เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 2 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หญิง อายุ 24 ปี เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.อัครพงษ์ แสนปุตะวงษ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา หลังถูกชายไทย ซึ่งใช้ไลน์ชื่อ “FIVE” และรับจ้างขี่รถจักรยานยนต์รับส่ง ก่อเหตุคุกคามทางเพศ
โดยก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 31 ส.ค. 69 ผู้เสียหายได้ลงบันทึกประจำวันไว้ ได้ว่าจ้างชายคนดังกล่าว ซึ่งขี่รถจักรยานยนรับส่งจากที่ทำงานไปยังที่พัก แต่ระยะหลังเริ่มมีพฤติกรรมคุกคาม จนเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงเข้าแจ้งความ พร้อมส่งภาพถ่ายของชายดังกล่าวให้กลุ่มเพื่อนผู้ชาย และอธิบายพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุไว้แล้ว
ต่อมาในช่วงกลางดึก ผู้เสียหายแจ้งตำรวจว่า สามารถติดตามตัวชายดังกล่าวได้ บริเวณ ซอย 6/1 ถนนเลียบชายหาดพัทยา เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ พบชายที่ถูกกล่าวหาอยู่ในสภาพสะบักสะบอม มีเลือดออกบริเวณปากจากการถูกทำร้าย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวและนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ
จากการสอบถามพลเมืองดี เล่าว่า หลังเข้าไปสอบถามจึงทราบว่าชายดังกล่าว ถูกกล่าวหาว่าพยายามขอให้ผู้เสียหายมีเพศสัมพันธ์ด้วย ก่อนจะขี่รถมาจอดบริเวณซอย 6/1 จากนั้นกลุ่มเพื่อนของผู้เสียหายที่ทราบเรื่องได้เข้ามารุมทำร้าย ก่อนแยกย้ายกันหลบหนีไปคนละทิศละทาง
พลเมืองดี ยังระบุว่า หลังเกิดเหตุได้นำโทรศัพท์มือถือของชายที่ถูกกล่าวหามาตรวจสอบ พบภาพหญิงสาวหลายรายในลักษณะเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมทางเพศ โดยอ้างว่าภาพดังกล่าวถูกลบออกจากเครื่องไปแล้วประมาณ 10 วัน
ด้าน ผู้เสียหาย เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนว่าจ้างผู้ก่อเหตุให้รับส่งเป็นประจำ เนื่องจากเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน และมักพบว่าเป็นชายคนดังกล่าวมารับเสมอ จึงใช้บริการกันมาโดยตลอด และก่อนหน้านี้ไม่เคยพบพฤติกรรมคุกคามทางเพศ
กระทั่งวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา ชายดังกล่าวทักข้อความเข้ามาหา ก่อนจะพูดในลักษณะเสนอเงิน เพื่อให้ตนมีกิจกรรมทางเพศด้วย ตนจึงสอบถามกลับไปว่า เหตุใดจึงพูดและทำพฤติกรรมเช่นนี้ ก่อนจะตัดสินใจเข้าแจ้งความ
ต่อมาวันเกิดเหตุ ตนได้ติดต่อผู้ก่อเหตุมารับอีกครั้ง เมื่อมาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุ ตนได้อ้างว่าสายชาร์จแบตเตอรี่ตกอยู่ และขอเดินไปเก็บก่อนที่จะแจ้งให้กลุ่มเพื่อนที่รออยู่เข้ามาช่วยเหลือ กระทั่งเกิดเหตุทำร้ายร่างกายกันขึ้น ก่อนตนจะโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ขณะเดียวกัน แฟนสาวของผู้ก่อเหตุ อายุ 25 ปี ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ หลังทราบว่าแฟนหนุ่มถูกทำร้าย โดยพยายามสอบถามพูดคุยกับผู้เสียหาย จนเกือบจะเกิดปากเสียงกัน เจ้าหน้าที่จึงเข้าห้ามปรามไว้ก่อนจะบานปลาย
แฟนสาวของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ตนรู้พฤติกรรมของแฟนหนุ่มเป็นอย่างดี และทราบว่าเคยมีพฤติกรรมลักษณะดังกล่าว โดยแอบทำลับหลังตนเอง กระทั่งวันเกิดเหตุแฟนหนุ่มบอกว่าจะออกไปรับลูกค้าประจำ ช่วงเวลาประมาณตี 2 ทำให้ตนเกิดความสงสัย เนื่องจากแฟนไม่ได้ออกมาวิ่งรถรับส่งลูกค้ามานานประมาณ 1-2 เดือนแล้ว จึงตัดสินใจติดตามมาดู ก่อนพบว่าแฟนหนุ่มถูกทำร้าย และมีหญิงสาวผู้เสียหายอยู่ในที่เกิดเหตุ
นอกจากนี้ แฟนสาวของผู้ก่อเหตุ ยังเปิดเผยอีกว่า แฟนหนุ่มมีประวัติการรักษาด้านจิตเวช และยังเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ แต่ตนเองก็ไม่สามารถอธิบายถึงพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ได้
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ และนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ ก่อนจะดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียด โดยจากการสอบถามเบื้องต้น เจ้าตัวยังไม่ยอมให้ข้อมูลหรืออธิบายเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หลังจากได้รับการรักษาแล้ว เจ้าหน้าที่จะเรียกตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม รวบรวมพยานหลักฐาน และพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป