รายการโหนกระแสวันนี้ (1 ก.ค. 2569) พูดคุยกรณีที่เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียจับกุมลูกเรือสายการบินของไทย หลังพบยาเสพติด (เฮโรอีน) ซุกซ่อนในกระเป๋าสัมภาระ
โดยมีอาจารย์ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโส, คุณจัทริกา โชติกเสถียร ประธานเจ้าหน้าที่สายทรัพยากรบุคคล บริษัท การบินไทย จำกัด มหาชน และ เฉียง ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวและเป็นอดีตลูกเรือสายการบินแห่งหนึ่ง มาร่วมพูดคุยในรายการ
ประเด็นดังกล่าวยังคงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และเคลือบแคลงสงสัย ว่าแอร์โอสเตสสาวคนดังกล่าวทราบหรือไม่ ว่าในกระเป๋านั้นมียาเสพติด เป็นการฝากหิ้วสินค้าทั่วไปจริง ๆ หรือตั้งใจลักลอบส่งออก-นำเข้ายาเสพติดอย่างที่ถูกกล่าวหา
ทั้งนี้ คุณจันทริก ระบุว่า เรื่องนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนคดีความในออสเตรเลีย ซึ่งให้ตำรวจจัดการ และบริษัทพร้อมสนับสนุนข้อมูลเอกสาร
และส่วนที่ 2 คือเรื่องภายในบริษัท ซึ่งมีข้อบังคับการทำงานและวินัยที่ชัดเจนสำหรับนักบินและลูกเรือ โดยมีกฎห้ามรับหิ้วของให้คนอื่น และห้ามนำเงินเข้าเกินจำนวนที่กำหนด ซึ่งพนักงานทุกคนทราบกติกานี้ดี
เรื่องการรับของ ยืนยันว่าบริษัทมีข้อห้ามชัดเจนไม่ให้รับฝากของ หากตรวจเจอจะต้องถูกลงโทษทางวินัยอย่างแน่นอน สำหรับเคสของน้องคนนี้ ทันทีที่บริษัททราบเรื่องก็ได้สั่งพักงานทันที เพื่อหยุดการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบริษัท
บริษัทได้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อดูว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เช่น การแลกตารางบิน แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติ น้องบินตามตารางปกติ
ตอนนี้บริษัทดำเนินตามโปรโตคอลคือ หยุดงาน สอบข้อเท็จจริง และสอบวินัย ซึ่งผลการสอบวินัยน่าจะออกในเร็ว ๆ นี้ แม้ตัวพนักงานจะอยู่ที่ออสเตรเลีย แต่บริษัทสามารถสอบบริบทแวดล้อมได้ และความผิดฐานขนของนั้นชัดเจนอยู่แล้ว
ย้ำว่ามีระบบตรวจสอบประวัติอาชญากรรมอย่างเข้มงวด ทั้งก่อนเซ็นสัญญาและก่อนไปบิน ซึ่งต้องตรวจประวัติซ้ำทุก 3 ปี หากใครมีประวัติอาชญากรรมจะไม่สามารถเข้าทำงานได้เลย
พี่เตยจึงทิ้งท้ายว่า แม้กฎระเบียบจะเข้มงวดอยู่แล้ว แต่หากพบว่ายังมีช่องว่าง บริษัทก็จะปรับปรุงให้เข้มงวดขึ้นอีก และขอยืนยันว่าบริษัทมุ่งมั่นที่จะจัดการและแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง