มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

อดีตผู้ร่วมงานรวมตัว อ้างถูกยูทูบเบอร์ชื่อดังทำร้าย-คุกคาม


ดราม่า
10 สิงหาคม 25692,369
อดีตผู้ร่วมงานรวมตัว อ้างถูกยูทูบเบอร์ชื่อดังทำร้าย-คุกคาม

รายการโหนกระแสวันนี้ (10 ส.ค. 2569) พูดถึงกระแสในโซเชียลมีเดีย ที่มีการพูดถึงประเด็นของยูทูบเบอร์ชื่อดังที่มีผู้ติดตามกว่า 10 ล้านคน และมีลักษณะเด่นคือย้อมสีผม ซึ่งเรื่องราวเริ่มต้นจากการที่ ‘น้องเอ๋ย’ ได้ออกมาอัดคลิปไล่เรียงไทม์ไลน์ที่เธอประสบพบเจอมา โดยระบุว่าตนเองถูกคุกคามจนถึงจุดที่ไม่สามารถทนอยู่ต่อไปได้ ในขณะที่ทางฝั่งยูทูบเบอร์คนดังกล่าวได้ออกมาไลฟ์ชี้แจงว่าข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่อ้างว่าเป็นฝ่ายน้องผู้หญิงให้ความสนิทสนมกับผู้ชายหลายคน และอ้างว่าฝ่ายหญิงเคยส่งข้อความขอกลับมาหาเขาเอง อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายผู้ร้องเรียนมีหลักฐานที่ยูทูบเบอร์คนนั้นพูดเองว่า ต่อไปนี้จะไม่ไปโดนตัวน้องอีก และยังมีคนอื่น ๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบันออกมาพูดถึงพฤติกรรมของยูทูบเบอร์คนนี้เพิ่มเติมอีกด้วย

 

ผู้ร่วมรายการประกอบด้วย น้องเอ๋ย ผู้อ้างว่าถูกคุกคาม, คุณฮัท อดีตช่างภาพที่อ้างว่าถูกทำร้ายร่างกาย, คุณเวสป้า ที่อ้างว่าถูกนำบัญชีธนาคารไปใช้รับเงินสปอนเซอร์และใช้จ่ายในบริษัท, คุณไมล์ ผู้ทำหน้าที่รวบรวมผู้เสียหาย, คุณป๊อก ผู้ที่ช่วยเหลือน้องเอ๋ย, คุณอารี ผู้ที่อ้างว่าเคยถูกทำร้ายร่างกายด้วยความรุนแรง และคุณอิน อดีตคนคุ้นเคยของยูทูบเบอร์คนดังกล่าว

 

นอกจากนี้ยังมีคุณเอกภพ เหลืองประเสริฐ จากเพจสายไหมต้องรอด ที่เข้ามาช่วยเหลือในด้านคดีความ และทนายสายหยุด เพ็งบุญชู ที่มาเป็นทนายคนกลางให้ความรู้ด้านข้อกฎหมาย

 

คุณเอกภพให้ความเห็นว่า พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นมีความสุ่มเสี่ยงต่อกฎหมายหลายมาตรา ทั้งเรื่องการใช้บัญชีม้าที่อาจเข้าข่ายการฟอกเงิน และการกระทำอนาจารหรือการคุกคาม ซึ่งต้องนับจำนวนครั้งต่างกรรมต่างวาระ

 

คุณไมล์ได้ให้ข้อมูลว่า การรวมตัวของผู้เสียหายเริ่มจากการพูดคุยกันในกลุ่มดิสคอร์ด โดยแต่ละคนทำงานต่างช่วงเวลากัน แต่กลับพบเจอเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกัน ที่ผ่านมาหลายคนไม่ได้แจ้งความเพราะต้องการเพียงแค่เอาตัวออกมาจากจุดนั้น บางคนหนีไปต่างประเทศ บางคนย้ายที่ทำงาน และบางคนต้องรักษาอาการแพนิค จนกระทั่งคุณฮัทตัดสินใจไปแจ้งความ เรื่องราวทั้งหมดจึงเริ่มเปิดเผยออกมามากขึ้น

 

ทั้งนี้ ได้มีการเปิดชื่อของยูทูบเบอร์คนดังกล่าวคือ ‘อู๋จุน’ เพื่อความชัดเจนตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏเป็นข่าว ซึ่งทางรายการยืนยันว่า พยายามติดต่อให้อู๋จุนมาชี้แจงเพื่อความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ

 

