รายการโหนกระแสวันนี้ พูดคุยกรณีเชฟชื่อดัง ที่เคยมีประเด็นร้อนแรงเรื่องการขายแฟรนไชส์ และผิดสัญญากับบรรดาเอฟซี ที่ซื้อแฟรนไชส์ไปแต่กลับไม่ได้ของ ไม่ได้เครื่อง ตามที่ตกลงกันไว้ จนเกิดเป็นกระแสดรามาในช่วงหนึ่ง ล่าสุดเชฟดังคนนี้ กลับมามีประเด็นหลังถูกจับกุมในคดียักยอกทรัพย์ ยักยอกเพชรของผู้เสียหายไป
คุณบี ผู้เสียหายที่ถูกยักยอกเพชรไป เล่าว่า ตนเป็นเจ้าของร้านเพชร ได้เห็นเรื่องราวของเชฟดังคนนี้ทางสื่อต่างๆ ชื่นชมเขามาก มองเขาเป็นไอดอล ติดต่อซื้อแฟรนไชส์จากเขาโดยที่ยังไม่เคยเจอตัวจริงกับเขาด้วยซ้ำ ได้เจอเขาตัวจริงก็คือวันที่ไปเรียนสูตรทำลูกชิ้นจากเขา เอาเงินสด 5 แสน ไปจ่ายเลยด้วยซ้ำ แต่ซื้อไปแล้วก็ไม่ได้เครื่อง
เราโทรตามเครื่อง จนได้คุยกับเขาบ่อยขึ้น คุยไปคุยมาจนเขารู้ว่าเราทำร้านเพชรร้านทอง จนเหมือนสนิทสนมกัน แล้วเขาก็บอกว่า ลูกสาวของเขาจะแต่งงาน เขาสนใจเพชร เอาทอง จากร้านของเราไปให้ลูกสาวเขาลองใส่ดู ถ้าใส่แล้วถูกใจ จะซื้อ แต่ถ้าไม่ถูกใจจะเอากลับมาคืน โดยเอาไปตั้งแต่ปี 2566 โดยที่เขายืนยันว่า ยังไงก็จะเอากลับมาคืน เขาไม่เอาอาชีพชื่อเสียงการงานเอามาเสี่ยงกับเรื่องนี้แน่นอน
ด้วยความที่เรารักและศรัทธา เราชื่นชมชื่นชอบที่เขาเป็นคนที่ต่อสู้จนสร้างชื่อเสียงในฐานะเชฟมาได้ จนทำให้เราเชื่อใจ และมอบเพชรกับทองให้เขาไป มูลค่า ณ วันที่เอาไป 1.9 ล้านบาท แต่หลังจากนั้นเขาเงียบหายไปเลย ติดต่อไม่ได้อีก พยายามติดต่อทุกช่องทาง พอมั่นใจว่าโดนเข้าแล้วแน่ๆ ก็เลยยื่นคำขาดไปว่า ให้คืนของให้เราภายใน 1 สัปดาห์ แต่พอนัดหมายว่าจะคืนของอะไต่างๆ ก็ไม่เคยเจอเขาเลย เขาไม่อยู่ ติดนั่นติดนี่ บ่ายเบี่ยงจนไม่เคยได้ของคืน สุดท้ายต้องตัดสินใจไปฟ้องต่อศาล จนมีการออกหมายเรียก 2 ครั้ง แต่เชฟไม่มา ทำให้ในที่สุดศาลออกหมายจับ จนนำไปสู่การจับกุมตามหมายจับในที่สุด
เชฟไปพูดออกข่าวว่า เขาซื้อมาในราคาถูก เหมือนจะให้เราโปรโมตให้ แต่มันไม่เป็นความจริง เราไม่เคยให้เขาโปรโมตให้เลย เราตกลงจะขายให้เขาในราคาถูกกว่าราคาหน้าร้านจริงๆ เพราะเราชื่นชมเขาเป็นไอดอลจริงๆ แต่ไม่คิดว่าเขาจะทำกับเราแบบนี้
ขณะที่เชฟปู หนึ่งในคนที่เคยมาออกรายการโหนกระแสพร้อมกับเชฟชื่อดังรายนี้ เป็นฝ่ายที่สนับสนุน และเป็นที่ปรึกษาของเชฟดังมาตลอด เล่าว่า ในครั้งนั้น ตนมาร่วมรายการกับเขา เพราะเชื่อว่าเขาไม่ได้โกงเรื่องแฟรนไชส์ แต่เขาผิดสัญญาจริง จึงมาช่วยเขา หวังให้เขาเคลียร์ทุกอย่างกับผู้เสียหายได้
