นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้ปรับปรุง พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2543 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2559) เพื่อเพิ่มบทบัญญัติการคุ้มครองเครื่องหมายเสียง ไม่ว่าจะเป็นเสียงคน เสียงสัตว์ เสียงเพลง เสียงดนตรี หรือเสียงอื่นๆ ที่ไม่ได้สื่อถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรงนั้น
ทั้งนี้ สถิติการจดทะเบียนเครื่องหมายเสียงในประเทศไทย ปัจจบุัน มีผู้ยื่นคำขอรวมทั้งสิ้น 494 คำขอ มีคำขอที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว 114 เครื่องหมาย และอยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอ 138 คำขอ ซึ่งผู้ประกอบการที่ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายเสียงสูงสุด 3 อันดับแรก เป็นผู้ประกอบการไทย ได้แก่ บริษัท กาลิน อีคอมเมิร์ซ จำกัด ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (7 คำขอ) รองลงมาคือ บริษัท ฟ้าอรุณพืชผลเพื่อไทย จำกัด ในธุรกิจปุ๋ย (4 คำขอ) และบริษัท ยูนิ-ชาร์ม คอร์ปอเรชั่น ในธุรกิจกางเกงผ้าอ้อมอนามัย (4 คำขอ)
รวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียง เช่น 'ดีเจนุ้ย' ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร ได้ยื่นจดเครื่องหมายเสียง คือ 'เสียงหัวเราะ' ของตนเอง ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวต่อกรมแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งถือเป็นแนวทางการคุ้มครองสิทธิในเครื่องหมายการค้ารูปแบบใหม่ที่มีความสำคัญทั้งในประเทศและระดับสากล
ด้วยแนวโน้มของการใช้เครื่องหมายเสียงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการสร้างอัตลักษณ์ของแบรนด์ในเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทในการเลียนแบบน้ำเสียงหรือสร้างเสียงเสมือนจริงได้อย่างแนบเนียน
ที่มา : เรื่องเล่าเช้านี้