จากเหตุการณ์ความรุนแรงภายในโรงเรียนดังย่านนนทบุรี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิต คือ นายกิตติพงศ์ สมรัตน์ รองผู้อำนวยการโรงเรียน ชาวจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งครอบครัวจะนำร่างมาประกอบทำพิธีทางศาสนาที่บ้านในอำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ
ล่าสุดวันนี้ ( 8 ส.ค.69) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านเกิดผู้เสียชีวิต คือ บ้านกันทรอมน้อย ตำบลกันทรอม อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งบรรยากาศที่บ้านเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ญาติๆ ได้ช่วยกันเตรียมทำอาหารรับแขก จัดเตรียมสถานที่เพื่อรอรับศพที่จะเดินทางมาถึงในช่วงค่ำวันนี้ โดยได้มีการนำรูปภาพครอบครัวของผู้เสียชีวิตที่ถ่ายรวมกับภรรยาและลูกๆ อีก 3 คน มาตั้งไว้รอรับศพ
นอกจากนี้ นายศดิศ ณิชกุล นายอำเภอขุนหาญ ได้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมนำเงินมาช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิตในเบื้องต้นด้วย
น้องสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนมีพี่น้องทั้งหมด 5 คน ผู้เสียชีวิตเป็นคนที่ 4 ตนเป็นคนที่ 5 คนสุดท้อง ตนทราบข่าวว่าพี่ชายถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 ส.ค.69 เวลา 10.00 น. จากภรรยาของพี่ โดยนิสัยของพี่ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งถึงปัจจุบัน พี่ชายจะคอยปกป้องทุกคนที่รักไม่ให้ถูกใครมารังแก
เมื่อวานตอนเกิดเหตุช่วงเช้า พี่ชายอยู่ในห้องแม่ฉีดวัคซีน พอพี่ได้ยินเสียงปืนจึงวิ่งออกมาดูที่เกิดเหตุเพื่อปกป้องเด็ก จนทำให้ตัวเองถูกกระสุนเสียชีวิตในโรงเรียน พี่ชายเสียสละปกป้องนักเรียนจนนาทีสุดท้าย หลังจากที่ตนได้ทราบข่าวเมื่อช่วงเวลา 10.00 น. ตอนนั้นตนได้แต่ภาวนาขอให้เป็นเพียงบาดเจ็บเท่านั้น ตนมาทราบข่าวจากภรรยาของพี่ชายว่าพี่ชายเสียชีวิตแล้ว
น้องสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวต่อว่า ชีวิตราชการของพี่ชาย หลังจากที่จบจากมหาวิทยาลัยก็ได้มาเป็นครูอัตราจ้างและบรรจุเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนวัดเขมา หลังจากนั้นได้มาสอบเป็นรอง ผอ.โรงเรียนที่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันได้ 4-5 ปี ตนเคยถามพี่ชายว่าจะย้ายมาที่ศรีสะเกษไหม แต่พี่ชายตอบว่าอยู่ตรงนี้โอเคแล้ว สบายใจแล้ว ทุกอย่างลงตัว มีความสุขที่ได้อยู่ที่โรงเรียนนี้ การใช้ชีวิตส่วนมากพี่ชายจะใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ก็จะกลับมาบ้านที่ศรีสะเกษบ่อยครั้ง มาเยี่ยมพ่อแม่พี่น้อง
พี่ชายกลับมาบ้านล่าสุดเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เวลาพี่ชายกลับมาบ้านจะเป็นคนดูแลพี่น้อง ทำอาหารให้พ่อแม่พี่น้องได้รับประทาน พี่ชายชอบความสนุกสนาน จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ตนและครอบครัวไม่มีลางสังหรณ์อะไรเลย แต่เมื่อคืนก่อนเกิดเหตุ พี่ชายโทรมาคุยกับพ่อแม่ด้วยน้ำเสียงไพเราะมาก
สำหรับการสูญเสียพี่ชายในครั้งนี้ ตนไม่โทษใคร เพราะคิดว่ามันอยู่ที่ตัวผู้กระทำเอง ส่วนการเลี้ยงดูนักเรียนผู้ก่อเหตุ เราไม่สามารถตัดสินใครได้ มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาจจะเป็นเพราะการเสพโซเชียลและลอกเลียนแบบ หรือการเลี้ยงดู ช่วงวัยรุ่นเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นความเจ็บปวดมากและไม่มีใครอยากจะให้เกิด แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เราต้องทำใจยอมรับมันให้ได้ เหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว ตนอยากพูดถึงแต่เรื่องความดีความงามที่พี่ชายตนได้ทำมา ตนมีความภาคภูมิใจที่พี่ชายได้ทำหน้าที่ได้ดีที่สุดจนถึงวินาทีสุดท้าย
น้องสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวทั้งน้ำตาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า พี่ชายของตนเป็นคนทำหน้าที่ดีที่สุด ทำหน้าที่คุณพ่อและคุณครูที่รักลูกและลูกศิษย์ พี่ชายตนเป็นบุคคลที่ทุกคนรัก ไม่ว่าจะคนในครอบครัวหรือพรรคพวก สุดท้ายตนอยากบอกพี่ชายว่า พี่ใจร้ายมากที่ทิ้งตน ทิ้งพ่อแม่ ทิ้งลูกๆ ทิ้งภรรยาไป พี่ชายคือพี่ชายคนเดียวที่คอยปกป้องทุกคนในครอบครัว ตนขอให้พี่ชายหลับให้สบาย