คุณฮัท เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ในระหว่างการถ่ายทำคอนเทนต์ของบริษัท ซึ่งเขาทำงานมาได้ประมาณ 4 เดือน ในวันนั้นยูทูบเบอร์ได้เข้ามาต่อว่าเรื่องมุมกล้องด้วยถ้อยคำหยาบคาย แย่งโทรศัพท์ของคุณฮัทไป และกล่าวหาว่าเขาเถียง แม้คุณฮัทจะพยายามไหว้ขอโทษ แต่อีกฝ่ายกลับท้าต่อยและด่าทอด้วยถ้อยคำเหยียด เมื่อคุณฮัทพยายามตอบรับตามที่ถูกด่าเพื่อให้เรื่องจบ ยูทูบเบอร์คนดังกล่าวกลับหาว่าเขากวนและชกเข้าที่ใบหน้าฝั่งซ้าย โดยมีพยานเห็นเหตุการณ์เกือบ 20 คน รวมถึงน้องเอ๋ยด้วย นอกจากนี้คุณฮัทยังระบุว่าถูกบีบคอหลายรอบ รอบละประมาณ 3-5 วินาที และถูกถุยน้ำลายใส่หัวและใบหน้า หลังจากเขาไม่ยอมขึ้นไปต่อยบนเวทีมวยในสตูดิโอ สุดท้ายยูทูบเบอร์ได้ไล่เขาออกและบอกว่า หากเจอหน้ากันอีกจะทำอีก โดยอ้างเหตุผลการไล่ออกว่าคุณฮัททำผิดกฎบริษัทจากการแอบอัดเสียงขณะพูดคุยกับกรรมการหลังเกิดเหตุ ซึ่งในจังหวะนั้นมีการสั่งให้พนักงานคนอื่นช่วยกันจับตัวเขาเพื่อลบไฟล์เสียงทิ้งด้วย

 

ในส่วนของความคืบหน้าทางคดี คุณฮัทได้เข้าแจ้งความและมีหลักฐานประกอบเป็นไฟล์แจ้งความ รวมถึงผลตรวจร่างกายที่แสดงให้เห็นรอยถลอกและรอยช้ำบริเวณลำคอ

 

หลายคนได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมผ่านมูลนิธิวินวิน และเพจสายไหมต้องรอด โดยประเด็นความขัดแย้งไม่ได้มีเพียงแค่การทำร้ายร่างกาย แต่ยังมีเรื่องการคุกคามและประเด็นอื่น ๆ ซึ่งทางรายการได้พยายามติดต่อยูทูบเบอร์คนดังกล่าวเพื่อให้มาชี้แจงข้อเท็จจริงในมุมของตนเอง หลังจากที่เจ้าตัวเคยแสดงความต้องการอยากจะออกรายการเพื่อชี้แจงข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับหรือการติดต่อกลับ

 

คุณฮัทระบุว่า ปัจจุบันยังคงมีผลกระทบทางร่างกายคือ การมองเห็นแสงแฟลชวิ่งผ่านขอบตาอยู่ตลอด ซึ่งเขาได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ. เมืองขอนแก่น และมีใบรับรองแพทย์ยืนยันการรักษาเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ทางฝั่งยูทูบเบอร์บอกเพียงว่าจะไปตกลงกันที่ศาล

 

ระหว่างดำเนินรายการ หนุ่ม กรรชัย ได้ฝากข้อความสื่อสารไปยังยูทูบเบอร์ โดยแนะนำว่า การเลือกไลฟ์ชี้แจงเพียงฝ่ายเดียวในพื้นที่ส่วนตัวนั้นไม่ใช่ทางออกที่ดี เพราะจะถูกมองว่าเป็นการฟอกตัวเองและไม่เปิดโอกาสให้มีการซักถามข้อสงสัยจากสังคม ซึ่งจะส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือ และไม่สง่างามเท่ากับการตั้งโต๊ะแถลงข่าวหรือการพูดคุยในรายการที่มีการซักถามอย่างตรงไปตรงมา เพื่อพิสูจน์ว่าผู้ร้องเรียนเหล่านั้นโกหกหรือข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

 

สำหรับ คุณอารี ซึ่งเป็นอินสตรีมเมอร์ ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อน โดยเธอถูกชักชวนให้มาทำยูทูบร่วมกัน เนื่องจากภาพลักษณ์หน้ากล้องของอีกฝ่ายดูเป็นคนดีมาก แต่หลังจากร่วมงานได้เพียง 2 อาทิตย์ เธอกลับเผชิญกับพฤติกรรมรุนแรงหลายรูปแบบ ทั้งการจิกหัว ชี้หน้าด่า กระชากคอเสื้อ บีบแขน และเหตุการณ์สะเทือนใจคือการถูกถุยน้ำลายใส่จานข้าว เพียงเพราะเตรียมของทำคอนเทนต์ไม่ทัน แม้ว่าในขณะนั้นเธอจะกำลังช่วยทำงานคอนเทนต์ของยูทูเบอร์อยู่ก็ตาม

 

