รายการโหนกระแสวันนี้ (10 ก.ย. 2569) พูดคุยเกี่ยวกับข่าวใหญ่ที่สร้างความตกใจและสะเทือนใจแก่พุทธศาสนิกชนอย่างหนัก เป็นเรื่องราวของ ‘หลวงพ่อโชติ’ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ที่ถูกตำรวจเข้าจับกุมในข้อหายักยอกเงินวัดเป็นจำนวนกว่า 92 ล้านบาท นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบหลักฐานคลิปจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพการเสพเมถุนกับสีกาภายในกุฏิ
ผู้ร่วมรายการประกอบด้วย คุณนัท แฟนพันธุ์แท้ หรือเซียนนัท หนึ่งในลูกศิษย์, อ. จตุรงค์ จงอาสา อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม และนักวิชาการอิสระด้านพุทธศาสนา, และทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์
ในช่วงต้นรายการ หนุ่ม กรรชัย ได้ยื่นกระดาษซับน้ำตาให้คุณนัทเนื่องจากเห็นอาการเศร้าเสียใจ โดยคุณนัทรับไว้ ยอมรับว่าเสียใจจริง ๆ เพราะเพิ่งไปเจอท่านมาด้วย
อ. จตุรงค์ อธิบายว่า วัดพุทไธสวรรค์ถือเป็นเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอู่ทอง ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์สำคัญของประเทศไทย เห็นใจลูกศิษย์ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางจิตใจ ทุนทรัพย์ และชื่อเสียง เมื่อ หนุ่ม กรรชัย ถามคุณนัทว่าสามารถพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาได้หรือไม่ คุณนัทยืนยันว่าสามารถพูดคุยได้เต็มที่เลย หนุ่ม กรรชัย จึงอธิบายเสริมให้ผู้ชมเข้าใจว่า คุณนัทมีความรักและศรัทธาในตัวหลวงพ่อโชติ เนื่องจากหลวงพ่อโชติเป็นผู้สร้างวัตถุมงคลจตุคามรามเทพ เหรียญเหนือดวง ซึ่งถือเป็นวัตถุมงคลที่ได้รับกระแสรนิยมอย่างมาก
คุณนัท เผยว่า แม้ตนเองจะไม่ได้ถือครองวัตถุมงคลไว้ในขณะนี้ แต่กลุ่มเซียนพระ นักลงทุน และผู้ถือครองวัตถุมงคลต่างตกใจและทำตัวไม่ถูกเมื่อทราบข่าว พร้อมแสดงความกังวลว่า ภาพลักษณ์และชื่อเสียงของวัดที่เสียหายอย่างหนัก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสคนต่อไปด้วย
คุณนัท เล่าว่า ตนเองรู้จักหลวงพ่อโชติมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ตนจะได้รับตำแหน่งแฟนพันธุ์แท้ในปี พ.ศ. 2550 โดยในเวลานั้นหลวงพ่อโชติยังเป็นเพียงพระลูกวัด คุณนัทซึ่งทำงานในหนังสือกรุงสยามและเป็นเซียนพระ ได้รู้จักกับหลวงพ่อโชติขณะท่านเข้าร่วมพิธีอธิษฐานจิตวัตถุมงคลจตุคามรามเทพ หลวงพ่อโชติเป็น 1 ใน 3 พระสงฆ์ที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาและการเขียนยันต์จากโกผ่อง ร่างทรงองค์พ่อจตุคามรามเทพ ร่วมกับหลวงหนุ่ย ในอดีตโกผ่องเคยมาหลบคดีความที่วัดพุทไธศวรรย์ และได้มีการทำพิธีประทับทรงสร้างรูปหล่อจตุคามรามเทพองค์ใหญ่เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ทำให้วัดพุทไธศวรรย์กลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้ศรัทธา
