วานนี้ ( 19 ก.ย.69) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านนาสาร รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิง ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.ทุ่งเตาใหม่ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ หลังรับแจ้ง จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบและรีบเดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้นกึ่งไม้ปูน บริเวณลานดินหน้าบ้านพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง อายุ 72 ปี มีบาดแผลถูกยิงเข้าบริเวณ ลำตัว จำนวน 1 แผล ห่างกัน 1 กิโลเมตรบริเวณล้านปาล์ม พบรถยนต์เก๋งสีขาวจอดอยู่1 คัน และมีรอยเลือดหยดที่พื้นหญ้า ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย อายุ 35 ปี ลูกชายของผู้เสียชีวิต มีบาดแผลถูกยิงเข้าบริเวณท้องและขาทั้ง2ข้าง รู้สึกตัว กู้ชีพกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาล
ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นหญิง อายุ 43 ปี เป็นอดีตลูกสะใภ้ที่คบหากับลูกชายคนโตของผู้เสียชีวิตและเลิกรากันได้ 2 เดือน ได้ขับรถยนต์สีดำ ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน มีรั้วที่ท้ายกระบะและบรรทุกตู้เย็นหลบหนีไป ซึ่งทาง สภ.บ้านนาสารได้สั่งสกัดรถคนร้ายพร้อมประสานพื้นที่ใกล้เคียง และสามารถสกัดจับได้ที่จุดตรวจ จุดสกัดตามแผนก้าวสกัดจับทางเข้า หมู่ที่1 ต.ถ้ำสิงขร อ.คีรีรัฐ จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. คีรีรัฐนิคมควบคุมตัวได้พร้อมอาวุธปืน .38 จำนวน 1 กระบอก
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุได้เดินทางมาในพื้นที่เพื่อเซ็นเอกสารยกเลิกสัญญาเช่าแปลงทุเรียนกับญาติของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่บ้านของญาติ โดยญาติได้โทรแจ้งผู้เสียชีวิตให้นำเอกสารสัญญาไปให้ และได้มีการเซ็นเอกสาร โดยมี ผู้ก่อเหตุ ผู้บาดเจ็บและภรรยา ก่อนที่ผู้เสียชีวิตจะขับรถกระบะไปที่สวนเพื่อให้คนงานเตรียมยกตู้เย็นให้ผู้ก่อเหตุและกลับมาบ้าน
ต่อมา ผู้บาดเจ็บ ได้ขับรถยนต์เก๋งไปที่ลานปาล์ม หลังจากนัดกับผู้ก่อเหตุเพื่อถอดรั้วที่รถยนต์กระบะของตนออกเก็บไว้ แต่ปรากฏว่าเมื่อได้ถอดรั้วหลังรถเสร็จ ผู้ก่อเหตุได้ชักปืนยิงใส่ และทางเจ้าของลานปาล์มได้ยิงเพื่อป้องกันเหตุ จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ขับรถกระบะที่บรรทุกตู้เย็นหลบหนี ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับกุมได้ดังกล่าว
ญาติของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้นัดกับผู้ก่อเหตุเพื่อมาเซ็นเอกสารสัญญายกเลิกเช่าสวนทุเรียน ซึ่งก่อนเกิดเหตุไม่พบความผิดปกติ ตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากเพราะเป็นคนตามผู้เสียชีวิตมาและเกิดเหตุดังกล่าว ที่ผ่านมาทราบเพียงว่าได้ผู้ก่อเหตุได้เลิกรากับลูกชายของผู้เสียชีวิตไปได้ประมาณสองเดือนแต่ไม่ทราบถึงสาเหตุความโกรธแค้นว่ามากน้อยเพียงใดถึงได้กล้ามาก่อเหตุเช่นนี้