คุณอารียังให้ข้อมูลถึงระบบการทำงาน ที่มีการอ้างเรื่องบุญคุณและการสอนงานเพื่อไม่ต้องจ่ายเงินเดือน แต่ใช้วิธีการต่างตอบแทนด้วยการมาช่วยดูแลช่องส่วนตัวของเธอแทน ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะรวมอยู่ที่ยูทูบเบอร์ และหากเธอต้องการใช้เงินจะต้องไปขอเบิกเป็นรายครั้ง นอกจากนี้เธอยังรู้สึกว่าถูกคุกคามผ่านการถึงเนื้อถึงตัวและการหอมแก้ม ซึ่งต้องทำตามเพื่อการแสดงหน้ากล้องโดยที่เธอไม่ได้ยินยอมในใจ แต่ก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธ รวมถึงประเด็น 50,000 บาท ที่ถูกกล่าวหาว่าเธอยืมไป คุณอารียืนยันว่า เงินจำนวนนั้นคือสิ่งที่เขาโอนให้เพื่อใช้ทำคอนเทนต์ในช่วงที่เธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และเธอได้ท้าให้อีกฝ่ายนำหลักฐานการกู้ยืมเงินมาแสดงเพื่อพิสูจน์ความจริง

 

ในประเด็นเรื่องการจัดการเงิน อารีได้เปิดบัญชีธนาคารในนามของตนเองเพื่อเชื่อมต่อกับช่องยูทูบ แต่เธอได้มอบสิทธิ์การเข้าถึงแอปฯ ธนาคารให้ไปอยู่ที่โทรศัพท์ของยูทูบเบอร์รายนี้ทั้งหมด เนื่องจากความเชื่อใจและเข้าใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการ แม้จะมีสัญญาปากเปล่าว่าจะแบ่งรายได้จากช่องของเธอให้คนละครึ่ง แต่เมื่อตรวจสอบความจริงพบว่า ช่องของเธอมียอดเงินเข้ามาถึง 550,000 บาท แต่เธอกลับได้รับเงินจริงเพียงประมาณ 100,000 บาทเท่านั้น ส่วนรายได้ที่เหลือยูทูบเบอร์คนดังกล่าวเป็นผู้ถือไว้และใช้บัญชีของเธอโอนเงินออกไปจ่ายสิ่งต่าง ๆ โดยที่เธอต้องเป็นฝ่ายไปขอเบิกเงินเมื่อต้องการใช้ ทั้งที่ในส่วนการทำงานฝั่งช่องของยูทูบเบอร์ เธอก็ต้องไปช่วยงานที่ช่องของเขาฟรี ๆ โดยไม่ได้รับค่าตอบแทน

 

ต่อมาในประเด็นเรื่องพฤติกรรมความรุนแรงและการคุกคาม มีการพูดถึงคลิปเสียงที่หลุดออกมา ซึ่งมีลักษณะของการใช้อารมณ์ข่มขู่และบังคับให้บุคคลหนึ่งพูดตามบทหรืออธิบายเรื่องบางอย่างตามที่เขาต้องการ แม้ยูทูบเบอร์จะเคยชี้แจงว่าเสียงในคลิปไม่ใช่การด่าอารี แต่ตัวอารียืนยันว่า คนในคลิปคือตัวเธอเอง ที่ถูกบังคับให้ท่องสคริปต์ในขณะที่เขาตรวจงานและยึดโทรศัพท์ของเธอไว้ เนื้อหาในคลิปเสียงเต็มไปด้วยถ้อยคำหยาบคายและการใช้อารมณ์รุนแรง นอกจากนี้อารียังเปิดเผยถึงพฤติกรรมที่ถือเป็นการหยามเกียรติความเป็นมนุษย์อย่างรุนแรง เช่น การถุยน้ำลายใส่จานข้าวและการถุยน้ำลายใส่หน้า ซึ่งในขณะเกิดเหตุเธอทำได้เพียงยืนร้องไห้ด้วยความกลัว เพราะไม่ว่าจะอธิบายอย่างไรเขาก็จะใช้จิตวิทยาทางอารมณ์กดทับเธออยู่เสมอ

 

ไมล์ตั้งข้อสังเกตว่า พนักงานหลายคนโดยเฉพาะเด็กจบใหม่มองว่า นี่คือโอกาสในชีวิตที่จะได้ทำงานกับคนมีชื่อเสียง จึงยอมอดทนต่อพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจนกลายเป็นความชินชา ทั้งที่ภาพลักษณ์ภายนอกที่ปรากฏบนสื่อโซเชียลนั้นแตกต่างจากหลังกล้องอย่างสิ้นเชิง โดยในโลกออนไลน์เขาเปรียบเสมือนเทพเจ้าหรือไอดอลของเด็ก ๆ

 

สำหรับการดำเนินการทางกฎหมาย คุณเอกภพจากเพจสายไหมต้องรอด และทางรายการได้สนับสนุนให้ผู้เสียหายทุกคนลุกขึ้นมาสู้ โดยไม่ต้องหวาดกลัวต่อจำนวนผู้ติดตามที่มีมหาศาล เพราะหากมีความผิดจริงกฎหมายจะลงโทษทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

 

จากช้อมูลทราบว่า ณะนี้มีผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งอดีตและปัจจุบันรวมแล้วกว่า 10-20 คน ซึ่งบางส่วนยังกังวลเรื่องการถูกโจมตีจากกลุ่มแฟนคลับ

 