นอกจากนี้ วัดพุทไธศวรรย์ยังมีประวัติเรื่องสำนักดาบและกระบี่กระบอง โดยมีอดีตเจ้าอาวาสคือ หลวงพ่อหวน พระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบซึ่งเป็นอาจารย์สอนกรรมฐาน
คุณนัทได้นำวัตถุมงคลที่เพิ่งได้รับจากหลวงพ่อโชติมาแสดงในรายการ ชิ้นแรกคือ กระดาษดวงตราพญาราหู ซึ่งเป็นกระดาษดั้งเดิมขององค์จตุคามรามเทพมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 สำหรับให้ผู้เดือดร้อนเขียนเรื่องราวแล้วนำไปเผาอธิษฐานขอพร ตนเองเพิ่งนำกระดาษดังกล่าวไปทำพิธีเผาขอพรเรื่องส่วนตัวเมื่อวานนี้และประสบความสำเร็จจริง
ชิ้นที่สองคือ ดอกรักพลาสติกเขียนยันต์ ที่หลวงพ่อโชติติดไว้กับกล้องส่องพระของคุณนัท เพื่อเป็นเมตตามหานิยมให้มีคนรัก เพราะหลวงพ่อบอกว่าตนปากไม่ดี คุณนัทระบุว่าจะยังคงเก็บวัตถุมงคลนี้ไว้บนกล้องส่องพระ เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเจตนาดีของท่าน ส่วนเรื่องอื่นก็เป็นไปตามกรรมจากการกระทำ
คุณนัทระบุว่าทราบข่าวการจับกุมหลังมีการนำเสนอผ่านสื่อ เมื่อวานนี้ตนยังเดินทางไปกราบตักหลวงพ่อโชติที่วัด และนำผู้ใหญ่ไปขอคำแนะนำเรื่องการตั้งโต๊ะบวงสรวงอธิษฐานขายที่ดินเกาะมูลค่าพันล้าน โดยหลวงพ่อโชติได้เขียนกระดาษดวงตราพญาราหูให้ พร้อมแนะนำให้ไปตั้งโต๊ะบวงสรวงที่ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชเป็นเวลา 7 วัน และจัดถวายสังฆทานแก่พระสงฆ์ 32 รูป
คุณนัทระบุว่าตนเองเดินทางไปวัดพุทไธศวรรย์เฉลี่ย 2-3 เดือนต่อครั้ง คำทายหรือคำแนะนำของหลวงพ่อโชติตามสถิติมักถูกต้องประมาณ 70-80% ส่วนตัวสีกาในข่าวนั้นตนไม่รู้จักชื่อ แต่เมื่อเห็นหน้าจำได้ทันทีเนื่องจากเป็นบุคคลที่อยู่บริเวณจุดจุดประทัดในวัด
คุณนัทเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อวานที่ได้เดินทางไปกราบหลวงพ่อโชติพร้อมคณะ 3-4 คน โดยในขณะจับมือหลวงพ่อ คุณนัทได้พูดว่า หลวงพ่ออย่าสึกนะ ซึ่งตามปกติหลวงพ่อมักจะตอบว่า สบาย ๆ แต่ในครั้งนี้หลวงพ่อกลับตอบว่า ตั้งแต่ได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสมาและต้องพบเจอกับพระผู้ใหญ่รวมถึงเรื่องราวต่างๆ ทำให้ต้องกลับมาคิดไตร่ตรองและพิจารณาเป็นวัน ๆ ว่าวันนี้จะรอดหรือไม่รอด