ด้าน หลานของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนอยู่กับย่าที่บ้าน และผู้ก่อเหตุได้เดินทางมาที่บ้านก่อนจะเรียกว่า “แม่” และย่าเดินออกไปหน้าบ้าน ตนเห็นย่าถูกยิงต่อหน้า ก่อนจะหันกระบอกปืนมาหาตนแต่ปืนเกิดขัดข้องและตนพยายามวิ่งหลบหนี หลังจากนั้นได้ยินเสียงตามหลังมาอีกหนึ่งนัด ก่อนเขาจะขับรถหลบหนี ตนคิดไม่ออกว่าทำไมมาก่อเหตุเช่นนี้ หากเจอก็อยากสอบถามว่าทำแบบนี้ทำไม
ขณะที่ อดีตสามีของผู้ก่อเหตุที่เพิ่งเลิกรากันได้ประมาณ 2 เดือน เปิดเผยว่าอดีตภรรยาเช่าสวนทุเรียนทำส่งกับคนจีน และได้มาคบหากับตนซึ่งทำเรื่องแก้ปัญหาสวนทุเรียน หลังจากหมดสัญญาเช่าทำสวนทุเรียนแปลงที่สวนมีปัญหา เรื่องผลผลิต และตนแก้ไขปัญหาให้ ได้มาบอกเลิกรากับตนโดยให้เหตุผลว่าไปด้วยกันไม่ได้ แต่ก็เป็นการเลิกรากันโดยดี ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ติดต่ออะไรกัน ส่วนแม่ของตนกับอดีตภรรยาที่ผ่านมาก็ช่วยเหลือกันดีมีการยืมเงินช่วยเหลือกันไปมา แต่ก่อนเกิดเหตุตนทราบจากแม่ว่าเขาเข้ามาในพื้นที่ ตนก็เลยบอกเขาไปว่า “มาแล้วก็เก็บเสื้อผ้ากลับไปด้วย” แต่นั่นก็ไม่น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาก่อเหตุ ซึ่งตนงงมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ทราบว่า ระหว่างนี้ อดีตภรรยามีปัญหาหลายอย่างทั้งในเรื่องการต่อสู้คดีเรื่องพ่อที่ประสบอุบัติเหตุ และเรื่องเช่าทำสวนทุเรียน
เบื้องต้น ผู้ก่อเหตุ ให้การว่าได้คบหาอยู่กินกับลูกชายคนโตของผู้เสียชีวิต มาประมาณ 2 ปี โดยมาอาศัยอยู่ที่บ้านอดีตสามีและการทำธุรกิจเช่าสวนทุเรียนของญาติอดีตสามี แต่ต่อมามีเหตุต้องเลิกรากันไปแล้วประมาณ 2 เดือน ซึ่งตนได้เดินทางกลับไปที่บ้านเกิด แต่ยังคงมาทำสวนทุเรียนอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่หลังจากเลิกรากันสามีไม่ได้มีส่วนเข้ามาช่วยเหลืองานสวนทุเรียน ซึ่งก่อนหน้านี้ทุเรียนในสวนถูกขโมยประมาณ 100ลูก มูลค่า3 หมื่นบาท และทราบว่าผู้ก่อเหตุก็คืออดีตสามี ซึ่งได้ชดใช้มาให้แล้วก่อนหน้านี้ 20,000 บาท ก่อนเกิดเหตุตนได้เดินทางกลับมาเพื่อยกเลิกสัญญาเช่าสวนทุเรียนซึ่งทำร่วมกัน รวมถึงขนย้ายทรัพย์สิน
ผู้ก่อเหตุ ยอมรับว่า ปกติตนจะพกอาวุธปืนติดตัวเป็นประจำ และขณะที่ตนกับผู้บาดเจ็บ กำลังนำรถกระบะไปถอดรั้วเหล็ก ที่ลานปาล์มของอดีตสามี ปรากฏว่าอดีตสามี ได้ขับรถผ่านและได้แสดงอาการเยาะเย้ยตน จนทำให้ขาดสติ จึงใช้อาวุธปืน ยิงเข้าใส่ แต่อดีตสามีขับรถหลบหนีไป จึงบันดาลโทสะใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่น้องสามีไป 2 นัด จากนั้นจึงได้ย้อนกลับมาที่บ้านแม่สามีอีกครั้งเพื่อทวงเงิน 10,000 บาท แต่ก็ถูกแม่สามีปฏิเสธ และมีปากเสียงทะเลาะกัน จึงใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ ก่อนจะขับรถออกจากที่เกิดเหตุ มุ่งหน้ากลับบ้านพักที่ อ.คีรีรัฐนิคม