หนุ่ม กรรชัย ได้อ่านคอมเมนต์จากโซเชียลมีเดีย พบว่า มีคนเข้ามาให้กำลังใจยูทูบเบอร์คนดังกล่าวจำนวนมาก โดยมีการตั้งข้อสังเกตและอ้างว่าคลิปเสียงที่หลุดออกมานั้นเป็นเพียงเสียงที่สร้างขึ้นมาจาก AI

 

นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่มีคนในองค์กรของยูทูบเบอร์อีกท่านหนึ่งไปโพสต์กล่าวหาอารี ว่าไปปิดบัญชีของทางบริษัท ซึ่งอารีได้ชี้แจงความจริงว่า เธอไปปิดบัญชีส่วนตัวของเธอเองที่เคยใช้เชื่อมกับยูทูบ เนื่องจากอำนาจการจัดการบัญชีนั้นไปอยู่ที่โทรศัพท์ของยูทูบเบอร์ เธอจึงต้องการหยุดไม่ให้เงินรายได้จากยูทูบไหลเข้าบัญชีที่เธอไม่มีสิทธิ์ควบคุมอีกต่อไป

 

คุณไมล์ได้กล่าวเสริมว่า ที่อารีมีท่าทีเดี๋ยวเข้มแข็งเดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวนิ่งนั้น เป็นเพราะได้รับการสนับสนุนทางใจจากคนรอบข้าง ไม่ใช่การแสดงละครตามที่แฟนคลับบางส่วนแคปภาพไปโจมตี ส่วนทางฝั่งคุณฮัทได้ตอบคำถามที่ว่า ทำไมในวันเกิดเหตุเขาถึงไม่กล้าตอบโต้กลับไปตอนถูกทำร้ายร่างกาย โดยเขาให้เหตุผลว่าหากเขาชกกลับไปเรื่องจะบานปลายกว่าเดิม และเขากลัวว่าจะถูกรุมทำร้าย เพราะอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว

 

ด้าน น้องเอ๋ย ได้เริ่มต้นเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการรู้จักยูทูบเบอร์คนนี้ ว่ารู้จักผ่านทางอินสตาแกรม จากการติดตามผลงานมาสักพักและเห็นภาพลักษณ์การอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวที่ดูอบอุ่น เธอจึงตัดสินใจทักไปสมัครงานเนื่องจากอยากทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวและแม่ที่ป่วยเป็นจิตเวช โดยในการพูดคุยเบื้องต้นอีกฝ่ายได้ยื่นเงื่อนไขว่า ถ้าเข้ามาอยู่แล้วจะห้ามออกและต้องอยู่ด้วยกันตลอดไป เมื่อพ่อแม่ของเอ๋ยแสดงความไม่เห็นชอบเพราะกลัวลูกสาวจะถูกหลอกและเป็นห่วงเรื่องระยะทางที่ไกล ยูทูบเบอร์คนนี้กลับเร่งรัดว่าหากพลาดโอกาสนี้ไปเขาจะไม่รับอีก และยังแนะนำให้เอ๋ยโกหกพ่อแม่ว่าไปทำงานร้านชาที่กรุงเทพฯ ทั้งที่ความจริงต้องไปทำงานที่ขอนแก่น จนกระทั่งเอ๋ยตัดสินใจเดินทางไปและเริ่มต้นทำงานในฐานะเด็กปั้นหรือเด็กฝึกทำยูทูบ โดยไม่มีการตกลงเรื่องค่าจ้างที่ชัดเจน และใช้วิธีรับช่วงช่องยูทูบต่อจากคนเก่าที่ลาออกไป ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะเข้าบัญชีของทางบริษัท โดยเอ๋ยทำงานตั้งแต่เดือน ก.พ. ได้รับเงินส่วนแบ่งมาทั้งหมดประมาณ 25,000 กว่าบาท

 

เหตุการณ์ความอึดอัดใจและการคุกคามเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วง 1-2 เดือนแรกที่เอ๋ยเข้าไปทำงาน โดยเธออ้างว่ามีเหตุการณ์ที่ยูทูบเบอร์อาศัยจังหวะที่อยู่กับเอ๋ยสองคนในรถ ขอสัมผัสตัวด้วยการขอกอด แม้เอ๋ยจะพยายามปฏิเสธโดยอ้างว่าแม้แต่พ่อเธอก็ยังไม่ค่อยได้กอด แต่อีกฝ่ายก็อ้างว่าเป็นการกอดแบบพี่น้องเพื่อเป็นการต้อนรับเข้าสู่ครอบครัว ซึ่งภายหลังมีการเปิดเผยว่ายูทูบเบอร์คนนี้มีการสร้างภาพลักษณ์ให้คนรอบตัวเป็นเหมือนครอบครัววงในที่มีเขาและผู้หญิงคนสนิทเป็นแกนกลาง นอกจากเรื่องการขอกอดแล้ว ยังมีพฤติกรรมที่เขาชอบเข้ามาจิ้มมือและจิ้มแก้มเอ๋ยในห้องทำงานขณะสอนงาน โดยอ้างว่าทำด้วยความเอ็นดู แต่พฤติกรรมเหล่านี้จะหยุดลงทันทีหากผู้หญิงคนสนิทของเขาเดินเข้ามา