นอกจากนี้ คุณนัทได้พยายามยกโทรศัพท์ขึ้นบันทึกคลิปวิดีโอ เนื่องจากหลวงพ่อได้ให้คำแนะนำแก่รุ่นน้องที่ไปด้วยกันว่าให้หยุดทำกิจการก่อนเพราะสถานการณ์ไม่ดี พร้อมกับชูนิ้วเตือนสติว่า “รวยกับซวยน่ะ มันใกล้ ๆ กันนะ พิจารณาให้ดีนะ รวยกับซวยอ่ะ” แต่หลวงพ่อได้บอกให้เอาโทรศัพท์ลง ไม่ให้บันทึกคลิปต่อ โดยสาเหตุที่หลวงพ่อเคยสั่งห้ามถ่ายคลิป เพราะก่อนหน้านี้เคยมีชาวต่างชาตินำคลิปไปแอบอ้างความสนิทสนมเพื่อหลอกลวงเงินผู้อื่น
จากนั้น หนุ่ม กรรชัย ได้นำคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดซึ่งเป็นหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบมาเปิดในรายการ โดยคลิปดังกล่าวบันทึกเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 คุณนัทได้ช่วยอธิบายลักษณะพื้นที่ในคลิปว่าเป็นบริเวณครัวกลางภายในกุฏิ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดไหว้ศาลองค์พ่อจตุคามเพียงไม่กี่เมตร โดยบริเวณดังกล่าวเป็นโต๊ะสำหรับวางของไหว้หรือฉันภัตตาหาร ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดที่ใครก็สามารถเดินผ่านเข้าออกได้ โดยในวันก่อนหน้าคุณนัทก็นั่งอยู่ที่โต๊ะตัวนี้เช่นกัน
ระหว่างเกิดเหตุการณ์ตามคลิป หนุ่ม กรรชัย ได้สังเกตเห็นว่าหลวงพ่อถือและจ้องมองโทรศัพท์มือถืออยู่ตลอดเวลา จึงประเมินตรงกันว่าหลวงพ่อน่าจะเปิดเช็กภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบบุคคลที่เดินเข้าออกกุฏิ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะการเดินเข้าออกเป็นรูปตัวยู
ด้าน อ. จตุรงค์ ได้แสดงความคิดเห็นว่า การกระทำในพื้นที่เปิดอาจเกิดจากความชอบความตื่นเต้นส่วนตัว หรือการไม่กล้าปิดประตูกุฏิเพราะจะทำให้ผู้คนสงสัย ส่วนกรณีที่มีกล้องบันทึกภาพไว้นั้น มองว่าหลวงพ่ออาจคิดว่าตนเองถือรหัสผ่านเข้าถึงกล้องแต่เพียงผู้เดียว แต่เหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าถึงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์และข้อมูลทางการเงินได้ ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับคดีของพระผู้ใหญ่ในอดีต
คุณนัท ได้วาดผังอธิบายพื้นที่กุฏิ โดยเริ่มตั้งแต่ทางเข้าผ่านกำแพงที่มีกล้องวงจรปิดติดอยู่โดยรอบ เมื่อเดินเข้ามาจะพบจุดหยอดตู้ทำบุญ รับดอกไม้ธูปเทียน และไหว้หลวงปู่ทวดในวิหารพุทธเล็ก ๆ ก่อน จากนั้นจึงเดินตรงไปจุดที่หลวงพ่อโชตินั่งอยู่ ซึ่งมีห้องกั้นเล็กน้อย และมีองค์พ่อจตุคามรามเทพองค์ใหญ่วางเยื้องอยู่ใกล้ ๆ ตรงจุดที่หลวงพ่อนั่งจะมีช่องจำหน่ายวัตถุมงคลและของที่ระลึก ถัดไปเป็นพื้นที่ตั้งโต๊ะกลมสีส้ม โต๊ะวางของไหว้ ไมโครเวฟ และซิงก์ล้างจาน โดยผังการเดินภายในกุฏิเป็นเส้นทางรูปตัวยู (U-shape) ที่วนทะลุถึงกันหมด และมีจุดจำหน่ายประทัดอยู่ภายในด้วย
