มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

โหนกระแสต่อเนื่องปม "หมอบี" ทุกคนต้องถาม "วัดพระบาทน้ำพุ" ถึงเวลาออกมาชี้แจงหรือยัง สังคมยังสงสัยอีกหลายเรื่อง


ข่าวด่วน
12 สิงหาคม 25682,681
โหนกระแสต่อเนื่องปม "หมอบี" ทุกคนต้องถาม "วัดพระบาทน้ำพุ" ถึงเวลาออกมาชี้แจงหรือยัง สังคมยังสงสัยอีกหลายเรื่อง

รายการโหนกระแสวันนี้ ยังพูดคุยกันต่อในประเด็น “ทูตสื่อวิญญาณ” ที่ตอนนี้ถูกกล่าวหาว่า มีความไม่โปร่งใส ในเรื่องการทำโครงการบริจาคต่างๆ ให้ “วัดพระบาทน้ำพุ” โดยยังมีประเด็นมากมายที่ต้องหาความจริงกันต่อ โดยในวันนี้ ได้ แพรรี่ ไพรวัลย์, อ.จตุรงค์ จงอาษา และ มหาหมี มาร่วมพูดคุยกันต่อในประเด็นของวัดพระบาทน้ำพุ

 

 

หนึ่งในคนที่มาร่วมรายการวันนี้ ก็คือ อ.จตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการอิสระด้านพระพุทธศาสนา ในฐานะรองประธานมูลนิธิเอชไอวีเอเชีย ที่เริ่มต้นรายการอย่างเดือด ด้วยการเอ่ยอ้างถึงทางวัด ในฐานะลูกความ แต่กลับปิดบังข้อเท็จจริงบางส่วนกับทนายเกิดผล ที่เป็นทนายของทางวัดเอง ปล่อยให้เขาไปออกรายการ พูดข้อเท็จจริงที่ตัวเองปกปิด หรือบิดเบือนออกสื่อ แต่สุดท้าย ทนายเกิดผลมารับรู้ข้อเท็จจริงทีหลังจากสื่อช่องต่างๆ ที่ไปสืบ ไปค้นเจอ แล้วทนายเขาต้องทำยังไง แก้ไขยังไง

 

โดยเฉพาะประโยคที่ว่า “อยากได้ที่ดินคืนก็ไปฟ้องเอา” ทนายเกิดผลยืนยันชัดเจนว่า พวกคุณ(กรรมการวัด) พูดเองในที่ประชุมว่าเขาพูดประโยคนี้ ทนายเขาก็มาให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมา แต่พอถึงเวลาความจริงปรากฏ คุณปล่อยให้ทนายรับแทน มันได้หรือ

 

สิ่งที่ อ.จตุรงค์บอกคือ ลูกความก็ต้องมีมารยาท ไม่ใช่มีแค่มารยาททนายความ ลูกความที่ไหนเขาบิดข้อเท็จจริงกับทนายตัวเอง 

 

หนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นร้อนแรง คือ กรณีที่ดินกว่า 2,000 ไร่ ที่ปรากฏชื่อของ “ผู้หญิงคนหนึ่ง” เป็นผู้ถือครองกรรมสิทธิ์แทนมูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ ตามเอกสารที่ปรากฏ โดยทางวัดอ้างว่าเป็นการถือครองชั่วคราวตั้งแต่ก่อนจดทะเบียนมูลนิธิอย่างเป็นทางการ แต่สังคมตั้งคำถามถึงความถูกต้องตามกฎหมายและความโปร่งใสว่า หากทรัพย์สินเป็นของมูลนิธิ เหตุใดจึงไม่จดชื่อมูลนิธิตั้งแต่แรก และเหตุใดบุคคลธรรมดาจึงสามารถถือครองและจัดการแทนได้