 

เอ๋ยระบุว่าเธอต้องพักในสตูดิโอร่วมกับพนักงานคนอื่น ซึ่งประตูห้องนอนเป็นประตูไม้ที่ไม่สามารถล็อกจากด้านในได้ ยูทูบเบอร์มักจะเปิดประตูเข้ามาทักทายพนักงานในห้องโดยไม่สนใจว่าจะเป็นเวลาส่วนตัวหรือไม่ จนทำให้เอ๋ยต้องอาบน้ำและแต่งตัวให้เสร็จจากห้องน้ำรวมเพื่อความปลอดภัย

 

นอกจากนี้เอ๋ยอ้างว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ห้องใต้บันได เมื่อเขาเรียกเอ๋ยไปคุยและขอกอดอีกครั้ง ก่อนจะกัดเข้าที่แก้มของเอ๋ยจนเธอรู้สึกเจ็บและตกใจมาก ส่วนเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดคือคืนที่เอ๋ยนอนหลับไปแล้ว และมีคนแอบเปิดประตูเข้ามาในห้องเพื่อหอมแก้มและพยายามจะดึงผ้าห่ม แม้เอ๋ยจะพยายามแสดงตัวว่าตื่นอยู่ แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่หยุด จนกระทั่งมีผู้หญิงคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาเห็นและร้องอุทานด้วยความตกใจ เขาจึงยอมหยุดและเดินออกไปคุยกับแม่บ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

ในช่วงท้ายของการทำงาน เอ๋ยเล่าว่าพยายามหลีกเลี่ยงการอยู่ลำพังกับยูทูบเบอร์คนนี้ โดยการไปอาศัยอยู่ร่วมห้องกับพนักงานผู้หญิงที่มีอายุมากกว่าที่เธอเคารพรักเหมือนแม่ อย่างไรก็ตาม เธอกลับถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมชู้สาว เพียงเพราะไปนั่งปรึกษาเรื่องการทำคอนเทนต์กับเพื่อนพนักงานชายจนถึงเวลาเช้า โดยมียูทูบเบอร์เข้ามาแสดงอาการหึงหวงและถามซักไซ้ในลักษณะคุกคามต่อหน้าคนอื่น ๆ ว่าชอบผู้ชายคนนั้นหรือไม่ แต่เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ถูกกดทับด้วยคำขู่เรื่องค่าเสียหายในการเปิดตัวเด็กปั้นที่เขาอ้างว่าลงทุนไปกว่า 30,000 บาท ทำให้เอ๋ยต้องทนอยู่ในสภาพที่หวาดกลัวและเสียใจมาโดยตลอด

 

น้องเอ๋ยที่ชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เธอถูกกล่าวหาว่าไปนั่งใกล้ชิดกับพนักงานชายคนหนึ่ง ซึ่งเธออธิบายว่า ในตอนนั้นเธอเพียงแค่ไปนั่งดูงานและเรียนรู้การถ่ายคลิปจากพนักงานที่ชื่อว่าพี่บี (นามสมมติ) ในระหว่างนั้นยูทูบเบอร์ได้โทรศัพท์มาหาและบอกว่า มีคนมารายงานว่าเธอไปอยู่ใกล้ชิดกับพี่บี จึงสั่งให้เธออยู่ห่าง ๆ และหากมีอะไรต้องบอกเขาก่อน ซึ่งพี่บีเองก็แสดงความไม่พอใจที่ถูกกีดกันการสอนงาน และมองว่าพฤติกรรมการสั่งห้ามของหัวหน้าเป็นเรื่องน่ารำคาญ ต่อมาพี่บีได้บอกกับเอ๋ยว่า หัวหน้าโทรมาถามถึงอาการของเธอในคลิปว่าทำไมดูปกติ ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีปัญหา

 

เหตุการณ์ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นเมื่อเอ๋ยมีปัญหาเรื่องคอมพิวเตอร์และโปรแกรมตัดต่อซึ่งเธอทำไม่เป็น จึงขอให้พี่บีช่วยสอน,ในขณะนั้นยูทูบเบอร์หัทักมาถามว่ากำลังทำอะไร เอ๋ยจึงตอบความจริงว่าให้พี่บีช่วยอยู่ แต่อีกฝ่ายกลับโกรธและต่อว่าว่าทำไมไม่บอกเขาก่อน เอ๋ยเล่าว่าในตอนนั้นเธอรู้สึกกลัวจนมือสั่นและกังวลว่าคำพูดของเธอจะทำให้เขาอารมณ์เสียหรือระเบิดอารมณ์ใส่ พี่บีเห็นท่าไม่ดีจึงอาสาช่วยพิมพ์ข้อความตอบกลับให้เพราะเอ๋ยพิมพ์ไม่ไหว อย่างไรก็ตาม ยูทูบเบอร์ซึ่งตรวจสอบผ่านกล้องวงจรปิดจากต่างประเทศเห็นเหตุการณ์และโกรธมาก เขาได้ส่งข้อความต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง เช่น กูเกลียดคนตอแxลใส่กู อย่าคิดว่าไม่รู้ และสั่งห้ามไม่ให้คนอื่นมาช่วยคิดคำพูดหรือมาเหลี่ยมใส่เขา