เมื่อ หนุ่ม กรรชัย สอบถามคุณนัทถึงความรู้สึก คุณนัทตอบว่า ณ ตอนนี้มองหลวงพ่อเป็นเพียงปุถุชนธรรมดา แต่ยังคงจดจำสิ่งดี ๆ ที่ท่านเคยทำ โดยคุณนัทเล่าว่า หลวงพ่อมีอายุ 66 ปี บวชมานาน 30 พรรษา ซึ่งเมื่อวันก่อนตนเองยังได้คุยและทายพรรษาของหลวงพ่อเพื่อนำไปเสี่ยงโชคอยู่เลย หนุ่ม กรรชัย สังเกตเห็นคุณนัทยิ้มแต่ตาคลอน้ำตา จึงถามว่ารู้สึกเหมือนคนอกหักหรือไม่ คุณนัทตอบว่ารู้สึกเสียใจยิ่งกว่าอกหัก เพราะเปรียบเหมือนครูที่เคยอบรมสั่งสอนมาตั้งแต่เด็ก แต่กลับมาทำเช่นนี้กับเพื่อนเรา ตนเสียใจมากเพราะเคยชวนผู้คนมาไหว้เป็นร้อย ๆ คน
หนุ่ม กรรชัย ได้ถามถึงสีกาคนสนิท คุณนัทยืนยันว่าพบเห็นสีกาคนนี้ทุกครั้งที่ไปวัด โดยเธอไม่ได้มีท่าแสดงตัวอะไรเป็นพิเศา แต่ทำหน้าที่เป็นพนักงานช่วยงานประจำวัด อยู่ตรงจุดจำหน่ายประทัดสำหรับผู้มาแก้บน
อ. จตุรงค์ ได้กล่าวว่า ผู้ที่เจ็บปวดหนักที่สุดในครั้งนี้คือคุณนัท เพราะนี่ไม่ใช่รูปแรก รูปก่อน ๆ ที่มีข่าว คุณนัทล้วนเจ็บปวดมาแล้วทั้งสิ้น ขณะที่คุณนัทกล่าวถึงอดีตที่ตนเคยร่วมทำบุญและทำคลิปสนับสนุนพระผู้ใหญ่หลายวัด เช่น วัดไร่ขิง, วัดชูจิตธรรมาราม และวัดของหลวงพ่ออลงกต แต่พระเหล่านั้นกลับต้องประสบเหตุคดีความ คุณนัทจึงพูดเชิงตัดพ้อว่าตนเข้าวัดไหน เจ้าอาวาสที่นั่นมักจะเสียหายหมด แต่ตนก็ยังคงเชื่อมั่นในพลังแห่งศรัทธาว่า หากมีความศรัทธาบริสุทธิ์ คนชั่วจะไม่สามารถอยู่ได้
อ. จตุรงค์ อธิบายเรื่องเงินว่า ในทางปฏิบัติและข้อกฎหมายต้องแยกเงินออกเป็นสองส่วน คือ เงินส่วนตัวซึ่งญาติโยมถวายใส่ย่ามหรือยื่นให้พระโดยตรง กับเงินวัดซึ่งเป็นเงินบริจาคเข้าตู้ เงินกฐิน หรือเงินจากการจำหน่ายวัตถุมงคลที่เคยปวารณาว่าจะนำเข้าวัด ซึ่งคดีในอดีตก็เกิดจากปัญหาการยักยอกเงินกองกลางของวัดไปผ่องถ่ายให้ผู้อื่น
คุณนัท ได้กล่าวในมุมมองของตนเองว่า เงินส่วนตัวและเงินวัดสำหรับตนถือเป็นเงินก้อนเดียวกัน เนื่องจากหากไม่โกนหัวนุ่งผ้าเหลือง ก็คงไม่มีใครนำเงินมามอบให้ เงินทั้งหมดจึงมีที่มาจากผ้าเหลือง จึงไม่ควรแยกเป็นสองก้อน แต่ก็เข้าใจในมุมกฎหมายว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่ง อันนี้ตนพูดในมุมขอความรู้สึก เพราะหากคุณไม่บวชก็คงไม่มีใครเอาเงินมาให้