แต่หลังจากวันนั้น ตนก็มีปัญหากับเขา เรื่องค้างค่าจ้างทำสูตรอะไรต่างๆ รวมแล้วกว่า 2 แสนบาท ติดตามทวงเขา เขาก็ยืนยันว่าจะคืนให้ จะโอนให้ แต่ก็หายไปติดต่อไม่ได้ ตนไปติดตาม ไปตามหาเขาทุกที่ที่คิดว่าจะเจอ หลายเดือนก็ไม่เจอ จนในที่สุดตนไปเจอเขาที่ห้าง เข้าไปทวงเงินเขา ถามเขาดีๆว่า จะคืนเงิน หรือจะมีเรื่อง จนเขายอมคืนเงินให้เรา 2 แสนกว่าบาท
อีกคนที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ไม่ใช่ใครอื่นไกล คือ ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ที่หลังจบรายการโหนกระแสในครั้งนั้น เชฟดังมาว่าจ้างให้ทนายไพศาลทำคดีให้ ในสัญญา 2 คดี แต่ที่ทำจริงคือ 10 คดี และสิ้นสุดไปหมดแล้วทุกคดี แต่เชฟยังจ่ายค่าว่าความไม่ครบ ที่สำคัญคือ ได้รับทราบจากผู้เสียหายคนอื่นๆ ว่า เชฟดังเอาชื่อของทนายไพศาลไปแอบอ้าง ว่าเป็นพี่ชายแท้ๆ และถ้ามีปัญหาอะไร ให้บอกได้เลย จะให้ทนายไพศาลไปจัดการ
โดยผู้ร่วมรายการวันนี้ เจ๊แมน และ คุณเล้ง บอกว่า ตั้งแต่ออกรายการครั้งที่แล้ว แทบจะพูดได้ว่า สิ้นศรัทธากับทนายไพศาล เพราะตอนออกรายการ บอกว่ามานั่งเป็นทนายคนกลาง แต่พอจบรายการ ไปเป็นทนายให้เชฟชื่อดัง มีการไปจดทะเบียนบริษัทกับเขา แต่ก็ยกเลิกการจดทะเบียนไปในเวลาต่อมา จนทำให้หลายคนมองว่า ทนายไปเข้าข้างเชฟดังคนนี้ แล้วผู้เสียหายจะทำยังไง
เช่นเดียวกับเชฟปู ซึ่งอยู่ร่วมในหลายเหตุการณ์หลังออกรายการบอกว่า ทนายไพศาล รับประกันฝีมือการทำอาหารของเชฟ แล้วบอกว่า ต้องทำเป็นบริษัท แล้วเอาเข้าตลาดหลักทรัพย์ ทำให้เป็นจริงเป็นจัง จะได้ทำให้มันถูกต้อง และสร้างมูลค่าจากฝีมือเชฟ จนทำให้ตนมั่นใจว่าเราอยู่ในฝั่งที่ถูกต้องแล้ว
ด้านทนายไพศาลบอกว่า ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การเป็นทนาย ทั้งฝ่ายโจทก์ หรือฝ่ายจำเลย มันไม่ใช่การฟอกดำเป็นขาว แต่มันเป็นการทำให้คดีมันได้ข้อสรุปที่ดีสำหรับทุกฝ่าย ในฐานะที่เราเป็นทนายจำเลย ก็เพื่อไม่ให้เขาทำความผิดรุนแรงขึ้น และตนก็ได้ประสานงานกับผู้เสียหาย รวบรวมรายชื่อว่ามีใครบ้าง เพื่อจะดำเนินการเยียวยา หรือจะสู้คดีกันก็แล้วแต่ทางเชฟดังจะจัดการ
ระหว่างที่นั่งพูดคุยกัน ผู้เสียหายทุกคนไล่เรียงเหตุการณ์ในตอนนั้น ระบายความอัดอั้นตันใจที่มีต่อทนายไพศาล จนทำให้ทนายถึงบอกว่า “เอากูมาฆ่าชัดๆ”
ด้าน เชฟอ้อย โฟนอินเข้ามาในรายการโหนกระแส เคลียร์ประเด็นกับผู้ร่วมรายการ โดยเริ่มแรกขอเคลียร์กับเชฟปูว่า ไม่เคยจ้างเชฟปูทำสูตรอาหาร แต่เขาไปทำสูตรให้ฝรั่งคนหนึ่ง แต่สุดท้ายถูกฝรั่งเบี้ยว เขาก็เลยเอาสูตรก๋วยเตี๋ยวนั้นมาให้เราชิม เราบอกว่าดี แต่ต้องปรับนิดหน่อย สุดท้ายเชฟปูเขายกสูตรนี้ให้เรา บอกให้เราไปทำขายได้เลย
