เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 6 กันยายน 2569 บริเวณปากซอยบุญนิมิตร ตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา โดยช่วงเกิดเหตุมีฝนตก ทำให้ถนนเปียกลื่น รถเก๋งพุ่งชนท้ายรถตู้กู้ภัย โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
อาสากู้ภัย ซึ่งเป็นคนขับรถตู้กู้ภัย เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังขับรถ และเปิดไฟเลี้ยว เพื่อเตรียมเลี้ยวขวาเข้าซอยบ้านพัก จู่ ๆ มีรถเก๋งขับตามมาด้วยความเร็ว แม้จะพยายามเบรกแล้ว แต่เนื่องจากฝนตกและพื้นถนนลื่น ทำให้หยุดรถไม่ทัน ก่อนพุ่งชนท้ายรถตู้กู้ภัยอย่างแรง
หลังเกิดเหตุ คนขับรถเก๋งลงจากรถ และมีอาการโวยวาย พร้อมอ้างว่าเป็นเด็กของอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา โดยคนขับรถเก๋งอ้างว่า ตนยืมรถของแม่ยายมา ก่อนพยายามให้ฝ่ายรถกู้ภัยเป็นฝ่ายผิด และรับผิดชอบกับเหตุการณ์
อาสากู้ภัย จึงบอกว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นก็ควรรับผิดชอบในส่วนของตัวเอง ทำให้อีกฝ่ายมีอารมณ์รุนแรง และพยายามจะเข้ามาทำร้ายร่างกายตน แต่เพื่อนอาสากู้ภัยที่อยู่ในที่เกิดเหตุช่วยกันห้ามปรามเอาไว้ จึงไม่เกิดเหตุรุนแรงขึ้น
อาสากู้ภัย ยังกล่าวต่ออีกว่า ระหว่างเกิดเหตุ คนขับรถเก๋งมีลักษณะคล้ายคนเมา เจ้าหน้าที่จึงตรวจวัดแอลกอฮอล์ แต่ผลตรวจไม่พบแอลกอฮอล์ ไม่ทราบว่าอีกฝ่ายมีอาการดังกล่าวจากสาเหตุใด
นอกจากนี้ คนขับรถเก๋งยังไม่พอใจที่มีอาสากู้ภัยหลายคนเข้ามาอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ และกล่าวหาว่าถูกกู้ภัยรุมล้อม ทั้งที่อาสากู้ภัยเดินทางเข้ามาเพื่อช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร โดยเปิดไฟฉุกเฉินและไฟไซเรน เพื่อเตือนรถที่สัญจรผ่านไปมา เนื่องจากเป็นช่วงกลางคืนและมีฝนตก เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน เบื้องต้นเหตุการณ์นี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
ล่าสุดหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นัดคู่กรณีทั้งสองฝ่ายไปเจรจาตกลงค่าเสียหายที่ สภ.เมืองนครราขสีมา แต่ฝ่ายคนขับรถเก๋งไม่ยอมไปโรงพัก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นัดให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาเจรจากันอีกครั้งในช่วงเย็นวันนี้