เรื่องคลิป คุณนัทคิดว่าคลิปจากกล้องวงจรปิดที่หลุดออกมา น่าจะเกิดจากลูกศิษย์ภายในวัดที่เกิดความสงสัย ระแคะระคาย และทนไม่ได้ จึงแอบดูดไฟล์คลิปวิดีโอออกมาส่งให้แก่ตำรวจด้วยความรักในพระศาสนาและองค์พ่อจตุคาม โดยตนเองเคยศรัทธาในอดีตเพราะยังไม่ทราบเรื่อง แต่เมื่อความจริงปรากฏก็ถือว่าจบ และให้เป็นไปตามกระบวนการ
ระหว่างนั้น มีรายงานข่าวพร้อมภาพเข้ามาว่า ตำรวจกองปราบกำลังนำเครื่องนับเงินเข้าไปภายในกุฏิ และมีการขนย้ายโต๊ะกลมสส้มที่เป็นจุดเกิดเหตุในคลิป ออกมาตั้งบริเวณหน้ากุฏิ
อ. จตุรงค์ ได้ให้ความเห็นทางวินัยสงฆ์ว่า จากหลักฐานภาพคลิปวิดีโอ อดีตเจ้าอาวาสถือว่าขาดจากความเป็นพระ (ปาราชิก) ไปเรียบร้อยแล้วโดยไม่ต้องรอการลาสิกขา แต่การประกอบพิธีสึกเป็นการทำตามขั้นตอนเพื่อความสบาายใจและความสมบูรณ์
อาร์ม นฤชา ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ ได้รายงานเพิ่มเติมว่า ทางวัดได้มีการติดป้ายประกาศปิดพื้นที่โบราณสถานเป็นการชั่วคราว โดยอ้างเหตุผลเรื่องการปรับปรุงระบบไฟฟ้า จากการสอบถามลูกศิษย์ในพื้นที่ เล่าว่า สีกาทำหน้าที่เป็นโยมอุปัฏฐากดูแลอดีตหลวงพ่อโชติมานานหลายปี ตั้งแต่สมัยที่ท่านยังเป็นพระลูกวัดก่อนจะขึ้นเป็นเจ้าอาวาส โดยระหว่างที่สีกาถูกควบคุมตัวไปสอบสวนกลาง พบว่าเธอยังคงสวมเหรียญเนื้อเงินรุ่นเหนือดวงไว้ที่คอ ขณะที่ลูกศิษย์อีกส่วนหนึ่งเปิดเผยว่า ในระยะหลังการเข้าพบอดีตเจ้าอาวาสทำได้ยากขึ้น เนื่องจากมีกลุ่มลูกศิษย์ล้อมรอบหลายชั้น
ทนายตุ๋ย ได้ให้ความเห็นทางกฎหมาย เกี่ยวกับฐานความผิดของสีกา ว่าถูกแจ้งข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และร่วมกันฟอกเงิน ตามหมายจับของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ส่วนเรื่องเสพเมถุนนั้น ในทางกฎหมายไม่ได้ระบุฐานความผิดเอาไว้
จากนั้น รายการได้ติดต่อหา พล.ต.ท. ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ซึ่งเปิดเผยว่า คดีนี้เริ่มต้นจากการได้รับเรื่องร้องเรียนและคลิปวิดีโอเบาะแสจากกลุ่มลูกศิษย์ที่ไม่ประสงค์ออกนาม ทางตำรวจสอบสวนกลางจึงทำการสืบสวนทางลับนานกว่า 2 เดือน จนพบพฤติการณ์เบียดบังทรัพย์สินของวัดไปเป็นของตนเอง จึงได้ขออนุมัติหมายจับเมื่อวันที่ 8 ที่ผ่านมา ในข้อหาเบียดบังทรัพย์ตามมาตรา 147 และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 สำหรับอดีตเจ้าอาวาส ส่วนสีกาถูกแจ้งข้อหาสนับสนุน
ผบช.ก. อธิบายถึงเส้นทางการเงินยักยอกรวมกว่า 92 ถึง 100 ล้านบาทว่า ส่วนใหญ่มาจากเงินรายได้จากการจำหน่ายวัตถุมงคล โดยอดีตเจ้าอาวาสได้มีการจดตั้งมูลนิธิขึ้นมาในช่วงที่มีข่าวดังเกี่ยวกับวัดพระบาทน้ำพุ แล้วนำเงินจากการจำหน่ายวัตถุมงคลโอนเข้ามูลนิธิ ก่อนจะโยกไปบัญชีส่วนตัว แทนที่จะนำเข้าบัญชีวัด สำหรับสีกา พบว่าเข้ามาเกี่ยวข้องประมาณ 2 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567