เราก็เอามาทำขายจนมันดัง เราก็เลยบอกว่า ถ้างั้นเราจะจ้างให้เขามาทำคอนเทนต์โปรโมตอะไรให้ จะจ่ายเงินค่าจ้างเชฟปู 2 แสนบาท คิดซะว่าเราใช้สูตรนี้หากินตลอดชีวิต สุดท้ายเชฟปูมาบอกว่าเขาเดือดร้อน มีปัญหาทางบ้าน ต้องใช้เงิน เราก็โอนเงินให้เขาไป ก็ยอมรับว่าเราไม่ค่อยได้อ่านไลน์เขาจริง แต่มันเป็นนิสัยที่ไม่ดีของเรา ก็ยอมรับเรื่องติดต่อยาก แต่ไม่ได้จ้างเขาทำสูตรแน่นอน เงินนี้เราก็เสนอจะให้เขา
ขณะที่เชฟปู ยืนยันว่า เชฟอ้อย มาปรึกษาว่าจะทำอะไรใหม่ออกมาขาย เราก็เสนอว่าเราคิดทำเป็นสูตรก๋วยเตี๋ยวอันนี้มา เรามีคลิปวิดีโอ มีแชต มีหลักฐานอะไรต่างๆ มาหมด เขาถามว่าเราจะยังไง จะหุ้นกับเขาไหม เราบอกว่าเราไม่เอา เราขายขาดไปเลย ให้เสนอราคามา เขาก็เสนอมา 2 แสน แต่ถึงเวลาก็ไม่จ่าย เราก็ต้องไปทวงแบบนั้น
ในประเด็นเรื่องคุณบี เจ้าของร้านเพชร เชฟอ้อยยืนยันว่าตนผิดสัญญาจริง วันที่นัดเขาเพื่อคืนของ ตนประสบอุบัติเหตุเรื่องบริษัทรับเหมาตัดหน้าแล้วหินมาโดนกระจกรถแตก จึงไปตามนัดไม่ได้ ทำให้เขาดำเนินคดีตามกฎหมาย ยืนยันว่า ตอนนี้ได้ไปตามเอาของกลับมาเตรียมคืนเขาแล้ว ได้ของมาเกือบครบทุกรายการแล้ว ทักไลน์คุณบีไปแล้ว และจะนัดคืนของให้เขาตามนัดหมายแน่นอน
ส่วนกรณีคุณเอ ผู้เสียหายเคสส้มตำอัดเม็ด ตกลงว่าจะทำสูตรกัน 3 แสนบาท เชฟทำสูตรทำอะไรให้เขาเรียบร้อยแล้ว เขาจ่ายเงิน 1.5 แสนบาทมาให้เชฟ แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน เขามายกเลิก เพราะบอกว่าพี่ชายไม่ให้เงินมาลงทุนแล้ว เชฟก็ตกลงกับเขาไปแล้วว่า ถ้ายกเลิก อย่าเอาสูตรเชฟไปทำอย่างอื่น เชฟไม่อยากเอาเงินของใครมาฟรีๆ งั้นเชฟจะคืนเงินให้ แต่ยังไม่รู้จะคืนวันไหน แต่การที่คุณเอมายกเลิก มันเป็นความผิดของเชฟไหม
ส่วนกรณีกับทนายไพศาล ยืนยันว่าไม่เคยไปแอบอ้างใครว่าพี่ไพศาลเป็นพี่ชาย หน้าตาก็ไม่เหมือนกัน พี่น้องของเชฟก็มี 5 คน ทุกคนก็รู้ จะไปอ้างแบบนั้นได้ยังไง ยืนยันว่าค่าจ้างว่าความจะให้ทนายไพศาลแน่นอน ทนายไพศาลเป็นผู้มีพระคุณ ไม่คิดจะเบี้ยวเงิน แต่ตอนนี้ยังไม่มี ถ้ามีเงินจะให้ทนายแน่นอน
สุดท้ายผู้เสียหายทุกคนก็ยังรอให้เชฟอ้อยทำตามสัญญา ทำตามคำพูดของตัวเอง ที่บอกว่าจะคืนของ คืนเงิน ชดใช้ค่าเสียหาย อย่าอ้างว่าไม่ค่อยชอบอ่านไลน์ รวมทั้งยังเตือนสติเชฟอ้อยด้วยว่า ก่อนที่จะโทษว่าชีวิตตัวเองพังเพราะใคร ให้ทบทวนดีๆ ว่าเรื่องราวทั้งหมด มันเป็นผลมาจากการกระทำของใครกันแน่