 

นอกจากนี้ ยูทูบเบอร์ยังได้ส่งข้อความสั่งห้ามไม่ให้เอ๋ยนำโทรศัพท์ไปให้พนักงานหญิงคนสนิทดู เนื่องจากเขาไม่ต้องการให้ผู้หญิงคนนั้นเห็นข้อความที่เขาคุยกับเอ๋ย และยูทูบเบอร์คนดังกล่าวได้บุกเข้าไปในห้องนอนของเอ๋ยเพื่อขอดูโทรศัพท์และลบแชตที่เขาเคยพิมพ์หาเธอทิ้งทั้งหมด เช่น ข้อความที่ถามว่าคิดอย่างไรที่เขาไม่มีแฟน หรือการสั่งห้ามไม่ให้เธอมีแฟน โดยอ้างเหตุผลเรื่องความเป็นครอบครัว แต่ผู้ร่วมรายการต่างมองว่านี่คือพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความหึงหวง

 

ทางฝั่งของยูทูบเบอร์ได้ออกมาไลฟ์โต้แย้งโดยอ้างว่า เขามีหลักฐานทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดและคลิปเสียง ที่จะหักล้างคำพูดของเอ๋ยได้ทั้งหมด เขาอ้างว่าเอ๋ยเคยวางตัวไม่ดีกับทีมงานผู้ชายจนคนรอบข้างต้องมาเตือน และยังอ้างว่าเอ๋ยเป็นฝ่ายมาขอกอดเขาเองเพราะมีเรื่องไม่สบายใจ เขาตำหนิว่าเอ๋ยหนีออกไปโดยไม่ลาและยังติดเงินเขาอยู่ ซึ่งเขาต้องการให้เธอกลับมาคุยกันดี ๆ

 

ในขณะที่เอ๋ยยืนยันว่า กฎที่ห้ามผู้ชายกับผู้หญิงคุยกันหรือทักกันส่วนตัวนั้น ถูกตั้งขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เธอให้พี่บีช่วยตอบแชต ซึ่งกฎนี้มีข้อยกเว้นเฉพาะคนสนิทของเขาเท่านั้น ทำให้เธอใช้ชีวิตด้วยความอึดอัดและไม่กล้าขอความช่วยเหลือนเพราะกลัวจะทำให้คนอื่นลำบาก

 

เหตุการณ์รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อยูทูบเบอร์ระเบิดอารมณ์ใส่เธอ เพราะเธอทักหาพี่บีให้มาช่วยถ่ายคลิปโดยไม่บอกเขา เขาต่อว่าเธอว่าไม่มีสมองและไม่มีจิตสำนึกจนทำให้คนรอบข้างเดือดร้อน เอ๋ยอ้างว่า ยูทูบเบอร์ระเบิดอารมณ์รุนแรงใส่โดยพูดว่า “มึงยังอยากทำอยู่ไหม งั้นกูขอกระทืบมึงทีนึงก่อนแล้วมึงค่อยออก” และได้ขว้างโทรศัพท์ของเธอจนเสียหาย เหตุการณ์นี้ทำให้ทนไม่ไหวและตัดสินใจหนีออกมา โดยได้รับความช่วยเหลือจากพี่ป๊อกซึ่งเป็นพนักงานคนสนิทของยูทูบเบอร์คนดังกล่าว พี่ป๊อกยอมรับว่าอารมณ์ของหัวหน้าในตอนนั้นรุนแรงมาก และเขาต้องคอยระวังเพื่อช่วยให้น้องออกมาได้อย่างปลอดภัย

 

ภายหลังจากเอ๋ยออกมา ยูทูบเบอร์ได้ไลฟ์เปรียบเปรยว่าเอ๋ยเป็นงูเห่า ตอนใส่หน้ากากดูใสซื่อ แต่พอเปิดหน้ากากออกมากลับแว้งกัด และมีการโพสต์แซะในโซเชียลมีเดียจนทำให้แฟนคลับเข้าไปรุมด่าเธอ

 

นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยคลิปเสียงที่อ้างว่าเป็นของยูทูบเบอร์ ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีการพูดอ้อนวอนไม่ให้น้องเอ๋ยหนีกลับ โดยเขารับปากจะเป็นคนช่วยถือของและบอกว่าเอ๋ยไม่ต้องจ่ายเงินที่เคยติดค้างไว้ พร้อมทั้งจะให้เงินและช่วยสนับสนุนงานที่เอ๋ยอยากทำ รวมถึงจะออกมาพูดขอโทษเอ๋ยด้วยตนเอง เขายังกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า เขาจะยอมรับผิดทุกอย่าง จะบอกทุกคนว่าที่เอ๋ยไปเพราะเขาผิดเอง เขาหอมแก้มเอ๋ยเพราะเขาเจ้าชู้ และจะตั้งโต๊ะแถลงข่าวว่าเอ๋ยไม่ผิด เขายังได้ขอโอกาสเอ๋ยอีกครั้งโดยเอาทุกอย่างเป็นเดิมพัน และยืนยันว่าไม่คิดเรื่องชู้สาวกับเอ๋ยแล้ว แต่จะรักเหมือนน้องสาวแท้ ๆ พร้อมขอให้เอ๋ยเชื่อใจว่าเขาไม่ใช่คนโรคจิตหรือวิปริต และหากเขาทำนิสัยไม่ดีอีกเขายินดีจะให้เงินเอ๋ยไปใช้ชีวิตที่ดีกว่า นอกจากนี้เขายังอ้างถึงความสัมพันธ์แบบพี่น้องและครอบครัว โดยยกตัวอย่างว่าขนาดคนที่ทิ้งเขาไปเขายังไม่ทวงเงิน 300,000 บาทสักบาทเดียว และสัญญาว่าจะไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือละเมิดความคิดของกันและกันอีก พร้อมถามว่าให้โอกาสและให้อภัยเขาได้ไหม

 

ด้านผู้ร่วมรายการต่างตั้งข้อสังเกตว่า หากยูทูบเบอร์คนนี้ไม่ได้ทำอะไรผิด เหตุใดจึงต้องโทรไปขอโทษและขอโอกาส โดยเฉพาะการรับปากว่าจะไม่โดนเนื้อโดนตัวน้องอีก ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่เขาพูดในไลฟ์อย่างสิ้นเชิง

 

ในแง่กฎหมาย ทนายสายหยุดมองว่าพฤติการณ์หลายอย่างเข้าข่ายความผิด ทั้งเรื่องการคุกคามที่ต้องดูอายุความ ส่วนการนำโทรศัพท์ของผู้อื่นไปลบข้อมูลนั้นถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีอัตราโทษสูง

 

ต่อมามีการเปิดตัวผู้ร้องเรียนอีกราย ที่อ้างว่าเคยรู้จักกับยูทูบเบอร์คนนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว สมัยที่เธอยังเป็นนักศึกษาปี 1 เธอระบุว่าไม่ได้เป็นแฟนและไม่เคยได้ผลประโยชน์ใด ๆ แต่เขามาจีบผ่านทาง Instagram เธอเล่าว่าเขาแสดงพฤติกรรมอารมณ์ระเบิดใส่ตั้งแต่วันแรกที่เจอ และเธอก็เก็บเรื่องนี้เป็นปมในใจมาตลอด จนกระทั่งเห็นข่าวปัจจุบันจึงตัดสินใจออกมาพูด เพราะเห็นว่าเขาไม่เคยเปลี่ยนพฤติกรรมเลย

 

เหตุการณ์ในตอนนั้นคือเขาชวนเธอไปห้างสรรพสินค้า แต่ห้างปิดเร็วเพราะติดเคอร์ฟิว เขาจึงชวนเธอและเพื่อนแวะไปที่บ้าน โดยอ้างว่าขอส่งอีเมลงานก่อน เมื่อไปถึงเขากลับอาบน้ำและลงมาพบเธอในสภาพที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียว เมื่อแม่ของเธอโทรตามด้วยความเป็นห่วงเขาก็เริ่มหงุดหงิดใส่ และในระหว่างขับรถไปส่ง เขาได้ระเบิดอารมณ์และคว้ากระเป๋าของเธอฟาดเข้าที่ตัวเธอที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับจนเพื่อนต้องเข้ามาห้าม จากนั้นเขาก็ขับรถด้วยความเร็วสูงอย่างน่ากลัวแ ละบ่นด่าเรื่องที่แม่ของเธอโทรตามตลอดทางจนไปถึงบ้าน

 

ระหว่างออกอากาศ กระแสในโซเชียลมีเดียมีกลุ่มแฟนคลับที่เข้ามาถล่มคอมเมนต์ในไลฟ์ด้วยการพิมพ์ “67” แบบรัว ๆ ซึ่งมีการอธิบายว่าเป็นมีมของเด็กเจนอัลฟ่า

 

ผู้ร้องเรียนเล่าต่อว่า เมื่อหนีออกมาได้จะรีบลบไลน์ทิ้งเพื่อตัดขาดความสัมพันธ์ที่ท็อกซิก ซึ่งคงเหมือนหลาย ๆ คนที่เจอเหมือกนัน เธอยืนยันว่าไม่ได้ต้องการเกาะกระแส แต่ต้องการบอกข้อเท็จจริงว่าพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ควรไปทำกับใครแล้ว

 