ผบช.ก. ยืนยันว่า คดีนี้จะไม่หยุดอยู่แค่ผู้ต้องหา 2 รายนี้อย่างแน่นอน โดยจากการสืบสวนขยายผลเส้นทางการเงินและการฟอกเงิน พบหลักฐานเชื่อมโยงไปยังบุคคลอื่นอีก 2-3 คน ซึ่งจะมีซีรีส์ 2 และซีรีส์ 3 ตามมาอย่างแน่นอน
หนุ่ม กรรชัย ได้สบตากับ คุณนัท แล้วพูดแซวว่าเส้นทางการเงินจะเฉียงมาาทางนี้บ้างไหม ทำให้คุณนัทพูดหยอกล้อกลับว่า หากทางตำรวจมีเรื่องอะไรพบอะไน อย่าเพิ่งออกหมายจับ โทรมาบอกเลย ตนยินดีเดินทางไปพบด้วยตนเอง ไม่ต้องส่งเจ้าหน้าที่มาควบคุมตัว ไม่หนีไปไหนแน่นอน
หนุ่ม กรรชัย ได้สอบถามถึงจำนวนรุ่นวัตถุมงคลที่หลวงพ่อโชติเคยสร้างขึ้ คุณนัทเปิดเผยว่า หลวงพ่อโชติได้สร้างวัตถุมงคลไว้นับไม่ถ้วนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 จนถึงปัจจุบัน โดยรุ่นที่โด่งดังที่สุดคือเหนือดวง เหรียญเนื้อทองคำของรุ่นนี้มีราคาสูงถึง 3 ล้านบาท ณ เวลาก่อนหน้าที่จะมีข่าว
ที่มาของชื่อรุ่นเหนือดวง เกิดจากการที่วัดเคยประสบปัญหาติดขัด แต่เมื่ออธิษฐานขอพรกับองค์พ่อจตุคามรามเทพแล้ว เรื่องราวกลับประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายดาย หลวงพ่อจึงตั้งชื่อว่ารุ่นเหนือดวง
คุณนัทได้ย้ำว่า องค์พ่อจตุคามรามเทพที่ตนถืออยู่นั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมส่วนบุคคลของ และองค์พ่อไม่ช่วยเหลือคนกระทำผิดอย่างแน่นอน 100% พร้อมกับนำวัตถุมงคลรุ่นแรกปี พ.ศ. 2546 ซึ่งเป็นรุ่นที่โกผ่องมาประทับทรงทำพิธีที่วัดมาแสดง โดยระบุว่าเป็นรุ่นที่บริสุทธิ์ใสสะอาดตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีเรื่องราว
อ. จตุรงค์ และคุณนัท แสดงความห่วงใยต่อวงการพระเครื่อง เนื่องจากข่าวคราวที่เกิดขึ้นในช่วงีท่ผ่านมา ซึ่งมีมากมายหลายเรื่อง คุณนัทได้แสดงสปิริตและความรับผิดชอบต่อผู้เช่าบูชาว่า หากใครเคยเช่าบูชาวัตถุมงคลจากตนไปแล้วเกิดความไม่สบายใจ ตนยินดีรับซื้อคืน 100% โดยอาจเป็นการผ่อนชำระคืนให้ ตนทำอาชีพนี้มา 30 ปี ยึดหลักไม่เอาเปรียบใครตามที่พ่อแม่และยายสั่งสอนมา โดยในอดีต ตนเคยรับคืนพระและคืนเงินให้แก่ผู้เช่าไปแล้วมากกว่า 2,000 คน และปัจจุบันเหลือเพียง 10 กว่าคนเท่านั้นที่รอการผ่อนชำระ เนื่องจากประสบปัญหาเรื่องเงินหมุนเวียนจากการถูกโกงในวงการ
ก่อนจบรายการ คุณนัทได้กล่าวขอบคุณ พี่เวกัส ศิษย์เอกของวัดพุทไธศวรรย์ ที่ได้ให้ยืมพระเครื่องนำมาออกรายการในวันนี้เ นื่องจากพระเครื่องของตนเองไม่เหลือแล้ว โดย หนุ่ม กรรชัย ได้ลองโทรศัพท์ติดต่อไปหาพี่เวกัส