ด้านความเห็นทางกฎหมายจาก ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา ชี้ว่า ตามหลักกฎหมายทรัพย์สินของมูลนิธิสามารถจดทะเบียนในชื่อมูลนิธิโดยตรงได้โดยไม่จำเป็นต้องทำพินัยกรรมยกให้บุคคลธรรมดา การที่มีการถือครองในชื่อบุคคลธรรมดาและมีการทำพินัยกรรมมอบที่ดินบางส่วนให้มูลนิธิเมื่อผู้ถือครองเสียชีวิต อาจก่อให้เกิดช่องว่างทางกฎหมายและความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับเจตนาของผู้โอน ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรตรวจสอบอย่างละเอียดถึงความเชื่อมโยงและเจตนารมณ์

อีกประเด็นที่ถูกตั้งคำถาม คือเหตุใดจึงไม่มีการดำเนินคดีหรือฟ้องร้องเรียกคืนกรรมสิทธิ์ให้ตกกับมูลนิธิ ทั้งจากคณะกรรมการวัดและผู้เกี่ยวข้อง โดยตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงปล่อยให้สถานะกรรมสิทธิ์ค้างคามานานเช่นนี้

ในรายการยังมีการโฟนอินจาก “คุณกุ้ง” ทายาทของอดีตไวยาวัจกรวัดพระบาทน้ำพุ โดยยืนยันว่าได้คืนทรัพย์สินหลายส่วนให้วัดไปแล้ว เช่น ที่ดิน 340 ไร่ รถยนต์ และเงินสด ตั้งแต่ปี 2566 หลังจากที่ปู่ของตนเสียชีวิต โดยระบุว่าไม่เคยพูดประโยคว่า “อยากได้ไปฟ้องเอา” เพราะตนไม่เคยต้องการเอาทรัพย์สินของวัดไปเลย และไม่มีเหตุผลที่จะเอามันมา

แพรรี่ ในฐานะคนกลางที่ทายาทอดีตไวยาวัจกรเข้ามาจัดการเรื่องทรัพย์สิน เรียกร้องให้ทางวัดและหลวงพ่ออลงกต ออกมาชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับเงินฝากและทรัพย์สินอย่างโปร่งใสเพื่อความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

หลังจากประเด็นต่างๆ ถูกเปิดเผยในสื่อ หลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ได้งดให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ขณะที่คณะกรรมการวัดได้ประชุมกันเพื่อหาข้อสรุปในการจัดการปัญหาภายใน พร้อมกันนั้น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบปัญหาภายในวัด เพื่อสร้างความชัดเจนและความยุติธรรมในการแก้ไขข้อพิพาทครั้งนี้ ถือเป็นการเข้าแทรกแซงเชิงการกำกับดูแลเพื่อคลี่คลายปัญหา

ต่อมา มีการเผยแพร่เอกสารซึ่งอ้างว่าเป็นข้อมูลทรัพย์สินที่วัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี ถือครองกรรมสิทธิ์ พบว่ามีทั้งโรงแรม โรงเรียน โครงการที่อยู่อาศัย ไร่ และที่ดินจำนวนมาก รวมถึงสนามฟุตบอล รวมมูลค่าหลายร้อยล้านบาท

ตามเอกสาร ระบุว่า วัดพระบาทน้ำพุถือครองอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่

  1. โรงแรม  มูลค่า 35,000,000 บาท

     
  2. โรงเรียน มูลค่า 60,000,000 บาท

     
  3. โครงการบ้านจัดสรรสุดหรู ที่ ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มูลค่า 66,000,000 บาท

     
  4. โกดังเก็บของบริจาค ตั้งอยู่ตรงข้ามบ้านจัดสรรสุดหรูดังกล่าว

     
  5. ไร่ พื้นที่กว่า 100 ไร่

     
  6. สนามฟุตบอล 6 สนาม 
  7. ที่ดินในอำเภอหนองม่วงและอำเภอโคกเจริญ รวมกว่า 2,000 ไร่

     

