ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องทุกข์จากชาวบ้านในพื้นที่อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ หลังพบถุงยางอนามัยจำนวน 2 ถุง พร้อมซองบรรจุภัณฑ์อีก 2 ซอง ถูกนำมาทิ้งไว้ในถังขยะบริเวณหน้าบ้าน สร้างความไม่สบายใจและความกังวลเรื่องความปลอดภัยให้กับคนในครอบครัว
หลังรับแจ้ง ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าถังขยะที่มีการระบุว่าพบถุงยางอนามัย ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าหน้าบ้าน อย่างไรก็ตามลูกชายของเจ้าของบ้านได้นำถุงยางอนามัยและซองบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวไปเผาทิ้งแล้ว เนื่องจากรู้สึกรังเกียจ
ด้านเจ้าของบ้าน เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. ขณะกำลังกวาดบ้านและเตรียมนำขยะไปทิ้งในถังบริเวณหน้าบ้าน ต้องตกใจเมื่อพบถุงยางอนามัย 2 ถุง พร้อมซองอีก 2 ซอง จึงสอบถามลูกชายว่าเป็นผู้ใช้หรือไม่ แต่ลูกชายยืนยันว่าไม่ได้ใช้ ตอนแรกตนสงสัยว่าอาจมีคนนำแชมพูใส่ไว้ในถุงยางแล้วนำมาทิ้ง จึงตรวจดูและพบว่าเป็นน้ำอสุจิ ทำให้รู้สึกกังวลอย่างมาก
เนื่องจากภายในบ้านมีทั้งแม่ที่ป่วยและลูกสาววัย 10 ขวบ จึงเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีขึ้นกับคนในครอบครัว และเป็นห่วงความปลอดภัยของทุกคน ตนจึงนำเรื่องราวมาโพสต์ลงเฟซบุ๊กเพื่อเตือนภัย พร้อมยืนยันว่าจะเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อครอบครัวในอนาคต
ญาติของเจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า เมื่อคืนเวลาประมาณ 02.30 น. ได้ยินเสียงสุนัขเห่าและหอนดังจนสะดุ้งตื่น อีกทั้งยังได้ยินเสียงคล้ายฝีเท้าคนอยู่บริเวณใกล้เคียง แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงอะไร กระทั่งรุ่งเช้า เมื่อออกมาตรวจสอบบริเวณบ้าน พบถุงยางอนามัยจำนวน 2 ถุง ภายในมีของเหลวลักษณะคล้ายอสุจิ ตอนแรกคิดว่าอาจเป็นคนกลั่นแกล้งด้วยการนำแชมพูมาใส่ไว้ แต่เมื่อตรวจสอบดูจึงพบว่าไม่ใช่อย่างที่คิด ทำให้รู้สึกตกใจและหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รู้สึกไม่สบายใจและกังวลเรื่องความปลอดภัยของคนในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นที่อาศัยอยู่ภายในบ้าน รวมถึงผู้สูงอายุ จึงอยากฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบและดูแลความเรียบร้อย เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับชาวบ้านในพื้นที่
พร้อมฝากถึงผู้ที่นำสิ่งของดังกล่าวมาทิ้งว่า หากมีความต้องการทางเพศ ก็ควรจัดการในพื้นที่ส่วนตัวอย่างเหมาะสม ไม่ควรนำสิ่งของลักษณะนี้มาทิ้งไว้บริเวณบ้านของผู้อื่น