ในระหว่างรอสาย อ. จตุรงค์ ได้กล่าวเตือนสติ โดยยกกรณีของอดีตพระคมขึ้นมาว่า หากมีพระในวัดหรือญาติโยมคนใดรู้ตัวว่าอดีตหลวงพ่อโชตินำทรัพย์สินของวัดมาฝากไว้ อย่านำไปซ่อนหรือฝังเด็ดขาด เพราะจะตกเป็นผู้สนับสนุนและมีความผิดทางอาญาไปด้วย พร้อมแนะนำให้รีบแจ้งและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
คุณนัทยังคงยืนยันว่า ความศรัทธาต่อหลวงพ่อโชติในฐานะตัวบุคคลอาจหมดไป แต่ความศรัทธาต่อองค์พ่อจตุคามรามเทพของตนและศิษย์ทุกคนยังคงเหมือนเดิม ไม่เกี่ยวกับเรื่องการปั่นราคาวัตถุมงคลในตลาด
เมื่อคุณเวกัสรับสาย หนุ่ม กรรชัย ได้สอบถามถึงความรู้สึก ซึ่งคุณเวกัสยอมรับว่าช็อกและตกใจมาก เพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ คุณเวกัสมองว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเกิดขึ้นได้ไม่นาน โดยสังเกตจากคลิปวงจรปิดที่ระบุเดือนกรกฎาคม ส่วนเรื่องคดีก็ต้องว่ากันไปตามผิดตามถูก
คุณเวกัสเล่าว่า ตนเองนับถือหลวงพ่อโชติมานานกว่า 10 ปี ซึ่งที่ผ่านมาท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แต่ช่วงหลังเริ่มมีลูกศิษย์ผู้หญิงเข้ามา เมื่อถามถึงสีกาในข่าว คุณเวกัสปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่ารู้จักมาเป็น 10 ปี โดยยืนยันว่า สีกาเพิ่งเข้ามาอยู่อาศัยและช่วยงานวัดได้เพียงไม่กี่ปี เนื่องจากมีปัญหาชีวิต ลำบาก และไม่มีเงินทอง หลวงพ่อจึงให้อยู่ช่วยงานที่วัด แต่เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องของคนสองฝ่าย ตบมือข้างเดียวไม่ดัง หากตัดปัญหาไม่ให้ผู้หญิงเข้ามาในพื้นที่ตั้งแต่แรกก็คงไม่เกิดเรื่องขึ้น ไม่สมควรมีลูกศิษย์ผู้หญิงเข้ามาอยู่ใกล้ ๆ
สำหรับวัตถุมงคล คุณเวกัสมองว่าต้องแยกแยะ เพราะศรัทธาในองค์พ่อจตุคามรามเทพ เหรียญเหนือดวงออกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 ซึ่งเป็นเวลา 20 ปีแล้ว พร้อมแซวว่าหากคุณนัทนำเหรียญทองคำมาขายเหรียญละล้านก็ยังมีคนซื้อ
สุดท้าย หนุ่ม กรรชัย ได้ฝากข้อคิดถึงผู้ชมว่า ไม่อยากให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาในพระพุทธศาสนาหรือเลิกทำบุญไหว้พระ เพราะทุกวงการทั้งตำรวจ หมอ หรือดารา ต่างก็มีบุคคลที่มีพฤติกรรมไม่ดีปะปนอยู่ เหตุการณ์นี้เปรียบเหมือนการกำจัดเหลือบไรที่มาเกาะบนเตียงหรือมุ้งออกไป เพื่อรักษาคงสภาพโครงสร้างพระพุทธศาสนาที่ดีไว้ให้คงอยู่ต่อไป ไม่ใช้ทำลายมุ้งหรือที่นอนทิ้งไปเลย