ข้อมูลเหล่านี้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเกี่ยวกับการถือครองทรัพย์สินมูลค่าสูงของวัด รวมถึงลักษณะการลงทุนในธุรกิจเชิงพาณิชย์ เช่น โรงแรมและโรงเรียน ซึ่งสังคมตั้งคำถามถึงความสอดคล้องกับกิจการของสงฆ์ และเหตุผลในการลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ในลักษณะนี้ ขณะที่ทางวัดยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อข้อสงสัยเหล่านี้

ต่อมา มีการโฟนอินของ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยถึงกรณีที่หมอบีให้ปากคำเกี่ยวกับเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ ว่ามีความสำคัญและเป็นสาเหตุของความขัดแย้งมาก โดยหมอบีให้การกับตำรวจว่าได้นำเงินบริจาคทั้งหมดไปมอบให้หลวงพ่ออลงกตโดยตรง ไม่ได้ส่งเงินเข้าบัญชีของวัดตามระบบ หมอบียืนยันว่าไม่เคยเก็บเงินไว้กับตัวเอง แต่เป็นทีมงานที่นำเงินไปมอบให้หลวงพ่อครบทุกบาททุกสตางค์ พร้อมปฏิเสธข่าวที่ระบุว่าวัดขาดเงินบริจาค 5.4 ล้านบาทว่าไม่เป็นความจริง ขณะที่หลวงพ่ออลงกตก็ออกมาโต้แย้งกับหมอบีในประเด็นนี้เช่นกัน

กองบังคับการปราบปรามได้ลงพื้นที่สอบสวนและรวบรวมข้อมูลเส้นทางการเงิน พบข้อสงสัยหลายประการ เช่น การใช้บัญชีชื่อ “ใจฟ้าอาทรประชานาท” ของวัดในการรับเงินบริจาค การใช้คำว่า “กฐิน” และการใช้ชื่อวัดในการรับเงิน ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของหมอบีที่ว่าเป็นเงินส่วนตัว ไม่ใช่เงินของวัดอย่างชัดเจน

กองปราบระบุว่ามีแนวโน้มจะดำเนินคดีในข้อหาเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และความผิดตามมาตรา 157 รวมถึงอาจมีการฟอกเงินเพิ่มเติมด้วย

นอกจากนี้ กองปราบย้ำว่าจะไม่รอให้ทางวัดแจ้งความ เนื่องจากสถานการณ์นี้เป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับประชาชนผู้บริจาคเงินบริสุทธิ์ใจ จึงดำเนินการสอบสวนอย่างต่อเนื่องและเรียกผู้เกี่ยวข้องให้ปากคำรวมถึงหมอบีที่ได้ให้ข้อมูลหลายครั้ง ส่วนกรณีการโยกย้ายทรัพย์สินระหว่างการสอบสวน มีการตรวจสอบอย่างละเอียดถึงร่องรอย รวมทั้งเส้นทางการเงิน ที่ดิน และทรัพย์สินอื่นของวัด

ตำรวจมีความเห็นว่าหากพบว่าการบริหารเงินบริจาคไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์และมีการนำไปใช้ผิดกฎหมาย อาจดำเนินคดีทันที และเตรียมทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น เช่น ปปง. เพื่อตรวจสอบการฟอกเงินและสร้างความโปร่งใสในเหตุการณ์นี้

โดยสรุป คำให้การของหมอบีที่กล่าวว่าเงินทั้งหมดเป็นของหลวงพ่ออลงกต ไม่ใช่เงินของวัด ขัดแย้งกับหลักฐานการใช้บัญชีวัดและการสื่อสารเกี่ยวกับการรับเงินบริจาคผ่านสื่ออย่างชัดเจน ขณะที่ตำรวจกองปราบกำลังสอบสวนอย่างเข้มข้นและวางแนวทางในการดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง ความผิดเกี่ยวกับเจ้าพนักงาน และการฟอกเงิน โดยจะมีความคืบหน้าที่ชัดเจนต่อไปในเร็วๆ นี้

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#วัดพระบาทน้ำพุ