สุดท้าย อดีตพนักงานชายที่ชื่อ เวสป้า ได้เล่าว่า ถูกยูทูบเบอร์คนนี้เอาบัญชีธนาคารไปใช้รับเงินสปอนเซอร์โดยที่เขาไม่เต็มใจ เขาเคยปฏิเสธไปแล้วแต่ถูกกดดันจนต้องยอมมอบสิทธิ์การเข้าถึงบัญชีให้ ข้อมูลในแชคกลุ่มระบุชัดเจนว่ามีการใช้บัญชีผู้อื่นเพื่อเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และแม้เวสป้าจะออกจากงานมา 7 เดือนแล้ว แต่บัญชียังไม่ได้ถูกปิด

 

เวสป้ายังได้เล่าถึงเหตุการณ์รุนแรงที่ยูทูบเบอร์ทำร้ายร่างกายพนักงานหญิงอีกราย ด้วยการถีบจนตกโต๊ะและตามไปเตะซ้ำที่ท้อง เพียงเพราะเธอตอบคำถามเกี่ยวกับคอนเทนต์ไม่ได้ นอกจากนี้เขายังเคยถูกอาวุธปืนจี้ และเห็นยูทูบเบอร์คนนี้ชักแม็กกาซีนปืนออกมาโชว์ทุกคนในบริษัท ในขณะที่เขาอารมณ์เสียจากการที่ลูกน้องทำงานพลาด

 

นอกจากเรื่องอามรณ์รุนแรงกับเพื่อนร่วมงานแล้ว ยังมีเรื่องเด็กคนหนึ่งที่ยูทูบเบอร์รับมาดูแล เด็กคนดังกล่าวเป็นเด็กผู้ชายอายุประมาณ 13-14 ปี ซึ่งปัจจุบันไม่ได้รับการศึกษาต่อ และเรียนจบเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เท่านั้น เด็กคนนี้มีสถานะเป็นทั้งอินฟลูเอนเซอร์ในสังกัดและช่วยทำงานภายในบ้าน ต้องร่วมถ่ายคอนเทนต์และเผชิญกับการถูกด่าทอเหมือนพนักงานคนอื่น ๆ ที่น่ากังวลคือเมื่อมีหน่วยงานเกี่ยวกับเด็กหรือมูลนิธิเข้ามาตรวจสอบ ยูทูบเบอร์รายนี้จะนำเด็กไปซ่อนไว้บนห้อง และสั่งกำชับให้พนักงานทุกคนโกหกเจ้าหน้าที่ว่าเด็กกลับไปอยู่กับป้าแล้ว เพียงแค่แวะมาเที่ยวหาเป็นครั้งคราวเท่านั้น

 

สำหรับแง่มุมทางกฎหมายและการคุกคาม ตัวแทนจากมูลนิธิวินวินได้ให้ความเห็นว่า ต้องพิจารณาเกิดขึ้นในช่วงที่มีการใช้กฎหมายใหม่ในปี 2568 หรือไม่ รวมถึงเรื่องความยินยอม ซึ่งในกรณีที่มีความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างนายจ้างและลูกจ้างในองค์กรเดียวกัน การที่ผู้เสียหายเงียบหรือยอมให้เกิดเหตุการณ์เช่นการกอด ไม่ได้หมายความว่าเป็นการยินยอมเสมอไป และความยินยอมเป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากวันหนึ่งเคยยินยอม แต่ปัจจุบันไม่ยินยอมแล้ว สิทธิ์นั้นย่อมกลับมาเป็นของเจ้าของร่างกายหรือเจ้าของบัญชีธนาคารโดยสมบูรณ์

 

ในส่วนของความผิดทางการเงินและการเลี่ยงภาษี มีการเปิดเผยว่า ยูทูบเบอร์รายนี้ใช้บัญชีของพนักงานในการรับเงินจากสปอนเซอร์ อาจเพราะต้องการหลบเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เนื่องจากรายได้เกินกว่า 1.5 - 1.8 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะส่งผลให้พนักงานเจ้าของบัญชีต้องแบกรับภาระภาษีในอนาคต การกระทำเช่นนี้สามารถพิสูจน์ได้ผ่านเส้นทางการเงิน และอาจต้องมีการเรียกสอบบริษัทหรือเอเจนซี่ที่โอนเงินเข้ามาด้วย ว่าเหตุใดจึงโอนเงินให้บุคคลที่ไม่ได้เป็นผู้รับจ้างจริง

 

แนวทางการดำเนินการต่อจากนี้ ทางเพจสายไหมต้องรอดและมูลนิธิวินวิน เตรียมประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้เข้ามาดูแลคดี รวมถึงเรื่องประเมินภาษี อะไรผิดก็ว่าไปตามกระบวนการ อะไรที่ไม่ผิดก็ไม่ไปกล่าวหาเขา

 

ทั้งนี้ ทางรายการได้ย้ำว่า ยังคงเปิดโอกาสให้ยูทูบเบอร์ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในพื้นที่ที่มีการซักถามได้ เพื่อความกระจ่างและเป็นธรรมต้อทั้งสองฝ่าย

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#ยูทูบเบอร์#ความรุนแรง#คุกคาม
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  สิ้นพระชนม์
facebook