยคำหยาบคายรุนแรง เพื่อสั่งให้รีบกลับบ้าน
เมื่อคณะของเจ้าหน้าที่และทีมงานเดินทางไปถึงบริเวณหน้าบ้าน ลูกชายเดินออกมาเจอพอดี ทีมงานสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติว่ามีการพกอาวุธมีดเหน็บไว้ที่เอวตลอดเวลา จึงตัดสินใจเข้าชาร์จ ล็อกตัว และกดลงกับพื้นเพื่อความปลอดภัยทันที
จากการเค้นสอบเบื้องต้น ลูกชายยอมรับว่าลงมือทำร้ายร่างกายผู้เป็นแม่จริง โดยกล่าวอ้างด้วยอารมณ์โกรธว่า แม่ไม่ยอมดูแลเอาใจใส่ตนเอง ตอนแรกปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้ขอเงินไปซื้อยาเสพติด แต่เมื่อตำรวจเข้าตรวจค้นภายในบ้านพัก กลับพบหลักฐานเป็นอุปกรณ์การเสพ ยาอี และกัญชา วางกระจายอยู่กลางบ้าน นอกจากนี้ยังพบไม้คมแฝกและอาวุธมีดที่ใช้ลงมือทำร้ายแม่ตัวเองจริง เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบคดี
ผู้เป็นแม่ เปิดเผยเรื่องราวความทุกข์ระทมว่า พฤติกรรมของลูกชายเลวร้ายลงเรื่อย ๆ เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ตนเพิ่งถูกลูกชายตบเข้าที่บ้องหูอย่างแรง เพียงเพราะไม่พอใจที่ไปขอให้เพื่อนของลูกชายช่วยขึ้นไปหยิบบุหรี่บนห้องนอนให้ ที่ผ่านมาความทรมานนี้ทำให้เคยอยากจบชีวิต แต่ก็ต้องหักห้ามใจ เพราะความเป็นห่วงว่าลูกชายจะอยู่อย่างไร หากไม่มีตนเอง
แม้ในอดีตเคยแจ้งตำรวจจับลูกชายหลังถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส แต่เมื่อส่งตัวไปบำบัดได้ไม่นาน เจ้าหน้าที่ก็ปล่อยตัวออกมาและกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก แถมยังเคยบังคับให้ตนไปตรวจปัสสาวะแทน เพื่อยื่นให้เจ้าหน้าที่หวังรอดคดี ซึ่งไม่สามารถปฏิเสธได้เพราะกลัวจะถูกซ้อม
เบื้องต้น ตำรวจ สน. สายไหม ควบคุมตัวลูกชายไปสอบปากคำอย่างละเอียดที่โรงพักเตรียมส่งตัวไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย เพื่อประกอบสำนวนดำเนินคดี โดยขั้นแรกได้แจ้ง 2 ข้อหา ได้แก่ ทำร้ายร่างกาย และข้อหาเสพยาเสพติด ส่วนข้อหาอื่น ๆ เช่น การข่มขู่คุกคาม และความผิดเกี่ยวกับอาวุธ จะต้องรอให้ผู้เป็นแม่เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมต่อไป
ที่มา : ข่าวสด